T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
Seven Knights Re:BIRTH
หนัง

นี่มันคนดี! A-Train จากตัวละครสุดเกลียดใน The Boys สู่เส้นทางฮีโร่ที่ทุกคนต้องให้อภัย

พาย้อนรอยวีรกรรมชายที่เร็วสุดในโลกพร้อมบทสรุปที่น่าจดจำ

เขียนโดย Biliebluu

ซีรีย์ The Boys ได้ดำเนินเรื่องราวมาใกล้บทสรุปสุดท้ายในซีซั่นที่ 5 แน่นอนว่าบทสรุปครั้งนี้ย่อมต้องมีการเสียสละ และหนึ่งในตัวละครที่น่าจับตามองคงหนีไม่พ้นกับเจ้าแห่งความเร็วอย่าง A-Train

เพราะอะไรฮีโร่ที่ดูขี้ขลาดไม่เอาไหนอย่างเขา ถึงเริ่มกลายเป็นที่รักและได้ใจของแฟนซีรีย์มากขึ้น พร้อมพาผู้อ่านไปย้อนรอยวีรกรรมสุดแสบ และสำรวจจิตใจของเขาที่ยังหลงเหลือความเป็นมนุษย์

A-Train The Boys

(บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในซีรีย์ The Boys)

A Train รับบทโดย Jessie T. Usher ตัวละครสายความเร็ว เขาสามารถใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าความเร็วเสียง และมีความแข็งแร็งทนทานเหนือมนุษย์ทั่วไป หากจะให้นึกภาพฮีโร่ตัวนี้ ก็มีความคล้ายคลึงกับฮีโร่อย่าง The Flash ของ DC หรือ Quicksilver ของ Marvel

แม้จะมีพลังเหนือมนุษย์แต่ A-Train ยังไม่นับว่าเป็นฮีโร่มากนัก เพราะด้วยนิสัยหยิ่งผยอง ไร้ความรับผิดชอบ เขามีปัญหาเรื่องการใช้สารเสพติดจากสาร Compound V ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เขามีพลังได้อย่างมหาศาล ไปจนความหลงตัวเองด้วยชื่อเสียง “ชายที่เร็วที่สุดในโลก” จึงทำให้เขากลัวการถูกแทนที่จากฮีโร่สายความเร็วคนอื่น เขาจึงพร้อมทำทุกอย่างโดยไม่สนความถูกต้อง

ช่วงแรกของซีรีย์ ตัวละคร A-Train ถือว่ามีความสำคัญต่อเนื้อเรื่องมาก เพราะในช่วงเปิดตอนแรกนั้น A-Train ได้ทำการวิ่งชนร่าง Robin แฟนสาวของ Hughie จนเสียชีวิต จากการใช้สารเสพติดจนควบคุมพลังไม่อยู่ รวมถึงปฏิเสธความประมาทของตนเอง และโยนความผิดให้กับ Robin ที่ไม่ระมัดระวัง

เรียกได้ว่าแค่เปิดตัวละครนี้มา ก็น่าจะสร้างความฉุนเฉียวให้กับผู้ชมไม่น้อย และนั่นจึงเป็นจุดชนวนเหตุที่ทำให้ Hughie เข้าร่วมกลุ่ม The Boys เพื่อล่าและสั่งสอนซุปส์ทุกคนที่ไร้ศีลธรรม

A-Train The Boys

วีรกรรมของ A-Train ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขายังเลือกที่จะสังหารแฟนสาวของตัวเองเพื่อปกปิดเรื่องที่เขาใช้สารเสพติด และแสดงความจงรักภักดีต่อ Vought ในการที่จะจัดการกับทีม The Boys

แต่ในระหว่างการเผชิญหน้ากันนั้น A-Train ที่ดูเหมือนเป็นฝ่ายได้เปรียบจากพลังมหาศาลกลับพลาดท่า เมื่อเขาเกิดอาการหัวใจกำเริบจากการใช้สารเสพติดมากเกินไป และเกือบหัวใจล้มเหลว แต่ Hughie ก็เลือกที่จะช่วยชีวิตเขา จนทำให้ตัวละครนี้รอด และได้สานบทบาทต่อในซีซั่นถัดไป

