T1 - Netmarble - Year 2026
RF Online
RF Online
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
หนัง

[Review] The Dog Stars ความสุขชั่วคราว ในวันที่โลกสิ้นหวัง

จากนิยายขายดี สู่หนังปรัชญาเรื่องล่าสุดของริดลีย์ สก็อตต์

เขียนโดย Biliebluu

The Dog Stars เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ Peter Heller โดยที่ในภาพยนตร์จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของโลกที่ล่มสลาย จากการระบาดของไข้หวัดที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย

ในวันที่โลกล่มสลาย มนุษย์จึงเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ยังคงเหลือรอดอยู่ ขณะเดียวกัน เมื่อโลกไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ มันก็นำมาซึ่งการไร้กฏระเบียบ และขอบเขต เกิดเป็นการเข้าแย่งชิงกันของมนุษย์เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง

[Review] The Dog Stars ความสุขชั่วคราว ในวันที่โลกสิ้นหวัง

หนังเล่าผ่านมุมของ ฮิก นักบินหนุ่มที่รอดชีวิตจากโรคระบาด แต่ก็ต้องสูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รัก และต้องใช้ชีวิตอยู่กับ แจสเปอร์ หมาคู่ใจ จนวันหนึ่งเขาได้รับเสียงสัญญาณวิทยุที่จะกลับมาจุดไฟความหวังให้เขาอีกครั้ง ที่จะได้พบผู้รอดชีวิตอื่น ๆ จึงนำไปสู่การออกเดินทางของ ฮิก และ แจสเปอร์

โดยหนังได้ผู้กำกับฝีมือดี ที่โดดเด่นในเรื่องของการสร้างโลก และแฝงไปด้วยปรัชญา อย่าง Ridley Scott มารับหน้าที่กำกับ และอำนวยการสร้าง อีกทั้งยังสมทบด้วยนักแสดงคุณภาพ อย่าง Jacob Elordi, Margaret Qualley, Josh Brolin และ Guy Pearce

(บทความนี้มีการเปิดหาเนื้อหาบางส่วนภายในหนัง)

[Review] The Dog Stars ความสุขชั่วคราว ในวันที่โลกสิ้นหวัง

ความน่าผิดหวังที่เกิดขึ้น คือชื่อของหนัง ที่ชูว่าหนังเรื่องนี้ต้องมีหมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ดูจะสอดคล้องกับชื่อเรื่อง แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแจสเปอร์หมาที่ดูเป็นตัวบทหลักของเรื่องต้องมาสิ้นใจตั้งแต่ช่วงเปิดหนังได้ไม่นาน ก่อนจะไม่มีบทบาทอีกเลย หรือโผล่มาเป็นเพียงการย้อนช่วงความทรงจำในอดีต

กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้แทบไม่มีความเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องอะไรกับสัตว์อย่างหมาตามชื่อของหนัง แม้ช่วงแรกหนังจะมีการเผยให้เห็นว่ามีหมาที่อยู่ตามท้องถนนจนชวนให้คิดว่า หรือหมาจะมีบทบาทเด่น แต่ก็ไม่ เพราะเนื้อเรื่องถูกดำเนินผ่านมนุษย์แบบ 100% มันจึงเป็นความน่าผิดหวัง เมื่อหนังดูจะหลอกคนดู ที่แม้แต่โปสเตอร์ก็ทำการโปรโมตให้หมาโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด

ตลอดเวลาเกือบสองชั่วโมง หนังจึงวนเวียนอยู่กับการสำรวจโลกที่ล่มสลายผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ตัวละคร ฮิก และ หมาคู่ใจอย่าง แจสเปอร์ ต้องเผชิญไปด้วยกัน ตรงนี้จึงชวนให้นึกถึงหนังเก่าอย่าง I Am Legend (2007) แต่ถึงอย่างนั้นการสำรวจโลกที่ล่มสลายกลับใช้เวลาที่นานเกินไป

การเล่าอย่างเป็นลำดับจนดูเป็นเส้นตรง ซึ่งก็คงคาดเดาได้ไม่ยากในมุมของตัวละครที่ต้องอยู่ในโลกที่ล่มสลาย มันจึงเป็นความเอื่อยเฉื่อยที่เนื้อหาไม่คืบหน้าสักที เพราะวนเวียนอยู่กับการสำรวจโลก รวมไปถึงการสื่อสารกันแค่ระหว่างคนกับหมา ก็ทำให้หนังดูเป็นการจับจ้องอยู่เพียงมนุษย์คนเดียวที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ด้วยกัน

ก่อนจะเริ่มเข้าสู่การแนะนำตัวละคร แบงลีย์ ชายผู้เตรียมพร้อมรับมือกับวันสิ้นโลก และมีทักษะการเอาตัวรอดไม่ต่างจากทหารเก่า ตรงนี้จึงเริ่มดึงความน่าติดตามให้หนังกลับมาได้อีกครั้ง หลังจากที่เนื้อเรื่องไม่คืบหน้า และยืดเยื้อกินเวลาไปเนิ่นนาน

