ทำไมเกม J-RPG ตัวเอกต้องเป็นเด็ก?
ดินแดนแห่งความฝันที่ย้ำเตือนผู้เล่นว่า ครั้งหนึ่งเราทุกคนเคยเชื่อมั่นในมิตรภาพและเราทุกคนมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม

เขียนโดย Lingeaphy
เคยสงสัยไหมว่าทำไมเหล่าตัวละครจากเกมสวมบทบาทจากญี่ปุ่น (J-RPG) ไม่ว่าจะเกมไหนก็ตามส่วนใหญ่มักเป็นเด็กวัยรุ่นทั้งนั้น
หากเราลองกางรายชื่อเกมสวมบทบาทฝั่งญี่ปุ่นออกมา เราจะพบว่าผลงานเกมสวมบทบาททั้งหลายของฝั่งญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นผลงานอินดี้หรือเป็นผลงานระดับตำนาน สิ่งหนึ่งที่เกือบทุกผลงานมีร่วมกันก็คือ อายุของตัวเอกมักจะวนอยู่ที่ 15-18 ปี
คำถามก็คือ ทำไมผู้พัฒนาเกมญี่ปุ่นถึงพร้อมใจกันมอบชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลกไว้ในมือของเหล่าวัยรุ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มันเป็นเพียงสูตรสำเร็จซ้ำซากหรือมันซ่อนปรัชญาอะไรของสังคมญี่ปุ่นไว้กันแน่

วัฒนธรรม Seishun
คำว่า Seishun มาจากคันจิ 青春 ซึ่งหากแปลตรงตรงตามตัวอักษรคันจิจะแปลว่า ฤดูใบไม้ผลิแห่งชีวิต ในสังคมญี่ปุ่น ช่วงวัยรุ่นมัธยมปลายถูกมองว่าเป็น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิต เป็นช่วงอายุแห่งความสดใส มิตรภาพ ความฝัน และอิสระที่ไร้ขอบเขต ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าสู่ช่วงสังคมโลกแห่งการทำงานที่โหดร้ายในฐานะ มนุษย์เงินเดือน ที่ต้องอยู่ในกรอบระเบียบของสังคมอย่างเคร่งครัด
การทำให้ตัวเอกเป็นเด็กจึงเป็นการตอบสนองต่อการรำลึกถึงช่วงวัยรุ่นของเหล่าผู้เล่นวัยทำงาน และมอบความรู้สึกร่วมให้กับผู้เล่นวัยรุ่น ว่าช่วงเวลานี้คือช่วงที่พวกเขาสามารถเปลี่ยนโลกได้จริง ๆ
โครงสร้างของสังคมญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องระเบียบและการกดทับตัวตนอย่างรุนแรง ทันทีที่เรียนจบมหาวิทยาลัยและก้าวเข้าสู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนเต็มตัว ชีวิตของพวกเขาจะถูกตีกรอบด้วยวัฒนธรรมการทำงานที่หนักหน่วง ความอาวุโส และการห้ามทำตัวโดดเด่นจากกลุ่ม
วัยรุ่นมัธยมปลายจึงเป็นช่วงเวลาเดียวในชีวิตที่คนญี่ปุ่นได้รับการอนุญาตให้มี ตัวตน ให้วิ่งไล่ตามความฝันโดยไม่ต้องสนใจกรอบเศรษฐกิจ วัฒนธรรม Seishun ใน JRPG จึงทำหน้าที่เป็นดินแดนแห่งความฝันสำหรับชาวญี่ปุ่นวัยทำงาน ให้พวกเขาได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคสมัยที่ชีวิตยังมีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเองนั่นเอง

ผ้าขาวที่ง่ายต่อการเขียนบท
ในเชิงการเล่าเรื่อง ตัวละครวัยรุ่นเปรียบเสมือน ผ้าขาว ที่ยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก พวกเขายังคงไร้เดียงสา มีความดื้อรั้น และมองโลกในแง่ดี ซึ่งขัดกับตัวละครผู้ใหญ่ที่มักจะมีทัศนคติตายตัวและผ่านความบอบช้ำทางจิตใจมาแล้ว
ส่วนใหญ่แล้วเกม JRPG มักเน้นธีม Coming of age หรือก็คือการเติบโตของตัวละคร ในเกม JRPG ส่วนใหญ่จึงมักนำเสนอจาก เด็กหนุ่มผู้ไม่รู้เรื่องราวของโลก ได้เติบโต ค่อย ๆ เรียนรู้มิตรภาพ ความสูญเสีย และความรับผิดชอบ การเดินทางของตัวเอกจึงไม่ใช่แค่การดำเนินเนื้อเรื่องธรรมดาแต่มันคือการเติบโตของวุฒิภาวะของตัวละครที่ผู้เล่นได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจนจบเกม
การต่อต้านระบบของผู้ใหญ่
ในช่วงหลังนี้หากลองสังเกตให้ดี ศัตรูแท้จริงในเกม JRPG จะไม่ได้มาในคราบจอมมารหน้าตาอัปลักษณ์ที่อยากทำลายโลกอย่างไร้เหตุผลเหมือนในเกมยุคคลาสสิค แต่พวกเขามาในคราบของ ผู้มีอำนาจในสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองที่คอรัปชัน ผู้นำลัทธิทางศาสนาที่ล้างสมองผู้คน หรือแม้กระทั่งระบบราชการและนายทุนที่กดขี่
การที่ตัวเอกเกม JRPG ต้องเป็นเด็กจึงกลายเป็นเครื่องมือทางสัญลักษณ์ที่ทรงพลังในการเล่าเรื่องราวของ การปฏิรูปสังคมที่บิดเบี้ยว
ในธีมของเกม JRPG ส่วนใหญ่ โลกที่ตัวเอกอยู่จะเป็นโลกที่กำลังล่มสลายหรือสังคมเน่าเฟะ มักเกิดจากความโลภ การแสวงหาอำนาจ หรือความผิดพลาดในอดีตที่ คนรุ่นผู้ใหญ่ เป็นคนก่อทิ้งไว้ แต่ผลลัพธ์ของความเลวร้ายเหล่านั้นดันมาตกอยู่ที่เหล่า เด็กยุคใหม่
ยกตัวอย่างจากเกมซีรี่ย์ Persona หากสังเกตให้ดี เรื่องราววุ่นวายในเกมมันเกิดจากพวกผู้ใหญ่กันทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เด็กยุคใหม่จึงเป็นผู้ต้องรับชะตากรรมที่ผู้ใหญ่ได้ก่อและต้องเลือกว่าจะยอมรับผลกรรมที่ไม่ได้ก่อ หรือเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงมัน

สรุป
ตัวเอกในเกม J-RPG ในคราบเด็กมัธยมจึงไม่ใช่แค่สูตรสำเร็จ แต่คือตัวแทนของอุดมคติอันบริสุทธิ์ที่ไม่ยอมต่อโลกผู้ใหญ่ที่เย็นชา มันคือดินแดนแห่งความฝันที่ย้ำเตือนผู้เล่นว่า ครั้งหนึ่งเราทุกคนเคยเชื่อมั่นในมิตรภาพและเราทุกคนมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)





![[รีวิว] The Dark Pictures: Man of Medan เวอร์ชั่น Nintendo Switch 9 [รีวิว] The Dark Pictures: Man of Medan เวอร์ชั่น Nintendo Switch](/wp-content/uploads/2023/05/3-2-390x220.jpg)
