T1 - Netmarble - Year 2026
RF Online
RF Online
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
การ์ตูน

[Review] False Memory การเดินทางอันเจ็บปวดและงดงามในการก้าวข้ามบาดแผลทางจิตใจ

อนิเมะน้ำดีจากจีนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก

เขียนโดย ban.kk

อนิเมะจากประเทศจีนอาจเป็นเหมือนแดนลับแลของใครหลายคน สำหรับผู้เขียนเองก็เช่นกัน จนกระทั่งได้รู้จักอนิเมะเรื่อง False Memory จากมิตรสหายท่านหนึ่งและพบว่ามันเป็นอนิเมะน้ำดีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก

เพราะท่ามกลางตลาดอนิเมะจีน (Donghua) ที่ส่วนใหญ่คลาคล่ำไปด้วยงาน 3D แนวเทพเซียนหรือยุทธภพตามสูตรสำเร็จ สตูดิโอ Flint Sugar และ Tumble กลับเลือกที่จะกระโดดออกจากกรอบนั้นด้วยการนำเสนอผลงานแนวจิตวิทยาผ่านงานภาพแบบ 2D ที่ไม่มากก็น้อยชวนให้นึกถึงกลิ่นอายความเปรี้ยวซ่าของอนิเมะขึ้นหิ้งยุค 2000s อย่าง FLCL ของ Gainax ซึ่งปัจจุบันปิดตัวลงไปแล้วด้วยเหตุผลทางการเงิน

[Review] False Memory การเดินทางอันเจ็บปวดและงดงามในการก้าวข้ามบาดแผลทางจิตใจ

อะนิเมะเล่าถึงชีวิตของ กวนเชา (Guan Chao) ชายหนุ่มที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหา “ศิลาไฟ” (Burning Stone) สำหรับใช้กับปืนท่องเวลาเพื่อที่จะหลีกหนีจากความจริงและย้อนกลับไปในอดีต แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรเขากลับประสบอุบัติเหตุพลัดหลุดเข้าไปใน “สำนักบริหารความทรงจำ” พร้อมกับได้พบสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เรียกว่า “BUG” (มนุษย์บั๊ก) ซึ่งเกิดจากอารมณ์ด้านลบ ความเจ็บปวด และบาดแผลในจิตใจของมนุษย์

หลังจากที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่และเด็กฝึกงานของสำนักฯ อย่าง ฟางถัง (Fang Tang) และ ไป๋จง (Bai Zhong) กวนเชาก็ได้เริ่มวางแผนเดินทางกลับสู่โลกความเป็นจริงอีกครั้ง แต่หนทางเดียวที่จะทำสำเร็จคือ เขาต้องร่วมมือกับเหล่าเจ้าหน้าที่ในการพิชิต BUG ในแต่ละชั้นของความทรงจำ

ทว่ายิ่งถลำลึกลงไปเท่าไร กวนเชาก็เริ่มตระหนักว่าความทรงจำที่เขาเคยเชื่อ หรือความปรารถนาที่อยากจะย้อนเวลาไปแก้ไขอดีต รวมถึงตัวตนเพื่อนสนิทอาจเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันจิตใจจากความจริงอันโหดร้าย

[Review] False Memory การเดินทางอันเจ็บปวดและงดงามในการก้าวข้ามบาดแผลทางจิตใจ

และความน่าสนใจของมันก็อยู่ตรงที่เรื่องราวที่กล่าวมานั้นถูกเล่าออกมาในรูปแบบของ Non-Linear หรือก็คือ ท่ามกลางการผจญภัยในโลกจิตใต้สำนึกของตัวเอก คนทำไม่ได้บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเรื่องคือตรงไหน แต่เลือกที่จะโยนคนดูเข้าไปในวังวนของข้อมูลที่ยากจะประติดประต่อ โดยที่ไม่มีทีท่าว่าจะประนีประนอมใดๆ เพราะสิ่งเดียวที่เรารับรู้ในช่วงแรกอาจมีเพียงแค่ว่ากวนเชาเป็นคนที่มีปมบางอย่าง และดูเหมือนว่าเขาเองก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากสิ่งนั้นได้

การเผชิญหน้ากับ BUG ในแต่ละชั้นจึงเปรียบเสมือนการบำบัดบาดแผลทางจิตใจผ่านกลไกป้องกันตนเองของกวนเชา การลำดับภาพและพล็อตเวิ้งว้างชวนสับสนในช่วงต้นจึงเป็นการตั้งใจจำลองสภาวะการปฏิเสธความจริงเพื่อดึงคนดูให้ตื่นตระหนกและหลงทางไปพร้อมกับตัวเอก ก่อนที่จะค่อยๆ กะเทาะเปลือกความทรงจำออกทีละชั้นจนเหลือเพียงความจริงอันเปลือยเปล่า

