T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
การ์ตูน

[Review] The World Is Dancing เมื่อการตั้งคำถามกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การร่ายรำ

ความดูเข้าถึงยากของละครโนห์จึงถูกแปรเปลี่ยนเป็นความบันเทิงที่เผยให้เห็นถึงการดิ้นรน การค้นหาตัวตน และการใช้ศิลปะส่งสารถึงผู้คนในยุคนั้น

เขียนโดย ban.kk

The World Is Dancing อนิเมะที่ดัดแปลงมาจากผลงานของ คาซึโตะ มิฮาระ ที่หยิบยกเอาชีวิตของ เซอามิ โมโตคิโยะ บิดาผู้ให้กำเนิด “ละครโนห์” (Noh Theater) ศิลปะการแสดงที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดประเภทหนึ่งของญี่ปุ่นมาใช้

เป็นธรรมดาที่พอเริ่มซีซั่นใหม่จะมีอนิเมะที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอชม ไม่ว่าจะเป็น Mushoku Tensei: Jobless Reincarnation Season 3, Bleach: Thousand-Year Blood War — The Calamity, Saga of Tanya the Evil II, Grand Blue Dreaming Season 3 และ You and I Are Polar Opposites Season 2 ที่ทั้งหมดนี้น่าอยู่ในลิสต์รายชื่อที่ต้องรับชมของคนส่วนใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

The World Is Dancing

โดย The World Is Dancing จะว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 14 (ปี ค.ศ. 1374) ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างราชวงศ์เหนือ-ใต้ ตัวเอกของเรื่องคือ โอนิยาฉะ เด็กหนุ่มรูปงามที่เติบโตขึ้นมาในคณะนักแสดงซารุกาคุของคันอามิผู้เป็นพ่อ

แต่แม้จะถูกรายล้อมด้วยศิลปะการแสดง ตัวของโอนิยาฉะกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงใจว่า “เหตุใดมนุษย์ถึงต้องเต้นรำในเมื่อมันไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อการประทังชีวิตเหมือนอาหารหรือที่อยู่อาศัย” เพราะเขารู้สึกว่ากฎเกณฑ์ดั้งเดิมและท่าทางการร่ายรำที่พ่อสอนช่างดูไร้เหตุผล

จนกระทั่งวันหนึ่ง โอนิยาฉะได้บังเอิญไปพบเห็นการเต้นรำที่ตัวเขามองว่า “ดี” และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มออกเดินทางเพื่อค้นหาท่วงทำนองของโลกใบนี้ผ่านเรือนร่างของตัวเอง การเดินทางของเขาจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ร้องไห้ และการเผชิญหน้ากับความอ่อนแอของตน ท่ามกลางยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

[Review] The World Is Dancing เมื่อการตั้งคำถามกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การร่ายรำ

ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันอนิเมะจะออกมาเพียงไม่กี่ตอน แต่จุดหนึ่งที่โดดเด่นจนเห็นได้ชัดคือ วิธีการถ่ายทอดการเคลื่อนไหวและสุนทรียศาสตร์ของการเต้นรำ เพราะหัวใจหลักของเรื่องคือการเติบโตและการร่ายรำ อนิเมะเรื่องนี้จึงเน้นไปที่แอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวของร่างกายที่ต้องประณีตและทรงพลังมากเป็นพิเศษ ซึ่งการได้ผู้กำกับอย่าง โทชิมาซะ คุโรยานางิ ที่เคยฝากผลงานกำกับอนิเมะแนวยิมนาสติกลีลาอย่าง Backflip!! (Bakuten!!) มาเป็นผู้ดูแลก็ยิ่งการันตีได้ว่าตัวอนิเมะเรื่องนี้จะสามารถจับจังหวะ สรีระ และท่วงท่าการร่ายรำออกมาได้อย่างงดงามและมีไดนามิกที่ดึงดูดสายตาผู้ชม

