T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
หนัง

[Review] One Piece Season 2 ยกระดับการเล่าเรื่องได้อย่างน่าประทับใจ

ด้วยมาตราฐานที่ค่อนข้างสูงจากซีซันแรกจึงไม่แปลกที่คนดูจะคาดหวัง

เขียนโดย ban.kk

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม การเดินทางของกลุ่มหมวกฟางก็ได้ถูกสานต่ออีกครั้งใน One Piece Season 2 และด้วยมาตราฐานที่ค่อนข้างสูงจากซีซันแรกจึงไม่แปลกที่คนดูจะคาดหวังว่าเรื่องราวการผจญภัยในครั้งนี้จะถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีไม่แพ้กับต้นฉบับ

One Piece

และถึงแม้จะมีประเด็นเรื่องการคัดเลือกนักแสดงบางคนอยู่บ้าง แต่เมื่อดูจบก็คงพูดได้อย่างเต็มปากว่า หัวใจของมันยังอยู่ครบถ้วนทุกประการ

One Piece Season 2 เล่าเรื่องต่อจากช่วงเวลาที่กลุ่มหมวกฟางโค่นล้มอาลองได้และกำลังเตรียมตัวออกเดินทางเข้าสู่แกรนไลน์ โดยมีจุดหมายสุดท้ายที่ต้องแวะเติมเสบียงคือ โลคทาวน์ เมืองที่ราชาโจรสลัด โกล ดี. โรเจอร์ ถูกประหาร และที่นั่นพวกเขาได้เข้าปะทะกับนาวาเอกสโมคเกอร์เจ้าของผลปีศาจโมคุโมคุผู้ใช้ควันเป็นอาวุธ ซึ่งลูฟี่ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำในการต่อสู้ก็ได้รับความช่วยเหลือจากหัวหน้าคณะปฏิวัติ มังกี้ ดี. ดราก้อน จนหนีออกมาจากเมืองได้สำเร็จ

ทว่าเมื่อเข้าสู่แกรนไลน์สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าไม่ได้มีแค่เส้นทางที่ไม่รู้จัก แต่ยังมีศัตรูหน้าใหม่อย่าง บาร็อคเวิร์ค กลุ่มอาชญากรที่นำโดย มิสเตอร์ซีโร่ ชายปริศนาที่คอยส่งลูกน้องมากมายออกมาตามล่าพวกเขาโดยหมายมั่นที่จะพาตัวองค์หญิงแห่งอาณาจักรอราบาสตากลับไป

One Piece

แน่นอนว่า การดัดแปลงมังงะมาเป็นซีรีส์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเขาต้องเข้าใจว่าตัวเองกำลังจะเล่าเรื่องไปในทิศทางไหน และหากไม่นับเรื่องที่อาจารย์เออิจิโร โอดะ ผู้เป็นนักเขียนเจ้าของผลงานลงมาควบคุมการสร้างเอง สิ่งที่ต้องปรบมือให้กับคนทำในครั้งนี้จริงๆ คือ การที่ตัดสินใจหยิบยกเอาเนื้อหาบางส่วนจากมังงะมาใช้เสริมพื้นหลังของตัวละคร

ไม่ว่าจะเป็นการปรากฏตัวของบาร์โธโลมีโอกับสมาชิกคณะปฎิวัติคนหนึ่ง การเอ่ยถึงก็อดวัลเลย์ของโรเจอร์ อดีตของกลุ่มโจรสลัดรูมบาร์กับลาบูน การมีอยู่ของหนวดดำ รวมไปถึงความหลังของซันจิกับแม่ที่กว่าเราจะได้เห็นในมังงะก็ปาเข้าไปยันภาค Whole Cake Island เลย

ซึ่งการนำเรื่องราวเหล่านี้มาใช้ไม่ได้มีไว้แค่ทำให้คนดูเข้าใจถึงความเป็นมาของตัวละคร แต่เอาไว้ปูทางให้กับการปรากฏตัวของพวกเขาบางคนในภายภาคหน้าด้วยเช่น บรู๊ค หนึ่งในลูกเรือของกลุ่มโจรสลัดรูมบาร์ที่อีกไม่นานเขาจะกลายเป็นละครสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากกับกลุ่มหมวกฟาง ฉะนั้นการใส่เนื้อหาเหล่านี้ลงไปจึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่เซอร์วิส แต่ทำให้คนที่ไม่เคยอ่านมังงะมาก่อนสามารถสนุกไปกับเรื่องราวได้โดยที่ไม่ต้องคอยตั้งคำถามว่าใครเป็นใคร

One Piece

ส่วนด้านโปรดักชั่น One Piece Season 2 ยังคงโดดเด่นที่เซ็ตติ้งฉากเหมือนกับซีซันแรก แม้จะให้ความรู้สึกเหมือนกับคนแต่งคอสเพลย์อยู่บ้าง แต่ถ้าพิจารณาจากเป้าประสงค์ของคนทำก็อาจมองได้ว่า นี่เป็นความตั้งใจของพวกเขาเองที่จะสื่อสารกับคนดูไปในทิศทางนี้ แต่จุดอ่อนหนึ่งที่ดูจะแก้ไม่ตกคือ ฉากแอ็กชันที่ไร้น้ำหนัก เพราะตลอด 8 ตอนมีแค่ไม่กี่ฉากเท่านั้นที่สามารถสร้างความประทับใจได้อย่างแท้จริง และส่วนใหญ่มันมักจะมาจากฝีมือการแสดงของ แม็คเคนยู ซึ่งเป็นนักแสดงเพียงไม่กี่คนที่มีประสบการณ์ด้านฉากบู๊จริงๆ

