Far Cry ดึง Steve Buscemi ร่วมทัพ หรือเขาจะเป็นวายร้ายคนใหม่?
ซีรีส์จากเกมดังเดินหน้าเสริมทัพนักแสดง แต่ยังไม่เปิดเผยบทบาท

ซีรีส์ Far Cry ฉบับคนแสดงเดินหน้ารวบรวมนักแสดงเพิ่มเติม โดยล่าสุดได้ Steve Buscemi นักแสดงมากฝีมือมาร่วมโปรเจกต์ในบทบาทที่ยังถูกเก็บเป็นความลับ

ฟาร์คราย เตรียมเล่าเรื่องใหม่ในแต่ละซีซัน
สตีฟ บุสเซมี จะร่วมแสดงกับนักแสดงที่ประกาศรายชื่อไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ ร็อบ แม็ก (Rob Mac) หนึ่งในผู้สร้างซีรีส์ และลิซซี แคปแลน (Lizzy Caplan) จาก Now You See Me Too แต่ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าทั้งสามคนจะรับบทเป็นตัวละครใด
ฟาร์คราย จะมาในรูปแบบซีรีส์รวมเรื่อง หรือ Anthology Series ซึ่งแต่ละซีซันจะเปลี่ยนเนื้อเรื่องและทีมนักแสดงใหม่ คล้ายกับเกมต้นฉบับที่แต่ละภาคนำเสนอฉาก ตัวละคร และความขัดแย้งที่แตกต่างกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่านักแสดงชุดนี้จะปรากฏตัวเฉพาะในซีซันแรก
ได้สองผู้สร้างมากประสบการณ์ดูแลโปรเจกต์
ซีรีส์ฟาร์คราย ได้รับการประกาศสร้างครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยมี โนอาห์ ฮอว์ลีย์ (Noah Hawley) จาก Alien: Earth และร็อบ แม็ก จาก It’s Always Sunny in Philadelphia ทำหน้าที่เป็นผู้สร้างร่วม ขณะที่ร็อบ แม็กจะควบตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างและนักแสดงด้วย
ตัวซีรีส์มีกำหนดเผยแพร่ผ่าน Hulu ในสหรัฐอเมริกา ส่วนผู้ชมในประเทศอื่น ๆ จะสามารถรับชมได้ทาง Disney+ แต่ยังไม่มีการประกาศช่วงเวลาออกฉายอย่างเป็นทางการ
บทบาทของ Steve Buscemi ยังต้องรอติดตาม

สตีฟ บุสเซมี มีผลงานการแสดงในภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Reservoir Dogs, Con Air และ Fargo ด้วยประสบการณ์ในการถ่ายทอดตัวละครที่มีเอกลักษณ์ ทำให้ต้นทางมองว่าเขาอาจเหมาะกับบทตัวร้ายของซีรีส์ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นเพียงการคาดเดา และยังไม่มีการยืนยันจากผู้สร้าง
แฟรนไชส์ ฟาร์คราย ของ Ubisoft เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2004 ก่อนขยายออกมาเป็นเกมภาคหลักหกภาค รวมถึงภาคแยกอีกหลายเกม โดยผลงานล่าสุดคือ ฟาร์คราย 6 ที่วางจำหน่ายในปี 2021 หนึ่งในจุดเด่นของซีรีส์เกมนี้คือตัวร้ายที่ทั้งอันตรายและมีเสน่ห์เฉพาะตัว เช่น วาส มอนเตเนโกร (Vaas Montenegro) จากภาค 3 และโจเซฟ ซีด (Joseph Seed) จากภาค 5
ผลงานใหม่นี้จะเป็นการดัดแปลง ฟาร์คราย เป็นซีรีส์โทรทัศน์ครั้งแรก และเป็นความพยายามนำแฟรนไชส์มาสร้างเป็นผลงานคนแสดงครั้งที่สอง ต่อจากภาพยนตร์ ฟาร์คราย เมื่อปี 2008
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Gamerculture (หนัง)
ที่มา – Geek Culture