แม้เขาจะรอดชีวิตจากการปะทะกับกลุ่ม เดอะ บอยส์ มาได้ แต่ก็กลายเป็นภาพลัษณ์ในแง่ลบ และความไม่น่าเชื่อถือต่อ Vought ด้วยร่างกายที่พังไม่เป็นท่า จนเสียสมรรถภาพการวิ่งไป ขณะเดียวกันก็เริ่มมีฮีโร่สายความเร็วอีกหนึ่งอย่าง Shockwave เข้ามาแทนที่เขา

นั่นจึงยิ่งทำให้เขาสูญเสียตำแหน่ง และต้องการที่จะกลับเข้ากลุ่ม The Seven ให้เร็วที่สุดเพื่อทวงคืนชื่อเสียงเดิมของเขากลับมา

A-Train The Boys

โชคดันเข้าข้าง เมื่อมีเหตุการณ์ปั่นป่วนในรัฐสภาทำให้ Shockwave เสียชีวิต จนเขาได้กลับเข้ามาสู่ The Seven อีกครั้ง  แม้การกลับเข้าทีมในครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝันตลอด แต่สถานการณ์ในทีมกลับไม่เป็นดั่งใจ

เพราะด้วยภาพลักษณ์ในแง่ลบ จึงมีหลายครั้งที่เขาไม่ได้รับการเคารพจากสมาชิกในทีม ไปจนถึงตัว Homelander ที่ชอบมักกลั่นแกล้งดูถูกเขา จึงยิ่งทำให้ A-Train พร้อมที่จะอุทิศตัว ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับ และความมั่นคงในหน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการที่เขาเลือกที่จะนำข่าวลับไปฟ้องกับ Homelander เรื่องที่ Supersonic มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Starlight

และมีแผนที่จะโค่นล้ม พร้อมชักจูงให้ A-Train เข้าร่วม จนทำให้ Supersonic ถูก Homelander จัดการ เพราะความปากโป้งจากความขี้ขลาดเห็นแก่ตัวของ A-Train เอง

จากวีรกรรมสุดแสบที่กล่าวมาข้างต้น เริ่มนำมาซึ่งบทเรียนชีวิตครั้งสำคัญ เมื่อ Blue Hawk ฮีโร่ที่เหยียดผิวเกิดการทำร้ายชุมชนคนผิวสี เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้พี่ชายของ A-Train ได้รับลูกหลงไปด้วย จนทำให้พี่ชายของเขาไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป

แม้เขาจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแต่เขาไม่สามารถปกป้องพี่ชายและเรียกร้องอะไรไม่ได้เลย ก่อนนำไปสู่ความแค้นเมื่อความเจ็บปวดนั้นเกินทน เขาได้ลงมือฆ่า Blue Hawk ก่อนที่เขาจะหมดสติจากหัวใจที่หยุดเต้น ซ้ำร้ายเมื่อตื่นขึ้นเขาได้พบว่าหัวใจของเขาได้ถูกแทนที่ด้วยหัวใจของ Blue Hawk ซึ่งกลายเป็นตราบาปติดตัวเขาตลอดไป

A-Train The Boys

จุดเปลี่ยนของ A-Train เริ่มมีความเป็นมนุษย์มากขี้น จากคำพูดของพี่ชาย ที่ทำให้เขาเริ่มมองหาความหมายที่แท้จริงของการเป็นฮีโร่ ที่มิใช่แค่เป็นผลิตภัณฑ์สินค้าหรือพรีเซนเตอร์ที่คอยออกหน้าเชิดฉายต่อสื่อ

อีกทั้งการกระทำของกลุ่ม The Seven ที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากอารมณ์และความบ้าอำนาจของ Homelander ก็ทำให้ A-Train ทนไม่ไหว เขาเริ่มกลับตัว และส่งข้อมูลลับ ๆ ของ Vought ไปจนถึงสาร Compound V ให้กับกลุ่ม The Boys

และเมื่อเขามีโอกาส A-Train ได้เปิดใจคุยกับ Hughie รวมถึงแสดงความรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นกับ Robin จุดนี้จึงถือว่าเป็นพัฒนาการทางบทที่ดีมากสำหรับตัวละคร A-Train หลังจากที่ผ่านมาเขาไม่เคยปฏิบัติตัวได้สมกับคำว่าฮีโร่เลย แต่กลายเป็นว่าครั้งนี้เขาเลือกที่จะแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ

เป็นเหตุที่ทำให้ผู้ชมหลายคนเริ่มเปิดใจ เพราะแท้จริง A-Train ก็ไม่ใช่คนชั่วร้าย แต่เขาเป็นเพียงเหยื่อของระบบที่ถูกกดขี่ให้ทำเรื่องร้าย ๆ เพื่อชื่อเสียงและความมั่นคงเพียงเท่านั้น

