ตัวละครใน Kill la Kill แท้จริงแล้วไม่เคยมีใครสวมเสื้อผ้า และ ไม่มีอะไร “เป็นแค่เสื้อผ้า” จริง ๆ ในเรื่องเลย
“ฉันจะเป็นฉัน ไม่ว่าฉันจะใส่อะไรก็ตาม” ในโลกที่ทุกอย่างพยายามนิยามเราอยู่ตลอดเวลาบางที นั่นอาจเป็นการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

เขียนโดย เต่ากัดยาง
ตัวละครใน Kill la Kill ไม่มีใคร ‘ใส่เสื้อผ้า’ จริง ๆ เพราะเสื้อผ้าต่างหากที่กำลังสวมใส่มนุษย์แก่นแท้อนิเมะสุดวาบหวิวจาก Trigger คือการวิจารณ์ชนชั้น ทุนนิยม และสายตาของสังคมที่พยายามกำหนดคุณค่าของมนุษย์ผ่านร่างกายและแฟชั่น
คิลลาคิล คืออนิเมะสุดวาบหวิวในตำนานจาก Studio Trigger ผู้สร้างอนิเมะสุดมันมากมายไม่ว่าจะเป็น Brand New Animal (2020), Cyberpunk: Edgerunners (2022), Delicious in Dungeon (2024), SSSS.Gridman (2018), SSSS.Dynazenon (2021), และ Gridman Universe (2023) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำฉากต่อสู้สุดบ้าพลัง

ซึ่งไอ้คำว่าตำนานนี่มันก็มีที่มาอยู่ในหลายแง่บ้งก็ชมฉากต่อสู้โคตรบ้าพลัง ลายเส้นสวยไปจนถึงเรื่องเซอร์วิสแจ่มแมว ระดับ 5 ดาว แต่ในจุดนี้หลายประเทศก็ไม่คิดแบบนั้นเนื่องจากตัวละครในเรื่องนั้นค่อนข้างจะนุ่งน้อยห่มน้อยไปจนถึงล่อนจ้อน ทำให้ในบางประเทศเมื่อนำไปฉายถึงกับต้องเซ็นเซอร์กันยับ ๆ (ครอปสัดส่วนภาพ) จนเสียอรรถรสในการรับชม
และที่สำคัญไปกว่านั้นแก่นแท้ของเรื่องก็ถูกบิดเบือนดีเทลไปพร้อม ๆ กับการปรับ Visual เพื่อสอดคล้องกับความเหมาะสมกับช่วงเวลาฉายที่มีเด็กรับชม แม้จะไม่ได้แย่ถึงขั้นถมดำ

เพราะทันทีที่เรื่องเริ่มต้นขึ้น เราจะพบว่าเสื้อผ้าไม่ได้มีไว้ปกปิดร่างกาย แต่มันคือ “ภาษา” ที่สังคมใช้เขียนทับลงบนตัวมนุษย์แต่ละคน เป็นเครื่องมือที่บอกว่าใครสูง ใครต่ำ ใครมีอำนาจ และใครควรถูกเหยียบย่ำให้จมดิน
โรงเรียนฮอนโนจิในเรื่องจึงไม่ต่างจากสังคมจำลองขนาดย่อม ชุดนักเรียนไม่ใช่แค่เครื่องแบบ แต่เป็นระบบชนชั้นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดาวหนึ่งดาว สองดาว สามดาว ไม่ใช่แค่ระดับความเก่ง แต่คือระดับ “คุณค่าความเป็นคน” ที่ถูกตีราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว คนที่ไม่มีชุดดีพอ ไม่ได้แค่ดูจน แต่ “ถูกทำให้ไม่มีตัวตน”

และตรงนี้เองที่ Kill la Kill เริ่มถามคำถามที่ค่อนข้างแทงใจกับคนดูว่า เรายังเป็นตัวของตัวเองอยู่หรือไม่ ถ้าสิ่งที่เราสวมใส่สามารถกำหนดได้แม้กระทั่งว่าเรามีค่ามากแค่ไหน?
ตัวละครอย่าง Ryuko Matoi จึงไม่ได้แค่เป็นเด็กสาวที่ออกตามหาความจริงของพ่อ แต่เธอคือ “ร่างกาย” ที่กำลังต่อสู้กับ “ความหมาย” ที่สังคมพยายามยัดใส่เธอ ชุด Kamui ของเธอ Senketsu ไม่ใช่แค่ชุดพลัง แต่มันต้องการเลือด ต้องการร่างกาย ต้องการการยอมรับจากผู้สวม ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเปิดเผยเรือนร่างของเธออย่างโจ่งแจ้ง
ในตอนแรก ความรู้สึกของ Ryuko คือความอับอาย เธอไม่อยากถูกมอง ไม่อยากถูกลดทอนเหลือแค่ร่างกาย แต่ยิ่งเรื่องดำเนินไป ความอับอายนี้กลับค่อย ๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นบางอย่างที่ทรงพลังกว่าการยอมรับตัวเอง Kill la Kill กำลังเล่นกับแนวคิดที่ลึกมากในโลกสื่อ นั่นคือ