อีกอย่างที่น่าสนใจคือ การตีความมุมมองใหม่ที่มีต่อประวัติศาสตร์และจุดกำเนิดของละครโนห์ โดยเฉพาะการเลือกเล่าประวัติศาสตร์ในยุคราชวงศ์เหนือ-ใต้ (Nanboku-chō) ผ่านมุมมองของศิลปินและการแสดงที่ในแง่หนึ่งมันทำให้คนดูได้เห็นเบื้องหลังการต่อสู้ดิ้นรนของชนชั้นนักแสดงที่ต้องใช้ศิลปะดึงใจคนในยุคที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยภัยอันตรายจากสงคราม

นอกจากนี้ เมื่อนำงานภาพของ คาซึโตะ มิฮาระ ซึ่งมีจุดขายอยู่ตรงที่การใช้เส้นสายที่ดูพริ้วไหว ดุดัน และมีกลิ่นอายของภาพวาดพู่กันญี่ปุ่นโบราณมารวมกับเทคนิคการอนิเมตที่ร่วมสมัยก็ทำให้การดีไซน์ฉาก ลายเส้น และการลงสีเพื่อขับเน้นความคลาสสิกของญี่ปุ่นยุคศตวรรษที่ 14 ออกมาดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ซึ่งด้านหนึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ก็ชวนให้ถึง The Elusive Samurai (2024) ของ ยูเซย์ มัตสึอิ ที่มีฉากหลังอยู่ในยุคสมัยเดียวกันอีกด้วย

[Review] The World Is Dancing เมื่อการตั้งคำถามกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การร่ายรำ

อย่างไรก็ตาม ถึงจะมีแก่นเรื่องที่น่าสนใจ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือ ด้วยความที่เป็นอนิเมะที่อิงแอบกับประวัติศาสตร์และการแสดง ก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้หากใครจะมองว่ามันเป็นอนิเมะที่ “เข้าถึงยาก” ตั้งแต่แรกเห็น เหมือนกับที่ Akane-banashi (2026) ที่หยิบยกเอาศิลปะการเล่าเรื่องตลกเดี่ยวโบราณอย่าง “ราคุโกะ” มาเล่าในซีซันที่แล้ว

โดยปริยายกำแพงที่เรียกว่า “วัฒนธรรมเฉพาะกลุ่ม” เลยมักทำหน้าที่เป็นป้อมปราการด่านแรกที่คัดกรองคนดูออกไปเพราะสำหรับคนทั่วไปละครโนห์คงดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลเกินกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจได้ ฉะนั้นความท้าทายที่เปรียบเสมือนโจทย์สำคัญของคนทำก็คือ จะทำอย่างไรให้หัวใจของศิลปะที่เก่าแก่นี้ดูมีความร่วมสมัยและเข้าถึงคนดูมากที่สุด

ซึ่ง The World Is Dancing ก็เลือกที่จะปฏิวัติข้อจำกัดนั้นของตัวเองด้วยการย้อนกลับไปเล่าถึงจุดเริ่มต้นของละครโนห์ผ่านสายตาของเด็กคนหนึ่งที่กำลังตั้งคำถามต่อโลกใบเก่า ซึ่งไม่มากไม่น้อยมันสร้างความรู้สึกร่วมที่คนดูทั่วไปสามารถเพลิดเพลินได้โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาก่อน

[Review] The World Is Dancing เมื่อการตั้งคำถามกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การร่ายรำ

โดยรวมความดูเข้าถึงยากของละครโนห์จึงถูกแปรเปลี่ยนเป็นความบันเทิงที่เผยให้เห็นถึงการดิ้นรน การค้นหาตัวตน และการใช้ศิลปะส่งสารถึงผู้คนในยุคนั้น ก่อนที่ในเวลาต่อมามรดกที่อยู่เหนือกาลเวลาของเซอามิจะพิสูจน์ให้เราเห็นว่า ท่วงท่าการร่ายรำที่เขาเป็นผู้คิดค้นขึ้นมายังคงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เสมอ แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านมานานกว่าหกศตวรรษแล้วก็ตาม

รับชม The World Is Dancing ตอนที่ 1 [ซับไทย] ได้ที่ Muse Thailand

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save