[Review] The Dog Stars ความสุขชั่วคราว ในวันที่โลกสิ้นหวัง

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้หนังไม่สามารถเป็นหนังที่น่าจดจำได้ ซึ่งนอกจากการดำเนินเรื่องที่ยืดเยื้อแล้ว ฉากแอคชั่นก็กลับทำออกมาได้แบบไร้อารมณ์ มันไม่ใช่ฉากแอคชั่นที่เน้นความโหดสะใจ แต่เป็นการให้ความรู้สึกแบบรับรู้ว่าหนังมีฉากแอคชั่นเพียงเท่านั้น แม้จะมีฉากระเบิด ฉากการปะทะระหว่างคนด้วยกัน แต่มันก็ยังไม่ก่อให้เกิดอรรถรสที่จะดูแล้วเอาใจช่วย หรือให้ความรู้สึกพุ่งพล่าน เพราะจังหวะหนังที่ดูเฉื่อย

และฉากแอคชั่นที่เน้นใช้มุมกล้องหลอก ไม่ได้มีเทคนิคภาพที่ทำให้ดูหวือหวา เป็นเพียงฉากแอคชั่นมาตรฐาน มันจึงยิ่งน่าแปลกใจที่ผลงานของเจ้าพ่อแห่งการสร้างโลกในหนังอย่าง ริดลีย์ สก็อตต์ ไม่สามารถที่จะดึงความเดือดดาลให้กับหนังได้น่าติดตามไปมากกว่านี้

จนมาสู่ช่วงท้ายของหนังที่มอบความรู้สึกสุดแปลก เมื่อหนังจบลงอย่างไม่มีที่มาที่ไป เป็นการจบแบบดูห้วน จนทำให้รู้สึกว่า หนังขาดการสร้างฉากไคล์แมกซ์ ที่ต้องขมวดเรื่องราวของหนังให้ผู้ชมพุ่งพล่านก่อนจะจบหนังได้มากที่สุด แต่ก็ไม่เกิดความรู้สึกอย่างนั้นเสียเลย มันเป็นการจบหนังที่ทุกตัวละครต่างใช้ชีวิตเริงร่าในวันที่โลกล่มสลายต่อไป โดยที่ยังมีภัยอันตรายจากมนุษย์ด้วยกันอยู่สักแห่งในพื้นที่ แต่หนังก็ไม่ได้มีการหยิบเล่าต่อ และจบแบบละไว้ในฐานที่เข้าใจ

[Review] The Dog Stars ความสุขชั่วคราว ในวันที่โลกสิ้นหวัง

น่าผิดหวังที่หนังเสริมทัพด้วยนักแสดงแถวหน้าของวงการมากมาย ซึ่งแต่ละคนก็อยู่ในระดับที่เคยเข้าชิงรางวัลสายนักแสดงในเวทีใหญ่กันมาแล้ว แต่หนังกลับไม่สามารถดึงศักยภาพของพวกเขาให้เต็มที่กับหนังได้ เพราะการลำดับและการเล่าเรื่องที่ย่ำแย่ จนรู้สึกน่าเสียดายที่หนังได้นักแสดงคุณภาพคับจอ โดยเฉพาะ Josh Brolin และ Guy Pearce ที่ถือว่าทั้งสองเป็นตัวละครสมทบที่ออกน้อย แต่ค่อนข้างเด่นด้วยการแสดงของพวกเขา ทั้งคำพูดคำจา การตีบทแตก และทักษะของตัวละคร ก็ทำให้ตัวละครของพวกเขาไม่ดูเรียบแบน หรือจางหาย จนทำให้พวกเขาเป็นตัวละครที่ดูเท่ และสามารถขโมยซีนได้ไม่ต่างจากตัวละครคู่หลัก

ถึงอย่างนั้น The Dog Stars ก็ถือว่าเป็นหนังที่ยังสามารถสร้างโลกของตัวเองได้ ตามวิสัยทัศน์ของ ริดลีย์ สก็อตต์ นั่นคือการเป็นโลกที่ล่มสลายจนไร้ซึ่งความหวัง และไม่มีแสงสว่างให้ตัวละครได้ฝันใฝ่ หรือแค่มอบความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีวันเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งก็ตรงนี้ก็กลายเป็นว่าหนังก็มีการทำงานในแบบอุดมการณ์ของมนุษย์ และพยามเล่นกับเรื่องความหวังที่ไม่มีวันทราบได้

ซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดผ่านมุมมองของตัวละคร ฮิก ซึ่งเป็นเหมือนคนที่ยังเชื่อในความหวัง และ ตัวละคร แบงลีย์ ที่ล้มเลิกความคิด และขอเลือกอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งทำให้ The Dog Stars เป็นหนังที่พยามสอดใส่ความเป็นปรัชญาให้ผู้ชมได้ตีความนั่นเอง

The Dog Stars

เป็นความน่าขมขื่นของหนังที่เหมือนว่าจะดี แต่ก็ดูไร้ทิศทางของตัวเองกับหนัง The Dog Stars แม้จะได้นักแสดงมากฝีมือ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องวิธีการนำเสนอที่ดูล่าช้าจนแทบไม่เหลือความสนุก จนน่าตัดทอนให้มากกว่านี้ และน่าคิดว่านี่อาจจะเป็นภาพยนตร์ฟอร์มตกเรื่องล่าสุดของ ริดลีย์ สก็อตต์ หลังจากที่เคยผ่านยุครุ่งเรืองจากหนังของเขามาอย่างมากมาย

ติดตามข่าวสารภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ได้ที่ GamerCulture (หนัง)

imdb

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save