“สายตาของผู้อื่น” หรือ The Gaze ร่างกาย โดยเฉพาะร่างกายของผู้หญิง มักถูกทำให้เป็นวัตถุ ถูกจ้องมอง ถูกตีความ และถูกควบคุม แต่สิ่งที่เรื่องนี้ทำคือการพลิกเกม มันไม่ปฏิเสธการมอง แต่มันทำให้ “ผู้ถูกมอง” กลายเป็นฝ่ายควบคุมความหมายของการมองนั้นแทน
เมื่อ Ryuko เลิกอับอาย เธอไม่ได้แค่ใส่ชุดนั้นได้อย่างมั่นใจเธอกำลังบอกว่า “ร่างกายนี้เป็นของฉัน ไม่ใช่ของสายตาใคร” เธอไม่ได้แค่แปลงร่างเพื่อสู้ แต่กำลังแย่งสิทธิ์ในการนิยามตัวตนกลับคืนมาจากสายตาของคนทั้งโลก

ในอีกด้านหนึ่ง ตัวละครอย่าง Satsuki Kiryuin คือภาพแทนของอำนาจที่เข้าใจระบบนี้อย่างถ่องแท้ เธอไม่ได้ถูกควบคุมโดยเสื้อผ้า แต่เลือกจะใช้มันเป็นเครื่องมือควบคุมผู้อื่น เธอคือคนที่ยืนอยู่บนสุดของห่วงโซ่ และรู้ดีว่าการควบคุม “สิ่งที่คนสวมใส่” คือการควบคุมทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเขาไปพร้อมกันแต่สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แต่เธอเองก็ไม่ได้เป็นอิสระจริง ๆ

เพราะเบื้องหลังทั้งหมด มีบางอย่างที่ใหญ่กว่า กินลึกกว่า และอันตรายกว่าระบบชนชั้นในโรงเรียน นั่นคือ Life Fibers เส้นใยที่มีชีวิตซึ่งแทรกซึมอยู่ในเสื้อผ้าแทบทุกชิ้น มนุษย์คิดว่าตัวเองเป็นผู้สร้างแฟชั่น เป็นผู้เลือกว่าจะใส่อะไร แต่ในความเป็นจริง พวกเขาอาจเป็นแค่ “เจ้าบ้าน” ให้สิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กำลังใช้พวกเขาเป็นเครื่องมือ นี่คือจุดที่เรื่องขยับจากการวิจารณ์สังคม ไปสู่การวิจารณ์ทุนนิยมอย่างตรงไปตรงมา
เสื้อผ้าในโลกจริงก็ไม่ต่างกันนัก เราเลือกมันเพราะความสวย ความเท่ ความเหมาะสม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็กำหนดว่าเราจะถูกมองอย่างไร จะได้รับการปฏิบัติแบบไหน และแม้กระทั่งเราจะรู้สึกกับตัวเองอย่างไร แบรนด์ โลโก้ เทรนด์ ทั้งหมดนี้คือ “Life Fiber” ในโลกจริงที่ค่อย ๆ เย็บติดเข้ากับตัวตนของเราโดยไม่รู้ตัว

ตัวละครอย่าง Ragyo Kiryuin จึงไม่ใช่แค่ตัวร้ายในเชิงเนื้อเรื่อง แต่เธอคือสัญลักษณ์ของระบบทั้งหมดระบบที่สวยงาม น่าหลงใหล แต่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง เธอไม่ได้บังคับให้คนใส่เสื้อผ้า เธอแค่ทำให้คน “อยากใส่” จนเลิกตั้งคำถามและบางที นั่นอาจน่ากลัวกว่าการบังคับเสียอีก ท้ายที่สุดแล้วแก่นของอนิเมะ Kill la Kill จึงไม่ได้บอกให้เราถอดเสื้อผ้า หรือปฏิเสธสังคม

แต่มันชวนให้เราตั้งคำถามกับสิ่งง่าย ๆ ที่เราไม่เคยคิดถึงสิ่งที่เราใส่ทุกวันแต่มันบอกผู้ชมว่าเราใส่มันเพราะเราเลือกหรือเราเลือกมันเพราะถูกสอนให้เลือกแบบนั้น?และคำตอบของ Ryuko ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือซับซ้อนอะไรเลย เธอแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ในร่างกายของตัวเอง ในชุดที่เธอเลือกจะยอมรับ แล้วบอกกับโลกว่า “ฉันจะเป็นฉัน ไม่ว่าฉันจะใส่อะไรก็ตาม” ในโลกที่ทุกอย่างพยายามนิยามเราอยู่ตลอดเวลาบางที นั่นอาจเป็นการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)
อ้างอิง – Judith Butler Gender Performance
Michel Foucault Discipline and Punish
Scifi Dimensions – What Does Life Fibers Represent in Kill la Kill?
POSTHUMAN ANALYSIS OF KILL LA KILL. By. William Vasquez.






