ประวัติการ์ด Pokemon จากการ์เกมที่ขายไม่ออกกลายเป็นสินค้าที่ทุกคนอยากได้
29 ปีแห่งการเดินทางกับการ์ด 1 ใบมูลค่าหลักร้อยล้าน

เขียนโดย Blue cat
ประวัติการ์ด Pokemon ย้อนกลับไปในอดีตมีเกมอยู่หนึ่ง เป็นเกมที่มีแนวคิดเกี่ยวกับเด็กผู้ชายที่ออกเดินทางไปจับสัตว์ประหลาดในป่าเพื่อนมาต่อสู้กัน แนวคิดนี้ถูกเขียนออกมาบนหน้ากระดาษเพื่อเอามาพัฒนาเป็นวิดีโอเกม จนทาง Nintendo เห็นแววจึงรับไอเดียและนักพัฒนานั้นมาสร้างจนเกิดเป็นเกม Pokemon ขึ้นมา

วันเวลาผ่านไปเกม Pokemon โด่งดังไปทั่วโลก และในปีเดียวกันที่เกม Pokemon โด่งดังก็มีสิ่งหนึ่งที่ต้องการเกาะกระแสความดังของเกมเพื่อขายสินค้า นั่นคือการ์ด Pokemon วันเวลาผ่านไปจากการ์ดกระดาษที่ต้องการมีจุดยืนในตลาดแต่กลับขายไม่ค่อยออก แต่จู่ ๆ ตัวการ์ดก็ได้รับความนิยมเลยทำให้การ์ดที่กำลังนอนอยู่แบบตายแหล่ไม่ตายแหล่ กระโดดขึ้นมาเป็นการ์ดอันดับต้น ๆ ของโลก เรามาดูเรื่องราวความเป็นของการ์ด Pokemon นี้กัน
ตัวการ์ด Pokemon วางจำหน่ายโดยบริษัท Media Factory (ในขณะนั้น) วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 20 ตุลาคม 1996 โดยตัวการ์ดจะเป็นดัดแปลงจากตัวเกม Pokemon Red และ Green ที่เป็นเหมือนการจำลองการต่อสู้ของ Pokemon ผ่านทางการ์ด โดยคนต้นคิดไอเดียการสร้างการ์ด Pokemon นี้คือ คาซึ อิชิฮาระ และคนอื่น ๆ จาก บริษัท Creatures Inc. ที่ต้องการพัฒนาเกมการ์ดที่คล้ายกับ Magic The Gathering แต่เป็นเกมการ์ดของญี่ปุ่น ซึ่งสิ่งที่หลายคนไม่ทราบก็คือ การ์ด Pokemon นั้นเกิดก่อนการ์ด Yu-Gi-Oh! เกือบสามเลยทีเดียว ซึ่งตอนที่การ์ด Pokemon วางจำหน่ายมันก็ขายได้เพราะกระแสเกมช่วยดัน บวกกับการโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ เลยทำให้การ์ดเป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่เล่นและสะสมเพราะเป็น Pokemon

ซึ่งตั้งแต่ปี 1996 ถึง 2001 ตัวการ์ด Pokemon ก็ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมลง ส่วนหนึ่งมาจากด้านหลังของการ์ดโปเกมอนที่ใช้ตั้งแต่ปี 1996 ถึง 2001 ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับเวอร์ชันที่วางจำหน่ายในต่างประเทศ พอด้านหลังแตกต่างกัน การ์ดเหล่านั้นจึงไม่สามารถใช้ในสำรับสำหรับการแข่งได้ เพราะมีกฎว่าการ์ดโปเกมอนจากห้าปีก่อนหน้านี้ไม่สามารถใช้ในการเล่นได้ (หลังการ์ดต่างกันพอคว่ำการ์ดคนเล่นจะเห็นความต่าง) เมื่อเป็นแบบนั้นคนที่เล่นการ์ดอยู่เดิมที่สร้างชุดการ์ดขึ้นมาก็ไม่พอใจเลยทำให้หลายคนเลิกเล่นการ์ด Pokemon กัน รวมถึงปัจจัยหลาย ๆทั้งการ์ด Yu-Gi-Oh! ที่ดังกว่าเลยทำให้กระแสตก

