ปรัชญาในเกมแนว Soulslike เมื่อเกมสอนให้เรารักความพ่ายแพ้
บทเรียนที่สอนให้ผู้เล่นพยายามและเติบโต

เขียนโดย Lingeaphy
Soulslike คือแนวเกมที่สืบทอดจิตวิญญาณมาจากซีรีส์ Dark Souls ของค่าย FromSoftware โดยมีเอกลักษณ์คือ ความยากระดับโหดหิน ที่ไม่ปรานีผู้เล่น ระบบการต่อสู้ที่ต้องใช้สมาธิอย่างรัดกุม
รวมถึงการเล่าเรื่องผ่านสภาพแวดล้อมที่เงียบงันและลึกลับ และบรรยากาศที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเดียวที่ต้องเผชิญหน้ากับโลกอันโหดร้าย

หัวใจสำคัญของเกมแนวนี้ คือการที่ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับคำว่า Game Over อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ จนผู้เล่นที่ทนไม่ไหวก็จะเลิกเล่นไปเอง แต่หากผู้เล่นคนไหนที่เข้าใจว่า Game Over ของเกมนี้ไม่ใช่การตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ของผู้เล่น แต่เป็นบทเรียนให้ผู้เล่นต้องพัฒนาตนเองเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคที่ตัวเกมนำเสนอมาให้ได้
เมื่อความพ่ายแพ้คือบทเรียน
ในเกมทั่วไปเมื่อผู้เล่นทำพลาดจนต้องเผชิญกับหน้าจอ Game Over เป็นธรรมดาที่ผู้เล่นจะรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเองสักเล็กน้อย แต่ในเกม โซลไลท์ ผู้เล่นจะได้พบกับคำนี้บ่อยเป็นพิเศษ เพราะอุปสรรคที่ไม่ปรานีผู้เล่น กับดัก หรือศัตรูบางชนิดที่หากประมาทแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้เล่นไปเจอหน้าจอ Game Over ได้อย่างง่าย ๆ
สำหรับหน้าใหม่ที่เพิ่งมาเล่นเกมแนวนี้ ก็อาจจะรับไม่ไหวจนปิดเกมไปก่อน แต่หากได้เปิดใจเล่นต่อไป และสามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเหล่านั้นได้ ผู้เล่นก็จะได้พบกับความรู้สึกพิเศษที่เกมอื่นไม่สามารถให้ได้ พวกเขาจะเข้าใจว่าหน้าจอ Game Over ของเกมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อตอกย้ำว่าพวกเขาอ่อนแอ แต่เป็นการบอกว่าพวกเขาต้องเตรียมตัวให้มากขึ้น ต้องใจเย็นให้มากขึ้น
เพราะทุกครั้งที่ผู้เล่นตาย พวกเขาจะได้ข้อมูล ได้เรียนรู้จังหวะของศัตรู และได้รู้ถึงกับดักที่วางไว้อยู่ การตายในเกมนี้จึงเป็นการสอนผู้เล่นนั่นเอง

สอนให้รู้จักความพยายาม
มีเหตุผลอยู่ว่าทำไมในเกม โซลไลท์ ถึงได้ยากเป็นพิเศษ เพราะแนวคิดของคนทำเกมคือ เมื่อผู้เล่นได้ชัยชนะมาอย่างง่ายดาย มันจะรู้สึกไม่น่าจดจำ แต่หากว่าเราสามารถชนะในสิ่งที่ยากลำบากมาได้ พวกเขาจะรู้สึกว่าชัยชนะ คือ รางวัลที่ได้มาจากความอดทนและความพยายามเราจึงเห็นได้จากคลิปทั่วไปในยูทูปที่เมื่อผู้เล่นชนะบอสที่ต้องใช้เวลานับชั่วโมงได้ พวกเขาแทบจะร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจและมีความสุข มันเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างยากลำบาก แต่เมื่อคว้ามันมาได้มันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน
โลกที่น่ากลัวแต่ยังคงความสวยงาม
ในเกม โซลไลท์ ทุกเกมจะมักมีเซตติ้งในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ที่ชวนให้รู้สึกหม่นหมองและน่าหดหู่ แต่ตามปรัชญาของญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้นิยามเกมแนว Soulslike ขึ้นมา มีปรัชญาที่ชื่อว่า โมโนะ โนะ อาวาเระ(Mono no aware) กล่าวถึงความสวยงาม คุณค่าของสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนแต่ในความไม่ยั่งยืนนั้นก็ยังมีความงดงามซ่อนเอาไว้อยู่
บรรยากาศแบบนี้ทำให้ผู้เล่นรู้สึกดึงดูดเข้าไปในโลกที่มีทิวทัศน์ที่โหดร้าย แต่ก็ยิ่งอยากรู้ว่าจะมีอะไรที่รอผู้เล่นอยู่ข้างหน้าเกิดเป็นความรู้สึกดึงดูดที่น่าแปลกประหลาด

เพราะแบบนี้เองเกมแนว โซลไลท์ จึงไม่ใช่เกมที่สร้างมาเพื่อเยอะเย้ยถึงความอ่อนแอของผู้เล่น แต่มันคือบทเรียนที่สอนให้ผู้เล่นพยายามและเติบโต มันการเชิญชวนให้ผู้เล่นได้ก้าวผ่านอุปสรรคและได้พบกับชัยชนะที่สวยงาม
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)






