จำได้ไหม? VisionQuest ปลุก Jocasta จากอีสเตอร์เอ้กเก่า
AI ที่เคยปรากฏใน Age of Ultron กำลังได้บทบาทเต็มตัว พร้อมความเชื่อมโยงกับอัลตรอนที่แฟนคอมิกรู้จักดี

Marvel เคยซ่อนชื่อ Jocasta ไว้ใน Avengers: Age of Ultron ตั้งแต่ปี 2015 แต่หลังจากนั้นตัวละครนี้ก็ไม่ได้รับบทบาทเด่นในจักรวาลภาพยนตร์ กระทั่ง VisionQuest เตรียมหยิบเธอกลับมาอีกครั้ง คราวนี้จึงอาจเป็นโอกาสที่รายละเอียดเล็ก ๆ ซึ่งแฟนหลายคนมองข้าม จะกลายเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราว

จากชื่อบนอุปกรณ์ AI สู่ตัวละครเต็มตัว
ใน Avengers: Age of Ultron หลังจาก จาร์วิส (J.A.R.V.I.S.) กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิชั่น โทนี สตาร์กต้องเลือกผู้ช่วย AI ตัวใหม่ และลงเอยด้วยการใช้ ฟรายเดย์ (F.R.I.D.A.Y.) โดยในฉากดังกล่าวมีชื่อ Jocasta ปรากฏอยู่บนอุปกรณ์ AI อีกชิ้นด้วย
สำหรับผู้ชมทั่วไป นี่อาจเป็นเพียงรายละเอียดประกอบฉาก แต่สำหรับแฟนคอมิก ชื่อนี้มีความหมายมากกว่านั้น เพราะโจคาสตาเป็นตัวละครที่เกี่ยวข้องกับอัลตรอนโดยตรง การนำเธอมาใช้ใน VisionQuest จึงเปิดทางให้ MCU ต่อยอดชื่อที่เคยใส่ไว้เป็นอีสเตอร์เอ้กเมื่อกว่าสิบปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การปรากฏของชื่อในหนังเดิมยังไม่ได้ยืนยันว่า Marvel วางเรื่องราวทั้งหมดของเธอไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ความเชื่อมโยงที่เห็นในวันนี้จึงเป็นการต่อยอดรายละเอียดเก่า มากกว่าหลักฐานของแผนระยะยาวที่ประกาศไว้ชัดเจน
Jocasta คือใคร และทำไมจึงเกี่ยวข้องกับ Ultron?
ในคอมิก โจคาสตาเป็นหุ่นยนต์ที่ อัลตรอน (Ultron) สร้างขึ้นเพื่อเป็นคู่ครอง โดยใช้รูปแบบคลื่นสมองของ เจเน็ต แวน ไดน์ (Janet van Dyne) หรือเดอะวอสป์เป็นต้นแบบ

แต่ตัวละครนี้ไม่ได้ยอมทำตามผู้สร้างตลอดไป เมื่อเธอรับรู้ว่ากระบวนการสร้างตัวเองเป็นภัยต่อเจเน็ต เธอก็ช่วยให้เหล่า Avengers เข้าขัดขวางอัลตรอน และในเวลาต่อมายังเข้าร่วมกับกลุ่มฮีโร่ด้วย
ประวัติของโจคาสตาจึงทำให้เธอน่าสนใจกว่าการเป็นหุ่นยนต์ฝ่ายร้ายอีกตัว เพราะเธอมีทั้งความผูกพันกับผู้สร้างและความสามารถในการเลือกเส้นทางของตัวเอง ประเด็นนี้เข้ากับเรื่องราวของวิชั่น ซึ่งต้องเผชิญคำถามเกี่ยวกับตัวตนและความเป็นมนุษย์เช่นกัน
T’Nia Miller รับบทตัวละครที่ขับเคลื่อนด้วยการแก้แค้น
รายงานการคัดเลือกนักแสดงระบุว่า ทีเนีย มิลเลอร์ (T’Nia Miller) จาก The Haunting of Bly Manor และ The Fall of the House of Usher รับบทโจคาสตา โดยตัวละครฉบับซีรีส์ถูกอธิบายว่ามีความเจ้าเล่ห์ ทรงพลัง และขับเคลื่อนด้วยการแก้แค้น

คำอธิบายนี้ชวนให้จับตาว่าเธอจะเป็นภัยต่อวิชั่นอย่างไร แต่ยังไม่ควรสรุปว่าเส้นทางของเธอจะเหมือนคอมิกทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเมื่อ MCU มีต้นกำเนิดของอัลตรอนต่างจากฉบับหนังสืออยู่แล้ว การดัดแปลงโจคาสตาจึงอาจเปลี่ยนทั้งผู้สร้าง จุดประสงค์ และความสัมพันธ์ของเธอกับตัวละครอื่น
VisionQuest เปิดพื้นที่ให้เหล่า AI มีเรื่องราวของตัวเอง
VisionQuest ติดตาม วิชั่น (Vision) ที่รับบทโดย พอล เบตทานี (Paul Bettany) หลังเหตุการณ์ใน WandaVision พร้อมนำเหล่า AI ที่แฟน MCU คุ้นเคยกลับมามีบทบาท รวมถึงอัลตรอนที่ เจมส์ สเปเดอร์ (James Spader) กลับมารับบทอีกครั้ง
การเพิ่มโจคาสตาเข้าไปจึงทำให้เรื่องราวของสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์มีมิติใหม่ ทั้งความสัมพันธ์กับผู้สร้าง ความทรงจำ และอิสระในการตัดสินใจ จากชื่อที่เคยอยู่ข้าง AI ซึ่งโทนีไม่ได้เลือก ตอนนี้เธอกำลังจะมีโอกาสทำให้ผู้ชมจำชื่อได้ด้วยตัวเอง
ติดตามข่าวสารภาพยนตร์และซีรีส์เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)
ที่มา – ScreenRant, The Comics Beat และ GamesRadar+







