ก็สนุกนะ แต่…ทำไม Fortnite ถึงไม่ฮิตในไทย
เพราะอะไร ? เกมเรือธงของ Epic Games อย่าง Fortnite ถึงกระแสไม่ปังอย่างที่คิดในไทย

เขียนโดย Biliebluu
ในขณะที่กระแสเกมแนว Battle Royal ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย แต่กลับมีอยู่เกมหนึ่งที่ต่อให้จะมีคอนเทนต์ หรือ โหมดการเล่นต่าง ๆ มากมายสักแค่ไหน ก็ดูจะยังกระแสเงียบ และเป็นความชอบเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในฐานวงกว้าง เกิดอะไรขึ้นกับ Fortnite?
เกม ฟอร์ทไนท์ คือหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของวงการเกมระดับโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกมที่ไม่ได้เป็นแค่เกมคอมพิวเตอร์ธรรมดา แต่ได้กลายเป็นศูนย์รวม Pop Culture ระดับโลก ที่ครองใจเด็กและวัยรุ่นในฝั่งตะวันตก อีกทั้งยังเป็นเกมฟรีที่จัดเต็มในด้านเนื้อหาคอนเทนต์ที่มากกว่าการเป็นแค่เกมฟรี
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้น เมื่อปี 2017 โดยค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Epic Games ซึ่งในช่วงแรกมาด้วยรูปแบบการเล่น PVE อย่างโหมด Save the World ที่จะให้ผู้เล่นร่วมมือกันสร้างป้อมปราการและสู้กับเหล่าฝูงซอมบี้ ก่อนจะได้รับความนิยมจากการเปิดตัวโหมด Battle Royale เพื่อตอบรับกระแสเกมแนวเอาชีวิตรอด ที่จะนำผู้เล่นกว่า 100 คน ลงมากระโดดร่มลงบนเกาะเดียวกัน และสู้กันจนเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว
นอกจากนี้ยังได้มีโหมดการเล่นต่าง ๆ อีกมากมายที่ได้ทำการอัพเดทเข้ามา อาทิ Battle Royale, Zero Build, LEGO, Rocket Racing, Fortnite Festival เป็นต้น

แม้จะดูมีระบบการเล่นที่หลากหลาย เนื้อหาที่คอยอัพเดทเข้ามามากมาย ไปจนถึงการคอลแลปกับศิลปินระดับโลก ภาพยนตร์ ซีรีส์ การ์ตูน หรือทุกอย่างที่อยู่ในกระแส Pop Culture แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งเหล่านี้กลับเป็นเพียงความนิยมในฝั่งผู้เล่นตะวันตก
ซึ่งสวนทางกับทางฝั่งประเทศไทย ที่น้อยคนจะมีความหลงใหลกับเกมดังกล่าว จึงพาไปสำรวจ วิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้เกมอย่าง ฟอร์ทไนท์ ในไทย ถึงไม่ได้รับความนิยมเทียบกับผู้เล่นต่างชาติ
การมาและยึดครองของเกม Battle Royal ค่ายอื่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมาของกระแสเกม Battle Royale ในยุคแรกของไทยได้รับความนิยมอย่างมาก และแน่นอนว่าหลายคนก็ต้องนึกถึงอย่าง PUBG Mobile หรือ Free Fire ซึ่งกลายเป็นเกมที่เข้ามาเจาะตลาดในฝั่งเกมมือถือได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังตอบโจทย์กับมือถือสเปกต่ำ หรือออกแบบมาให้เล่นได้กับมือถือในราคาย่อมเยา ที่ทำให้เข้าถึงกลุ่มนักเรียนและผู้เล่นอื่นต่าง ๆ ได้ทั่วประเทศ
และด้วยความเป็นเกม Battle Royal ระบบการเล่นต่าง ๆ จึงถูกใจเหล่าผู้เล่นในไทย ทั้งด้านความสนุกที่เข้าถึงง่าย การอ้างอิงอาวุธจากของจริงที่ให้ความรู้สึกสมจริง และบรรยากาศการเอาชีวิตรอดในพื้นที่ต่าง ๆ จากอาคารบ้านเรือน จนแทบกลายเป็นเกมผูกขาดในไทย และครองตลาดสำหรับสายเกม Battle Royal ทันที
ระบบการเล่นที่ซับซ้อน และการสร้างบ้านในฟอร์ทไนท์

จุดขายหลักของเกมฟอร์ทไนท์ คือระบบการสร้างสิ่งปลูกสร้างในจังหวะการต่อสู้ ผู้เล่นจะสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้ในการเป็นที่กำบัง หรือใช้ในการรุกเข้าระยะประชิด ซึ่งต้องอาศัยทักษะการจดจำปุ่ม และความไวของนิ้วสูงมาก
แต่ผู้เล่นไทยส่วนใหญ่ต้องการเกมแนวยิงที่เน้นทักษะการเล็ง ยิง หรือหลบ แต่เมื่อพวกเขาต้องเจอผู้เล่นที่สร้างตึกซ้อนกันหลายชั้นภายในไม่กี่วินาที จึงทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่รู้สึกท้อ และหมดความสนุกจนเลิกเล่นง่าย
แม้ภายหลังจะมีการเปิดตัวโหมด Zero Build ที่เน้นประสบการณ์ Battle Royal ไร้ซึ่งการปลูกสร้าง แต่ก็ช้าเกินกว่าจะดึงกระแสให้กลับมาฮิตได้
ปัญหากับ Apple / Google และข้อจำกัดบนแพลตฟอร์มมือถือ

