Harry Potter เปลี่ยนชื่อภาคแรกในอเมริกา หลังใช้มา 28 ปี
ยุติความแตกต่างจากชื่อ Sorcerer’s Stone ที่แฟนชาวอเมริกันคุ้นเคย

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แฟน Harry Potter ในสหรัฐอเมริการู้จักเรื่องราวภาคแรกในชื่อ Harry Potter and the Sorcerer’s Stone ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ใช้ชื่อต้นฉบับว่า Harry Potter and the Philosopher’s Stone แต่ความแตกต่างนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในซีรีส์ฉบับใหม่ของ HBO

HBO เลือกกลับไปใช้ชื่อต้นฉบับ
แฮร์รี่ พอตเตอร์ ฉบับซีรีส์จะใช้ชื่อซีซันแรกอย่างเป็นทางการว่า Harry Potter and the Philosopher’s Stone รวมถึงการประชาสัมพันธ์ในสหรัฐอเมริกา นับเป็นการกลับมาใช้ชื่อเดียวกับหนังสือฉบับอังกฤษ แทนที่จะใช้คำว่า Sorcerer’s Stone เหมือนหนังสือและภาพยนตร์เวอร์ชันอเมริกันในอดีต
ความเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับแนวทางของ HBO ที่ต้องการดัดแปลงเรื่องราวให้ใกล้เคียงหนังสือต้นฉบับของ J.K. Rowling มากขึ้น โดยแต่ละซีซันจะนำหนังสือหนึ่งเล่มมาขยายเป็นเรื่องราวแบบซีรีส์
ทำไมอเมริกาถึงเคยเปลี่ยนเป็น Sorcerer’s Stone?
หนังสือเล่มแรกวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 1997 ภายใต้ชื่อ Harry Potter and the Philosopher’s Stone ก่อนที่ Scholastic จะซื้อลิขสิทธิ์ไปตีพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1998

อาร์เธอร์ เอ. เลวีน (Arthur A. Levine) บรรณาธิการของ Scholastic ในขณะนั้นมองว่า คำว่า “Philosopher” ฟังดูเก่าและอาจไม่ดึงดูดเด็กอเมริกันมากพอ จึงมีการเสนอชื่อใหม่หลายแบบ รวมถึง Harry Potter and the School of Magic ก่อนลงเอยด้วยชื่อ Harry Potter and the Sorcerer’s Stone
ปัญหาคือการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวทำให้ความเชื่อมโยงกับ “ศิลานักปราชญ์” ซึ่งเป็นวัตถุในตำนานของศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุจางหายไป ส่วน โรว์ลิง เคยยอมรับในภายหลังว่าเธอเสียใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ และคงคัดค้านมากกว่านั้นหากตอนนั้นมีอำนาจต่อรองมากพอ

ซีรีส์ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เตรียมฉายปลายปี 2026
ซีรีส์มีกำหนดเปิดตัวทาง HBO และ HBO Max วันที่ 25 ธันวาคม 2026 โดยซีซันแรกประกอบด้วย 8 ตอน นำแสดงโดย โดมินิก แม็กลาฟลิน (Dominic McLaughlin) รับบท แฮร์รี, อลาสแตร์ สเตาต์ (Alastair Stout) รับบท รอน และ อาราเบลลา สแตนตัน (Arabella Stanton) รับบท เฮอร์ไมโอนี
เรียกได้ว่าหลังปล่อยให้พ่อมดอเมริกันใช้ “ศิลาเวทมนตร์” มานานถึง 28 ปี ในที่สุดทุกคนก็จะได้เรียก “ศิลานักปราชญ์” เหมือนกันเสียที
ติดตามข่าวสารและเรื่องราวจากวงการภาพยนตร์เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)
ที่มา – ScreenRant







