T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
การ์ตูน

[Review] Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi การขยายศักยภาพที่น่าทึ่งของจักรวาลอันไกลโพ้น

เขียนโดย Ban.kk

การตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดไม่กี่อย่างของ Lucasfilm ในช่วงหลังคือ การมอบโอกาสให้กับสตูดิโอแอนิเมชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Trigger, Science SARU, Kinema Citrus และ Aardman Kinema Citrus สร้างสรรค์เรื่องราวของตัวเองผ่านอนิเมะรวมเรื่องอย่าง Star Wars: Visions (2021) ซึ่งมีกลิ่นอายที่แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นคนแสดง

และเวอร์ชั่น Lucasfilm Animation อย่างชัดเจนทั้งในแง่ของนวัตกรรมและวิธีการนำเสนอเรื่องราวใหม่ๆ จนยากจะปฏิเสธว่าก่อน Andor (2022–2025) นี่คือการเดินหมากที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งของแฟรนไชส์นี้

[Review] Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi การขยายศักยภาพที่น่าทึ่งของจักรวาลอันไกลโพ้น

แต่แน่นอนว่าเมื่อรูปแบบการเล่าเรื่องขนาดยาวมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โปรเจกต์ Visions เองก็ต้องปรับตัวตามไปด้วยเช่นกัน แบรนด์ภาคแยกอย่าง Star Wars: Visions Presents จึงได้นำเรื่องราวจากฉบับภาพยนตร์สั้นมาขยายความและพัฒนาต่อให้กลายเป็นมินิซีรีส์ฉบับสมบูรณ์

ซึ่งการเลือกสตูดิโอ Production I.G (Ghost in the Shell, Haikyu!! และ FLCL) มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวก็ดูจะเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลเพราะเดิมที The Ninth Jedi ใน Vision ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบของ Space-Western ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ฉากแอ็กชันสุดตื่นตาตื่นใจของตัวละครในยุคที่วิถีแห่งเจไดและซิธพังทลายลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเดินทางของ Lah Kara (Kimiko Glenn) ในซีซัน 3 อย่าง “Child of Hope” จบลงด้วยการทิ้งปมค้างคาใจเอาไว้ให้แก่ผู้ชม

Star Wars

มินิซีรีส์อนิเมะความยาว 8 ตอนที่ใช้ชื่อว่า Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi จึงเป็นเหมือนภาคต่อหลังจากเหตุการณ์นั้น โดยตัวเอกของเรื่องยังคงเป็น Lah Kara เจไดสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพลังที่ต้องการเรียนรู้วิถีแห่งเจไดในยุคที่สมดุลอำนาจระหว่างแสงสว่างกับความมืดกลายเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าปรัมปรา เนื่องจากพวกเขาหลายคนเลือกที่จะหันหลังให้กับความเชื่อและไปประกอบอาชีพอื่นแทน

ที่สำคัญ ไลท์เซเบอร์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ประจำตัวก็แทบจะไม่มีใครรู้วิธีสร้างมัน หลังจากที่ Lah Zhima (Simu Liu) อดีตอัศวินเจไดและช่างตีดาบผู้เป็นพ่อของ Kara ถูกจำกุมไปโดย Lord Nawaam (Young Mazino) ขุนศึกผู้ลึกลับที่มีเป้าหมายในการยึดครองกาแล็กซี่ด้วยการใช้ Kyber Crystal ผลึกหายากที่อัดแน่นไปด้วยอานุภาพทำลายล้างสูงเป็นอาวุธ

ทว่าในขณะที่ Nawaam และกองทหารของเขากำลังเข้ายึดครองดาวเคราะห์ต่างๆ กลุ่มเจไดซึ่งประกอบไปด้วย Kara, Margrave Juro (Andrew Kishino), Ethan (Masi Oka), Homen (Patrick Seitz) และดรอยด์คู่ใจของเธอ Four-Nines ต่างก็พยายามที่จะกอบกู้ความสงบและจัดระเบียบกาแล็กซี่ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

[Review] Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi การขยายศักยภาพที่น่าทึ่งของจักรวาลอันไกลโพ้น

แม้เรื่องราวทั้งหมดอาจฟังดูเหมือนสูตรสำเร็จของ สตาร์วอร์ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือตอนแรกของมันกลับจบลงด้วยจุดหักมุมที่น่าตกใจเกี่ยวกับตัว Nawaam และไลท์เซเบอร์ของเขา ซึ่งกลายเป็นคำถามและประเด็นที่ท้าทายหลักศีลธรรมดั้งเดิม แต่เอาเข้าจริงกว่าที่ซีรีส์เรื่องนี้จะสร้างความบันเทิงได้ก็อาจจะต้องรอไปจนถึงกลางเรื่องเลยทีเดียว

ในช่วงแรก ซีรีส์เลือกที่จะพักเรื่องราวความสัมพันธ์ของ Kara ที่เคยปูพื้นฐานไว้ในภาพยนตร์สั้นสองตอนก่อนหน้าเพื่อหันไปขยายรายละเอียดของโลกในเรื่องนี้ให้ชัดเจนขึ้น แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ซีรีส์กลับตกอยู่ในกรอบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวที่ดูเหมือนสงครามระหว่างเจไดกับฝ่ายจักรวรรดิ, จังหวะการดำเนินเรื่องที่วนเวียนอยู่กับการรวบรวมพันธมิตร ไปจนถึงการใช้เวลาส่วนใหญ่ในการอธิบายตำนานและประวัติความเป็นมาที่ยืดเยื้อ