พอไม่มีคนเล่นคนซื้อร้านขายการ์ดก็เริ่มจำหน่ายการ์ด Pokemon น้อยลง หลังจากปี 2001 การ์ด Pokemon ก็เข้าสู่ช่วงขาลงที่ไม่มีใครให้ความสนใจอีกต่อไป แต่ทางบริษัทผลิตการ์ดก็ไม่ยอมแพ้พยายามออกการ์ดรุ่นพิเศษ รวมถึงการเป็นของรางวัลในการประกวดวาดรูป ซึ่งเป็นที่มาของการ์ด Pikachu Illustrator ในตำนานก็เกิดขึ้นมาในช่วงนี้ ที่เป็นการพยายามทำการตลาดให้คนหันมาสนใจการ์ด Pokemon ที่แม้จะมีผู้เล่นระดับแข่งขันอยู่บ้าง แต่การ์ด Pokemon ที่ขายไม่ออกเหลืออยู่ตามงานแข่งขันระดับภูมิภาค จนมาในปี 2010 เมื่อเกม Pokemon Black & White วางจำหน่ายและโด่งดังตัวการ์ด Pokemon ก็ได้รับผลบุญไปด้วย บวกกับการผลิตการ์ดหายากแบบพิเศษออกมาที่เป็นเหมือนต้นแบบการ์ด SAR เลยทำให้ตัวการ์ดค่อย ๆ ได้รับความนิยม ซึ่งการ์ดแบบพิเศษจะมีรูปที่ใหญ่แวววาวดูสวยกว่าการ์ดปกติ (ตามรูปด้านล่าง)

จนเข้าสู่ปี 2018 การ์ด Pokemon ก็ค่อย ๆ ได้รับความนิยมมากขึ้นบวกกับกระแส Pokemon GO ที่ให้เล่นปี 2016 ก็ทำให้การ์ด Pokemon เริ่มมีคนรู้จักในต่างประทศมากขึ้น ซึ่งเอาจริง ๆ การ์ด Pokemon ภาษาต่างประเทศมีมานานแล้วแต่ไม่ได้รับความนิยมเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น และจุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึงเมื่อเริ่มมีการโปรโมทการ์ด Pokemon ผ่าน YouTube ที่โปรโมทชุดเริ่มต้นสำหรับผู้เริ่มเล่มการ์ดที่เรียกว่า Starter Kit (ภายหลังเรียกว่า Start Deck) ที่ขายในราคา 500 เยนเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้ถ้าใครจะจัดชุดการ์ดต้องไปเปิดซองมารวม ๆ กันซึ่งมันยุ่งยากและเปลืองเงิน แต่พอมี Starter Kit มา มันคือชุดเริ่มต้นที่เราสามารถซื้อแบบซองมาใส่ในชุดการ์ดเรา เพื่อดัดแปลงเป็นการ์ดชุดใหม่ ๆ ได้อย่างอิสระ ซึ่งมันคือจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างความนิยมให้คนหันมาสนใจเล่นการ์ดนี้

นั่นคือจุดเริ่มต้นความนิยมของการ์ด Pokemon ที่ค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ พอตัวการ์ด Pokemon ดังขึ้นเรื่อย ๆ คนก็เริ่มไปตามหาการ์ด Pokemon ชุดเก่าในอดีตและเริ่มตีค่าให้มูลค่าการ์ดแต่ละใบตามความสวยหายากและความเก่งของมัน โดยมีการ์ด Lizardon หรือ Charizard ในปี 1996 เป็นการ์ดหายากราคาแพงที่สุด (ตัวเดียวกันแต่อังกฤษกับญี่ปุ่นเรียกคนละชื่อ) เพราะความสวยหายากแถมพลังสูงเลยทำให้วงการการ์ด Pokemon ต่างยกให้การ์ดพิมพ์ครั้งแรกใบนี้เป็นการ์ดหายากที่แพงที่สุด ซึ่งการ์ด Lizardon รุ่น Topsun ของญี่ปุ่นปี 1996 รุ่น Blue Back ถูกขายไปในราคาประมาณ 493,230 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 15,309,847 บาท ก่อนจะถูก Pikachu Illustrator ตัดหน้าไปเมื่อปี 2026 ที่ผ่านมาในราคา 16,492,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 513,197,759 บาท

นั่นคือที่มาที่ไปคร่าว ๆ ของการ์ด Pokemon ที่เราไปหามา ซึ่งในบ้านเราก๋มีการ์ด Pokemon ภาษาไทยออกมาแล้ว ส่วนมูลค่าอาจจะเทียบเท่าของญี่ปุ่นกับอเมริกาไม่ได้ แต่การ์ดบางใบก็สามารถแตะหลักหมื่นได้เหมือนกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคนแห่กันมาซื้อการ์ด Pokemon มากขึ้นจนขาดตลาด ใครที่สนใจก็ลองไปศึกษาดูคุณอาจจะค้นพบแนวทางสร้างรายได้จากการขายการ์ด Pokemon ก็ได้ใครจะรู้ แต่ทางที่ดีอย่าไปจริงจังมากเพราะสุดท้ายคนต่างหากที่เป็นคนให้ค่าและจ่ายเงินซื้อ ถ้าจะเก็บจริง ๆ ควรเก็บสะสมจะดีกว่าแบบนั้นจะไม่เครียดกับราคาตลาด ลองไปศึกษาดูแล้วจะเข้าใจ
รูป / อ้างอิง – Note





![[แกะกล่อง] TEKKEN 8 Premium Collector's Edition 12 [แกะกล่อง] TEKKEN 8 Premium Collector's Edition](/wp-content/uploads/2024/01/1-6-390x220.jpg)
