ชวนดู Agents of the Four Seasons อนิเมะเนื้อหาดีจากผู้สร้าง Violet Evergarden
ใครที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องแบบค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศ อนิเมะเรื่องนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง

เขียนโดย ban.kk
Agents of the Four Seasons : สำหรับขาจรชื่อของ คานะ อาคัตสึกิ อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูนัก แต่ถ้าบอกว่าเธอคือเจ้าของผลงานชื่อดังอย่าง Violet Evergarden (2018–2020) หลายคนก็คงจะร้อง “อ๋อ” อย่างแน่นอน
เพราะนี่คืออนิเมะที่ถูกยกย่องในแง่ของ ‘ความละเมียดละไม’ ในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และใน เอเจนต์ส ออฟ เดอะ โฟร์ ซีซันส์ ผลงานชิ้นล่าสุดที่ได้รับการดัดแปลงโดย WIT STUDIO ก็ยังคงอบอวลไปด้วยจุดแข็งนั้นอย่างครบถ้วน แม้ว่าฉากหลังของเรื่องจะทวีความแฟนตาซีขึ้นกว่าเดิมก็ตาม

Agents of the Four Seasons จะว่าด้วยโลกที่ ‘ฤดูกาล’ ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หากแต่เป็นหน้าที่ของ ‘ตัวแทนแห่งสี่ฤดู’ (Agents) มนุษย์ผู้ได้รับพลังและเจตจำนงจากเทพเจ้าในการบันดาลให้เกิด ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว แต่เนื่องจากเป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ พวกเขาจึงจำเป็นต้องมี ‘ผู้พิทักษ์’ (Guardians) คอยทำหน้าที่รับมือกับภัยอันตรายที่มาจากกลุ่มคนที่หมายจะหยุดยั้งวงจรนี้
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ฮินางิคุ คาโยะ ตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ผลิที่เคยถูกลักพาตัวไปนานถึง 10 ปี จนส่งผลให้โลกต้องสูญเสียฤดูกาลนี้ไป ได้กลับมาทำหน้าที่ของตนเองอีกครั้ง พร้อมกับ ซากุระ ฮิเมดากะ ผู้พิทักษ์ของเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในอดีตไม่ได้ทิ้งรอยแผลไว้แค่กับพวกเธอเพียงอย่างเดียว แต่ยังฝังความรู้สึกผิดเอาไว้ในใจของ โรเซ คันสึบากิ ตัวแทนแห่งฤดูหนาวที่ไม่สามารถปกป้องคนรักได้ และ อิเท็ตโจ คันเก็ตสึ ผู้เคยให้คำมั่นสัญญากับซากุระว่าจะช่วยตามหาเจ้านายของเธอ
การเดินทางของฮินางิคุจึงเปรียบเสมือนการเยียวยาบาดแผลทางใจของตัวเอง และในเวลาเดียวกัน การได้พบพานกับตัวแทนคนอื่นๆ ก็ทำให้เธอได้ตระหนักว่า พวกเขาทุกคนต่างมีราคาที่ต้องจ่ายในฐานะผู้ถือครองพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้เช่นกัน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นเอเจนต์ส ออฟ เดอะ โฟร์ ซีซันส์ นั้นจุดเด่นที่คล้ายคลึงกับ Violet Evergarden อยู่ นั่นคือ การถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครออกมา แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ บุคลิกของตัวแทนและผู้พิทักษ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะ ฮินางิคุ กับ ซากุระ ที่ฝ่ายหนึ่งดูบอบบางและอ่อนแอ ส่วนอีกฝ่ายก็ดูแข็งกร้าวและมั่นใจในตัวเอง ซึ่งความสัมพันธ์แบบนี้ชวนให้นึกถึงบทบาทของ ‘คุณหนูกับอัศวิน’ อยู่ไม่น้อย
ถึงกระนั้น ภายใต้เปลือกนอกที่ดูสวนทางกันอย่างชัดเจน เรื่องราวกลับค่อยๆ เผยให้เห็นว่า ต่างฝ่ายต่างเป็นส่วนเติมเต็มของกันและกัน เพราะทั้งคู่ต่างเป็นคนที่เคยถูกทอดทิ้งและไร้คนเหลียวแล ดังนั้น ไดนามิกที่ทับซ้อนระหว่างหน้าที่อันยิ่งใหญ่กับความผูกพันส่วนตัวจึงกลายเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ขับเคลื่อนพล็อตดราม่าให้ทำงานกับความรู้สึกของคนดูอยู่หลายครั้ง แม้ว่าในบางตอน อนิเมะจะใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการย้อนอดีตของตัวละคร จนทำให้เส้นเรื่องหลักดูไม่ได้มีความคืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็นนัก