แต่ตอนที่ 3 อย่าง “Voices of the Past” นั้นก็ถ่ายทอดเนื้อหาออกมาได้ตรงตามชื่อตอน ด้วยการแนะนำตัวละครอย่าง Tafflah (Chase Sui Wonders) อดีตเจไดที่อุทิศตนให้กับการบอกเล่าเรื่องราวและรายละเอียดเกี่ยวกับอดีตของเหล่าเจได รวมถึงการกระทำอันอุกอาจในอดีตของ Zhima พ่อของ Kara ที่ปูมหลังของเขาเชื่อมโยงกับความนึกคิดที่บิดเบี้ยวบางอย่างของ Nawaam

[Review] Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi การขยายศักยภาพที่น่าทึ่งของจักรวาลอันไกลโพ้น

ถึงกระนั้น การปูพื้นฐานตัวละครที่ดูเบาบางในช่วงครึ่งแรกก็ถือเป็นจุดที่น่าขัดใจอยู่พอสมควร โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยดูภาพยนตร์สั้นสองตอนแรกมาก่อนก็อาจรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ผูกพันอะไรกับตัวละครเท่าไรนัก ซึ่งต่างจากคนเคยดูที่รู้จักมักคุ้นและเห็นพัฒนาการของ Kara มาเป็นอย่างดี แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความยอดเยี่ยมในการนำเสนอทิศทางของมันลดน้อยถอยลง

อย่างที่เห็นงานภาพของ The Ninth Jedi นั้นมีเสน่ห์มาก ผู้กำกับ Kenji Kamiyama (The Lord of the Rings: The War of the Rohirrim, Ghost in the Shell: SAC_2045) นำเสนอสไตล์ภาพที่ประณีตกว่าตอนสั้นอื่นๆ ที่ผ่านมาอย่างชัดเจน เขาและทีมอนิเมเตอร์สามารถผสมผสานตัวละครแบบ 2D เข้ากับฉากหลังแบบ 3D ได้อย่างลงตัวและกลมกลืนภายใต้การนำเสนอที่แข็งแรงและเป็นเอกภาพจนไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือวิสัยทัศน์ในการถ่ายทอดจักรวาลสตาร์วอร์ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่สตูดิโอ Production I.G เคยทำมา

ในทางหนึ่ง การได้เห็นฉากหลังที่กว้างไกลและฉากดวลไลท์เซเบอร์ที่ลื่นไหลจึงชวนให้นึกถึงซีรีส์ Star Wars: Clone Wars (2003–2005) ของ Genndy Tartakovsky อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะนับตั้งแต่ตอนนั้นมันก็ผ่านมานานถึงสองทศวรรษแล้วที่ซีรีส์สตาร์วอร์ ในรูปแบบอนิเมชัน 2D สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมได้อย่างงดงาม

[Review] Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi การขยายศักยภาพที่น่าทึ่งของจักรวาลอันไกลโพ้น

สิ่งที่ทำให้ The Ninth Jedi เดินไปถึงจุดนั้นได้คงหนีไม้พ้นช่วงกลางเรื่อง ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ซีรีส์ค้นพบจุดแข็งที่สุดของตัวเอง นั่นคือ การลดทอนรายละเอียดเรื่องตำนานจักรวาล (lore) แล้วหันมาให้ความสำคัญกับมิติของตัวละครแทน เพราะอย่าลืมว่านี่คือเรื่องราวการเติบโตและการค้นพบตัวตนของ Kara การดึงเธอกลับมาเป็นตัวละครหลักจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้ามเพียงเพื่อเป็นบันไดให้แก่เรื่องเล่าของซิธหรือเจได

ยิ่งไปกว่านั้น การเดินทางของเธอยังท้าทายกรอบศีลธรรมแบบขาวดำที่พบเห็นได้ทั่วไปในจักรวาลสตาร์วอร์ด้วยการนำเสนอพื้นที่สีเทาทางศีลธรรม ที่ไม่มากก็น้อยมันนำแนวคิดเรื่องสุญนิยม (Nihilism) เข้ามาสู่ปรัชญาของเจไดในมุมมองที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งนัยหนึ่งแม้แต่สีของไลท์เซเบอร์เองก็มีบทบาทสำคัญในแง่นี้เช่นกัน

[Review] Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi การขยายศักยภาพที่น่าทึ่งของจักรวาลอันไกลโพ้น

ท้ายที่สุด ซีรีส์เรื่องนี้จึงไม่ได้เพียงแค่ผสานตัวละครและประเด็นต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว แต่ยังหยั่งรากลึกด้วยคำถามที่ชวนคบคิดและอารมณ์ความรู้สึกที่จริงใจจนพัฒนาไปสู่ผลงานที่ลึกซึ้งเหนือกว่าผลงานฉบับคนแสดงหรือแอนิเมชันเรื่องอื่นๆ ในจักรวาลเดียวกัน

แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ Star Wars: Visions Presents — The Ninth Jedi ก็เป็นเรื่องราวในจักรวาล Star Wars ที่น่าประทับใจ และที่สำคัญ มันเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า การเปิดโอกาสให้เหล่านักสร้างสรรค์ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ที่มีต่อกาแล็กซีแห่งนี้ผ่านสื่อแอนิเมชันเป็นทิศทางที่เหมาะสมสำหรับแฟรนไชส์นี้ หรือบางทีอาจน่าดึงดูดใจกว่าสิ่งที่พวกเขา (ผู้บริหารและผู้มีอำนาจบางคน) เคยทำหรือกำลังทำอยู่เสียอีก

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save