Matt Damon เปิดใจ ประสบการณ์ถ่ายทำ The Odyssey เปลี่ยนเขาไปทั้งชีวิต
บทบาทที่เขายอมรับว่า “ถ้าเป็นเมื่อ 20 ปีก่อน คงทำงานนี้ไม่ไหวแน่”

Matt Damon ออกมาเปิดเผยถึงประสบการณ์การถ่ายทำภาพยนตร์มหากาพย์เรื่องใหม่ The Odyssey ว่าเป็นหนึ่งในงานที่ส่งผลกับตัวเขาลึกซึ้งที่สุดในชีวิตนักแสดง และเป็นประสบการณ์ที่เขายังคง “ค่อยๆ แกะ ค่อยๆ ทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง” อยู่จนถึงทุกวันนี้

ในการให้สัมภาษณ์นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์รายนี้ยอมรับตรงไปตรงมาว่า หากเป็นตัวเขาเมื่อ 20 ปีก่อน เขาคง “ทุกข์ทรมานอย่างมาก” หากต้องมารับมือกับงานถ่ายทำที่หนักหน่วงระดับนี้
“ถ้าเป็นผมเมื่อ 20 ปีก่อน ที่ต้องทำงานแบบนี้ ผมคงจะทนทุกข์ทรมานมากๆ แน่”
The Odyssey เป็นภาพยนตร์ที่กำกับโดย Christopher Nolan ซึ่งนำวรรณกรรมกรีกโบราณระดับตำนานของ Homer มาตีความใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ โดยเล่าเรื่องราวของ “โอดิสซิอุส” วีรบุรุษผู้ต้องเผชิญการเดินทางอันยาวนาน เต็มไปด้วยสงคราม ปีศาจ และเทพเจ้า ก่อนจะได้กลับบ้าน
Damon อธิบายว่า งานชิ้นนี้ไม่ใช่แค่การแสดงตามบท แต่เป็นประสบการณ์ที่ต้องใช้ทั้งร่างกาย จิตใจ และความอดทนในระดับสูงมาก การถ่ายทำกินเวลานาน อยู่ในสภาพแวดล้อมที่โหด และต้องการวินัยอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่เขารู้สึกว่าความเป็นผู้ใหญ่และประสบการณ์ชีวิตในตอนนี้ ทำให้เขารับมือกับงานแบบนี้ได้ดีกว่าสมัยหนุ่ม
“มันไม่ใช่แค่เรื่องความแข็งแรงของร่างกาย แต่มันคือความเข้าใจตัวเอง ความอดทน และการยอมรับกระบวนการทำงานที่ยากลำบาก”
เขายังเล่าว่า ประสบการณ์จาก The Odyssey ทำให้เขาหวนกลับไปคิดถึงเหตุผลที่ตัวเองเลือกเส้นทางนักแสดงตั้งแต่แรก และทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าของงานที่ท้าทายจริงๆ มากกว่าความสะดวกสบาย
แม้จะเป็นงานที่หนักหน่วง Damon ยืนยันว่าเขาไม่ได้รู้สึกเสียใจหรืออยากหลีกเลี่ยงมัน ตรงกันข้าม เขากลับมองว่ามันเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต และเป็นประสบการณ์ที่เขาภูมิใจอย่างยิ่ง
“มันเป็นงานที่ผมยังต้องใช้เวลาแกะความรู้สึกจากมันออกอยู่ เพราะมันส่งผลกับผมจริงๆ”
คำพูดของ Damon สะท้อนให้เห็นว่า The Odyssey ไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์มหากาพย์อีกเรื่องหนึ่งในเส้นทางอาชีพของเขา แต่เป็นงานที่ทิ้งร่องรอยทางอารมณ์และความคิดไว้กับนักแสดงคนนี้อย่างลึกซึ้ง และอาจกลายเป็นหนึ่งในบทบาทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเขาในอนาคต
ติดตามข่าวสารภาพยนตร์อื่น ๆ ได้ที่ GamerCulture