ขณะที่ตลาดเกมในประเทศไทยเติบโตจากเกมมือถือเป็นหลัก แต่ฟอร์ทไนท์กลับเปิดตัวช้ากว่าเกมหลายเจ้าในสายเกม Battle Royal
โดยเริ่มต้นจากเป็นเกมบนคอมพิวเตอร์ ก่อนจะถูกพัฒนาลงเป็นเกมมือถือ แต่ก็กลับกินสเปค ใช้ความจุเครื่องสูง และระบบที่ไม่เสถียร
อีกทั้งยังมีเรื่องของคดีความระหว่าง Epic Games กับ Apple และ Google จนโดนถอดออกจาก App Store และ Play Store เนื่องจากการละเมิดนโยบายการชำระภายในแอป ทำให้ช่องทางการดาวน์โหลดของผู้เล่นถูกตัดขาด จนเกิดเป็นความยุ่งยากเกินไปสำหรับผู้เล่น
ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในปี 2025 แต่ก็ยังไม่ได้เปิดให้โซนฝั่งประเทศไทยได้เล่น จนเกมเริ่มเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้เล่นมากขึ้นทุกที
ปัญหา Server และค่า Ping ที่เสียเปรียบ

การไม่มีเซิพเวอร์ SEA แม้ Fortnite จะเคยเปิดเซิพเวอร์สิงคโปร์ก่อนจะยกเลิกไป ทำให้ในปัจจุบันผู้เล่นในไทยต้องอยู่รวมกับเซิพเวอร์เอเชียหลักที่ญี่ปุ่น หรือเกาหลี
ซึ่งความต่างของระยะเวลาตอบสนองผู้เล่นไทยต้องเผชิญกับค่าปิงระดับ 80–150 ms ในขณะที่ผู้เล่นชาติอื่นมีปิงเพียง 1–20 ms ผลกระทบต่อระบบการเล่น จึงทำให้ผู้เล่นไทยเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดในการเล่นระดับสูง
การขาดแคลนผู้เล่นท้องถิ่น สตรีมเมอร์ และวงการ Esports ในไทย

Epic Games เลือกที่จะเน้นการทำการตลาดในระดับสากล แต่ไม่ได้ตั้งองค์กร หรือผู้ดูแลตลาดประเทศไทย ซึ่งแตกต่างจาก Tencent ของ PUBG Mobile หรือ Garena ของ Free Fire ที่ทุ่มงบการตลาด และการจัดกิจกรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จนได้รับความนิยม และเป็นที่พูดถึง
ในส่วนของฝั่งสตรีมเมอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์สายเกมในไทย ส่วนใหญ่จะเน้นทำคอนเทนต์เกม เช่น PUBG, Free Fire, RoV หรือ GTA V (FiveM) เป็นหลัก ทำให้ไม่ค่อยมีช่องทางที่จะสร้างกระแสให้กับเกม Fortnite จึงขาดแรงดึงดูดให้ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเล่น
รวมถึงการไม่มีระบบการแข่งขัน Esports ในไทย จึงยิ่งทำให้ความน่าติดตามของเกมนี้ในไทยถูกลดลง และถูกกลบด้วยกระแสเกมอื่นอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจุบันกระแสเกม Fortnite ในไทยอาจจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน เนื่องจากผู้พัฒนาที่พยามตอบโจทย์ในสิ่งที่ผู้เล่นต้องการมากขึ้น ไปจนถึงระบบปฏิบัติการที่ผู้เล่นสามารถเล่นร่วมกันได้ทั้งจากฝั่ง คอมพิวเตอร์ คอนโซล ไปจนถึงมือถือ และช่องทางการสตรีมเกมที่มากขึ้น บนช่องทางที่หลากหลาย เช่น Tiktok, Twitch, Youtube
แต่ถึงอย่างนั้น Fortnite ก็ยังมีความเป็นเกมเฉพาะกลุ่มที่คงต้องได้รับการสนใจ และการสนับสนุนกับเนื้อหาที่สร้างความน่าดึงดูดกับผู้เล่นไทยได้มากกว่านี้ จึงต้องลุ้นว่าในอนาคตเกมเรือธงระดับ Epic Games จะมีโอกาสกลับมาเติบโตได้เทียบเท่ากับเกมอื่น ๆ ในไทยหรือไม่
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)






![[พรีวิว] แง้มโฉมแรก Pearl แผนที่ใหม่ใน VALORANT Episode 5 Act I 14 [พรีวิว] แง้มโฉมแรก Pearl แผนที่ใหม่ใน VALORANT Episode 5 Act I](/wp-content/uploads/2022/06/v-390x220.png)