แฟนๆ ทึ่งเครดิตตอนจบ FRIEREN ซีซั่น 2 ใช้เทคนิควาดมือด้วยสีไม้ทุกเฟรม
เบื้องหลังงานแฮนด์เมดของ Frieren ที่ทำให้แฟนอนิเมะพร้อมใจกัน “ไม่กดข้าม”

หนึ่งในสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดทันทีที่ FRIEREN คำอธิษฐานในวันที่จากลา ซีซั่น 2 ออกอากาศ ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องหรือพัฒนาการของตัวละคร แต่กลับเป็น ภาพ End Credit ที่หลายคนดูแล้วรู้สึกได้ทันทีว่า “มันไม่เหมือน ED ทั่วไป”

และความรู้สึกนั้นไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง เพราะมีการยืนยันออกมาว่า ตอนจบของซีซัน 2 ถูกสร้างขึ้นจากงานวาดมือจริงทีละเฟรม โดยใช้สีไม้เป็นหลัก ไม่ได้เป็นงานดิจิทัลหรือ CG แบบที่อนิเมะส่วนใหญ่นิยมใช้กันในปัจจุบัน
ผู้อยู่เบื้องหลังงานชิ้นนี้คือแอนิเมเตอร์ชาวญี่ปุ่น 青梅美芽 (Aome Muga) ซึ่งได้ออกมาเผยภาพเบื้องหลังการทำงานผ่านโซเชียลมีเดียให้แฟนๆ ได้เห็นกันชัดๆ ว่า ภาพใน ED ทุกเฟรมคือภาพที่วาดลงบนกระดาษจริง มีทั้งร่องรอยของดินสอ แรงกดของสีไม้ และเท็กซ์เจอร์ของกระดาษที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ง่ายด้วยคอมพิวเตอร์
https://t.co/oY44O5Nr3O pic.twitter.com/HVrtitc0TH
— 青梅美芽AoumeMimei (@aoumemimei) January 18, 2026
กระบวนการทำงานของ ED ชุดนี้คือการวาดภาพนิ่งทีละใบ จากนั้นนำมาถ่ายและเรียงต่อกันให้เกิดการเคลื่อนไหวในลักษณะคล้าย stop-motion ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเปิดสมุดภาพทีละหน้า ภาพที่ออกมาจึงมีความ “ไม่สมบูรณ์แบบ” ในเชิงเทคนิค แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิตและอารมณ์
เส้นที่ไม่คม สีที่ไม่เรียบสนิท และแสงเงาที่ดูเป็นธรรมชาติ กลายเป็นจุดเด่นที่ทำให้ ED ของ Frieren ซีซัน 2 มีบรรยากาศอบอุ่น เงียบสงบ และสอดคล้องกับธีมของเรื่องอย่างมาก จนหลายคนยอมรับว่าเป็น End Credit ที่ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลายและตราตรึง
ยิ่งเมื่อภาพวาดมือเหล่านี้มาคู่กับเพลง The Story of Us ซึ่งขับร้องโดย milet ก็ยิ่งเสริมอารมณ์ให้ ED ดูมีเรื่องราวมากขึ้น ตัวแอนิเมเตอร์เองก็ออกมาแสดงความชื่นชมต่อเสียงร้องของ milet ว่าเข้ากับภาพและบรรยากาศของงานชุดนี้อย่างลงตัว
หลังจากภาพเบื้องหลังการวาดถูกเผยแพร่ออกมา กระแสตอบรับจากแฟนอนิเมะก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลายคนชื่นชมในความทุ่มเทของทีมงาน และมองว่านี่คือหนึ่งในตัวอย่างของอนิเมะยุคใหม่ที่ยังให้คุณค่ากับงานแฮนด์เมดแบบดั้งเดิม แม้จะต้องใช้เวลาและแรงงานมากกว่างานดิจิทัลก็ตาม
ในยุคที่อนิเมะจำนวนมากต้องเร่งผลิต แข่งกับตารางเวลา และพึ่งพาเทคโนโลยีเป็นหลัก FRIEREN คำอธิษฐานในวันที่จากลา ซีซั่น 2 เลือกจะใช้ช่วงเวลาสุดท้ายของตอนอย่างเงียบๆ ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านภาพวาดมือที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง จนกลายเป็น End Credit ที่แฟนๆ จำนวนไม่น้อยยอมรับว่า “ไม่อยากกดข้ามเลยจริงๆ”
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เกี่ยวกับการ์ตูนได้ที่ GamerCulture