ภาพใหญ่ของซีซันนี้จึงเป็นการเน้นหนักไปที่ดราม่าที่ทำได้ดีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม อีกทั้งเรื่องราวส่วนใหญ่ยังเกื้อหนุนไปในทิศทางนั้นด้วย โดยปริยาย มันจึงไม่แปลกที่ฉากเศร้าเคล้าน้ำตาจะดึงอารมณ์ของคนดูได้อย่างอยู่หมัด การพบกันของลาบูนกับกลุ่มหมวกฟางไล่ยาวไปจนถึงการชักชวนช็อปเปอร์ขึ้นเรือทั้งหมดถูกทำออกมาอย่างแข็งแรงชนิดที่ยากจะปฏิเสธได้ว่า นี่เป็นส่วนที่ดีที่สุดของเรื่อง 

One Piece
One Piece

อย่างไรก็ตาม หากกล่าวถึงช็อปเปอร์ก็ย่อมต้องกล่าวถึง CGI ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างจินตนาการที่เคยอยู่บนหน้ากระดาษกลายเป็นจริง โดยเฉพาะกับผู้ใช้พลังผลปีศาจที่หลังจากนี้จะปรากฏตัวออกมาราวกับดอกเห็ด และในซีซันนี้คนที่มีบทบาทโดดเด่นมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นสโมคเกอร์กับมิสออลซันเดย์ หรือ นิโค โรบิน ที่พลังของทั้งคู่ดูมีลูกเล่นและน่าขนลุกขนพองมากกว่าที่เห็นอยู่ในการ์ตูนพอสมควร

แต่ที่น่าชื่นชมคือ การสวมบทบาทเป็นตัวละครของพวกเขา คัลลัม เคอร์ในบทสโมคเกอร์ได้มอบความรู้สึกราวกับเป็นบอสที่กลุ่มหมวกฟางไม่อาจก้าวข้ามได้อย่างน่าเกรงขาม ซึ่งการปรากฏตัวของเขาแต่ละครั้งล้วนน่าจดจำแม้จะไม่ได้มีแอร์ไทม์ที่มากก็ตาม เช่นเดียวกับ เลรา อาโบวา ที่แฟนๆ คงจะขานรับเป็นเสียงเดียวกันว่า เหมาะสมกับบทโรบินทุกประการ

One Piece

นอกจากทั้งสองคนแล้ว ทีมนักแสดงชุดนี้ยังมีอีกสามคนที่น่ากล่าวถึงคนแรกคือ เดวิด แดสต์มัลแชนเจ้าของบท มิสเตอร์ทรี ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาของเขาไม่มากก็น้อย เนื่องจากจากเป็นดาราที่ปรากฏตัวอยู่ในหนังฮอลลีวูดค่อนข้างบ่อย และการมารับบทเป็นตัวละครที่มีคาแร็กเตอร์ยียวนนี้ก็ดูจะใช้ความสามารถด้านการแสดงของเขาได้เป็นอย่างดี ว่าง่ายๆ ถ้าจะมีใครสักคนถูกเสนอชื่อเป็น มิสเตอร์ทรี การมองข้าม เดวิด แดสต์มัลแชน ก็ไม่ต่างอะไรกับการโยนหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดทิ้งไป

คนที่สองคือ ชาริธรา จันดราน ที่ถูกครหาอย่างมากว่า ภาพลักษณ์ไม่เหมาะสมกับบทบาทของเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรอราบาสตา เนเฟลตาลี ดี. วีวี่ ในช่วงแรก แต่เมื่อได้เห็นการแสดงของ ชาริธรา จันดราน ก็คงตอบได้ว่าเหตุใดถึงถูกเลือกให้รับบทนี้ เพราะเคมีของเธอดูเข้ากับนักแสดงหลักคนอื่นๆ อย่างน่าอัศจรรย์ และนั่นอาจเจือจางอคติที่อยู่ในใจของใครบางคนได้ไม่มากก็น้อย

One Piece

คนที่สามคือ จูเลีย เรห์วัลด์ ในคราบของ ทาชิงิเด็กสาวเนิร์ดดาบผู้เป็นลูกน้องคนสนิทของสโมคเกอร์ที่นักแสดงตัวจริงค่อนข้างมีเสน่ห์ แต่พออยู่ในซีรีส์ปัจจัยเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมกลับทำร้ายเธออย่างหนัก ถึงกระนั้น การด่วนตัดสินว่าจูเลีย เรห์วัลด์ คู่ควรบทนี้หรือไม่ก็ดูจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไร เพราะบทบาทของเธอมีน้อยมากเมื่อเทียบกับตัวละครสำคัญคนอื่นๆ

One Piece season 2

โดยรวม One Piece ซีซั่น 2 ถือว่ายกระดับการเล่าเรื่องของตัวเองได้อย่างน่าประทับใจ แม้ปัจจัยด้านเวลาจะทำให้ต้องตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออกไป แต่นั่นก็ไม่ได้ลดคุณค่าของมันลงแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม การใส่เรื่องราวความหลังของตัวละครตามรายทางกลับช่วยให้มิติของพวกเขาดูกว้างไกลขึ้นสะท้อนว่า ซีรีส์มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาในส่วนที่ตัวเองขาดหายไปได้ ที่สำคัญ นี่เป็นเพียงก้าวที่สองของการเดินทางอันยาวไกล นั่นหมายความว่า คนทำยังมีพื้นที่ให้รังสรรค์สิ่งต่างๆ อีกมากและเราในฐานะคนดูก็วาดหวังว่าจะได้เห็นมันออกมาเป็นรูปเป็นร่างด้วยเช่นกัน

รับชม ONE PIECE Season 2 ได้ที่นี่

Netflix

สามารถติดตามข่าวสารภาพยนตร์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save