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ผลักดันให้องค์ประกอบต่างๆ บรรลุผลได้อย่างสมบูรณ์ก็คืองานศิลป์และการกำกับภาพที่เปี่ยมไปด้วยพลัง โดยเฉพาะการเลือกจะทลายกรอบงานอนิเมะจีนแบบเดิมๆ แล้วแทนที่ด้วยวิชวลที่อัดแน่น ทั้งการเคลื่อนไหวของลายเส้นในฉากแอ็กชัน การสลับสัดส่วนภาพเพื่อบีบอัดหรือขยายอารมณ์ของตัวละคร ไปจนถึงการตัดสลับสีสันที่จัดจ้านราวกับงานศิลปะป็อปอาร์ต

โดยปริยาย การผสมผสานกลิ่นอายเหล่านี้เข้ากับประเด็นเชิงจิตวิทยาที่หนักแน่นจึงทำให้งานภาพของ False Memory กลายเป็น “ภาษา” อีกชุดหนึ่งที่ใช้สื่อสารสภาวะจิตใจอันแตกสลายของตัวละครได้อย่างทรงพลัง แม้ในระหว่างทางมันจะสร้างคำถามมากกว่าให้คำตอบก็ตาม

[Review] False Memory การเดินทางอันเจ็บปวดและงดงามในการก้าวข้ามบาดแผลทางจิตใจ

ถึงกระนั้น แก่นแท้ของ False Memory ก็ยังคงเป็นการตั้งคำถามถึง “การหลีกหนีความจริง” และ “บาดแผลทางจิตใจ” เมื่อสิ่งมีชีวิตอย่าง “BUG” ที่พวกเขากำลังห้ำหั่นไม่ใช่สัตว์ประหลาดจากต่างดาว แต่คือตัวแทนของความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด และอดีตที่ตัวเอกพยายามสะกดข่มไว้

การที่กวนเชาออกตามหา “ศิลาไฟ” จึงเปรียบได้กับการสื่อถึงตัวตนของมนุษย์ที่มักจะชอบสร้างความทรงจำปลอมๆ ขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริง การย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่เคยมีอยู่จริง เพราะทางเดียวที่จะทำให้มนุษย์ก้าวต่อไปได้ ไม่ใช่การบิดเบือนความทรงจำ แต่คือการยอมรับและเผชิญหน้ากับมัน

การปรากฏตัวของ Protagonist Halo ในตอนที่ 5 เลยเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่คนทำเริ่มบอกใบ้อย่างตรงไปตรงมาว่า ภาพที่เรากำลังเห็นอยู่นี้ ไม่ใช่เรื่องราวของ “ผู้ถูกเลือก” หากแต่เป็นห้วงความนึกคิดของตัวเอก ซึ่งวิธีการที่อนิเมะใช้เปรียบเปรยก็ถือว่าชาญฉลาด นั่นคือ การตัดต่อ ที่นัยหนึ่งความหมายของการกระทำดังกล่าวแทบจะขมวดสิ่งที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มได้ในคำๆ เดียว

ไม่มากก็น้อยภาพรวมของ False Memory จึงไม่ใช่แค่อนิเมะไซไฟที่ขายฉากแอ็กชัน แต่คือการเดินทางอันเจ็บปวดและงดงามในการก้าวข้ามบาดแผลทางจิตใจ โดยที่ความดีความชอบทั้งหมดต้องยกให้กับทีมงานและสองผู้กำกับอย่าง หลี่ซูอวี่ (Shuyu Li) และ หลิวเหวินอวี่ (Wenyu Liu) ที่ทำให้เห็นว่าอนิเมะจากประเทศจีนมีมากกว่าสิ่งที่อยู่ในภาพจำของคนดู

False Memory

ถึงที่สุด หากจะต้องเลือกคำพูดหนึ่งมาปิดท้ายบทความ คำพูดนั้นก็คงเป็นคำกล่าวของผู้กำกับ Bong Joon Ho ที่บอกเอาไว้ว่า “Once you overcome the 1-inch tall barrier of subtitles, you will be introduced to so many more amazing films.”

หรือ “เมื่อคุณก้าวข้ามกำแพงซับไตเติลที่มีความสูงเพียงแค่ 1 นิ้วไปได้ คุณจะได้รู้จักกับภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมอีกมากมาย” เพราะหากเปรียบอนิเมะเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งมันก็คงจะอยู่ในขอบข่ายนั้น

ติดตามข่าวสารจากโลกอนิเมะและมังงะเพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)

IMDb

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save