อย่างไรก็ตาม หากตัดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครออกไป วิธีการเล่าเรื่องของอนิเมะเรื่องนี้ถือว่าดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปอยู่พอสมควร แต่ท่ามกลางความเชื่องช้านั้น มันกลับแฝงไปด้วยประเด็นหนึ่งที่ใกล้ตัวทุกคน นั่นคือ ‘เราจะรับมือกับความสูญเสียอย่างไร?’ เริ่มต้นจากเด็กน้อยผู้ใสซื่ออย่าง นาซึนะ ในตอนแรกที่เปรียบเสมือนตัวแทนของคนดู คอยตั้งคำถามกับ ฮินางิคุ และ ซากุระ ถึงความเป็นไปของโลกใบนี้
หากมองเผินๆ ในช่วงแรก เธอก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘เด็กน้อยน่ารำคาญ’ ที่ทั้งสองต้องคอยเอาอกเอาใจเพื่อประกอบพิธี แต่แท้จริงแล้ว บทบาทของเธอคือสิ่งที่ช่วยเติมเต็มมิติความเป็นมนุษย์ให้แก่เรื่องราวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญ ตัวละครนาซึนะถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างกระชับและมีประสิทธิภาพ จนท้ายที่สุดเธอก็กลายเป็นหัวใจสำคัญในการพาคนดูเข้าไปสำรวจความหวังท่ามกลางความสูญเสีย ก่อนที่ในเวลาต่อมา เราจะได้เห็นวิธีการรับมือในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการหล่อเลี้ยงความแค้นเอาไว้เพื่อทำให้ตัวเองเข้มแข็ง ไปจนถึงการโอบกอดมันด้วยความเข้าอกเข้าใจ

นอกจากนี้ ด้วยเอกลักษณ์ในงานเขียนของคานะ ความรักจึงเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญไม่แพ้กับความสูญเสีย เพราะปัจจุบัน ตัวละครเกือบทั้งหมดในเรื่องต่างวนเวียนอยู่กับความรู้สึกดังกล่าว และหากเทียบกับผลงานก่อนหน้า ความแตกต่างอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ‘สเกล’ ที่ถูกใช้เป็นสื่อกลางในการพรรณนาถึงความนามธรรมของสิ่งนี้
ใน Violet Evergarden เธอเลือกใช้ ‘จดหมาย’ และ ‘คำพูดของคนอื่น’ เป็นเครื่องมือในการแกะสลักคำว่า ‘รัก’ ให้ Violet ที่ไร้ความรู้สึกได้เข้าใจ แต่ในเอเจนต์ส ออฟ เดอะ โฟร์ ซีซันส์ องค์ประกอบหลักในการถ่ายทอดมวลอารมณ์คือ ‘ฤดูกาล’ และ ‘ธรรมชาติ’ ซึ่งเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยากกว่ามาก ทว่าความเก่งกาจของคานะคือ เธอสามารถร้อยเรียงและผสมผสานความงดงามของธรรมชาติเหล่านั้น เข้ากับบาดแผล ความเสียใจ และความโหยหาในใจของพวกเขาได้อย่างน่าอัศจรรย์
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำมารวมกับปริศนาต่างๆ ภายในเรื่องที่ยึดโยงอยู่กับการเมืองและการหาประโยชน์จากผู้ใช้พลัง ก็ทำให้ผลงานชิ้นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความซาบซึ้งกินใจ แต่ยังเต็มไปด้วยความเข้มข้น น่าติดตาม และทิ้งตะกอนความคิดบางอย่างไว้ในใจของผู้ชม

ไม่เพียงแค่นั้น การดีไซน์เครื่องแต่งกายที่สะท้อนอัตลักษณ์ของตัวแทนแต่ละฤดูกาลยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยบ่งบอกถึงบุคลิกของพวกเขาด้วย เช่น ชุดกิโมโนของ ฮินางิคุ ที่ถูกออกแบบมาให้มีความร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น
ส่วนสีประจำตัวของเธอคือ สีชมพูและเขียวที่แสดงถึงความอ่อนโยนของฤดูใบไม้ผลิ ในขณะที่เสื้อผ้าของตัวแทนฤดูร้อนอย่าง รูริ ฮาซากุระ จะเน้นหนักไปที่ความสดใสและใส่สบายอย่างชุดเดรสสีขาว ซึ่งไม่มากก็น้อยส่วนผสมเหล่านี้ช่วยให้คนดูสามารถคาดเดาพฤติกรรมและนิสัยของตัวละครได้ตั้งแต่แรกเห็น
ข้อน่าสังเกตอีกอย่างของ เอเจนต์ส ออฟ เดอะ โฟร์ ซีซันส์ คืองานภาพที่ดูฟุ้งละมุนราวกับภาพฝัน แต่ในความเป็นจริง แสงเงาที่ว่าไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างบรรยากาศที่สวยงามเพียงอย่างเดียว เพราะบ่อยครั้งมันถูกใช้เป็น ‘ภาพลวงตา’ ที่ปกปิดรอยเลือด คราบน้ำตา และร่องรอยของบาดแผลทางจิตใจที่ตัวละครต้องแบกรับ จนอาจกล่าวได้ว่า นี่คือสิ่งที่สะท้อนแก่นเรื่องได้ดีที่สุด ทั้งในแง่ความงามของเปลือกนอกและความผุพังจากภายใน

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ เอเจนต์ส ออฟ เดอะ โฟร์ ซีซันส์ เป็นอนิเมะที่ควรค่าแก่การรับชมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ขอเตือนไว้สักเล็กน้อยว่า สำหรับคนที่ต้องการจะเห็นเรื่องราวดำเนินไปอย่างรวดเร็ว นี่อาจเป็นผลงานที่ควรไตร่ตรองกับตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจชม กลับกัน สำหรับใครที่ชื่นชอบการเล่าเรื่องแบบค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศ อนิเมะเรื่องนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง เฉกเช่นเดียวกับที่ Violet Evergarden เคยครองใจของใครหลายคนมาจนถึงทุกวันนี้
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)
รับชม Agents of the Four Seasons ได้ที่นี่