A-Train The Boys

ในช่วงซีซั่นที่ 4 มีหลายเหตุการณ์ที่ A-Train เริ่มมีส่วนร่วมกับ เดอะ บอยส์ ทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ เช่น การปรากฏตัวเข้ามาช่วยเหลือกลุ่ม เดอะ บอยส์ หลังถูกลอบโจมตีจาก The Deep และ Black Noir

ซึ่งถือเป็นฉากแอคชั่นครั้งแรก ระหว่าง A-Train และ The Deep อีกทั้งยังทำให้ The Deep รู้อีกว่า A-Train คือหนอนบ่อนไส้ของ The Seven เรียกได้ว่าเอาใจแฟนซีรีส์ไปเต็ม ๆ จากการปรากฏตัวช่วยเหลือในครั้งนี้

เส้นทางการไถ่บาปจากความผิดในอดีตที่เคยก่อ (Redemption Arc) เริ่มเกิดบ่อยขึ้น และฉากสำคัญที่ผู้เขียนคงพูดถึงไม่ได้ และมองว่าเป็นจุดที่ทำให้ A-Train ก้าวเข้าสู่บทบาทฮีโร่แบบเต็มตัว คือเหตุการณ์ที่เขาต้องช่วยเหลือ MM หลังการหมดสติระหว่างทำภารกิจ แม้เขาจะไม่เต็มใจมากนัก แต่เขาก็ยอมที่จะทำเพื่อลูกสาวของ MM

เมื่อ A Train นำร่าง MM มาถึงโรงพยาบาล เขาได้พบเด็กน้อยที่เห็นเหตุการณ์ เด็กน้อยค่อย ๆ แสดงรอยยิ้มราวกับภูมิใจที่ได้เห็น A-Train ในฐานะฮีโร่ รอยยิ้มนั้นได้สร้างความทรงจำที่ดีให้กับเขา และเป็นแรงผลักดันที่ช่วยให้ A-Train กลับมาคิดถึงเส้นทางการเป็นคนดีอีกครั้ง

ฉากนี้ทำออกมาได้ดีมาก เพราะไม่มีบทพูดใด ๆ เป็นเพียงการโต้ตอบกันผ่านรอยยิ้มของเด็กน้อยที่เห็นเหตุการณ์ และ A-Train ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาตัวละครที่เริ่มน่าเอาใจช่วย

A-Train The Boys

บทสรุปสุดท้ายของ A-Train ได้มาถึงในซีซั่นที่ 5 เมื่อภารกิจการช่วยเหลือ Hughie จากค่ายกักกันของ The Boys ไม่เป็นไปตามแผน เพราะการปรากฏตัวของ Homelander และในจังหวะที่ Hughie กำลังจะถูกจัดการ สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ A-Train ได้ใช้ความเร็วมาปรากฏตัวที่ค่ายกักกัน พร้อมใช้ความเร็วสูงของตัวเองในการช่วยเหลือทีม The Boys และ Hughie ได้แบบฉิวเฉียดราวกับหยุดเวลา

ฉากนี้ชวนให้ความรู้สึกเหมือนชมฉากแหกคุกของ Quicksilver ใน X-Men: Days of Future Past ไม่น้อย แม้เขาจะสามารถช่วยเหลือทุกคน แต่เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงชะตาได้ เมื่อ Homelander รู้ว่าเป็นฝีมือของ A-Train หนึ่งในสมาชิกของ The Seven

การไล่ล่าของสองความเร็วจึงได้เกิดขึ้น A-Train ใช้ความเร็วในการวิ่งหลอกล่อเพื่อให้ Homelander ออกห่างจากกลุ่ม The Boys ขณะเดียวกันฉากนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความเร็วของ Homelander ที่บินไล่ตาม A-Train อย่างสูสี

และในที่สุดจุดตัดสินใจครั้งสำคัญก็มาถึง เมื่อมีหญิงสาวที่กำลังเดินคุยโทรศัพท์อยู่บริเวณริมฟุตบาท วินาทีที่ A-Train มีโอกาสวิ่งผ่าน และอาจชนร่างของหญิงสาวเสียชีวิต เขากลับเลือกที่จะวิ่งหลบเพื่อไม่ให้เขาทำผิดพลาดจากสิ่งที่เคยทำไว้กับ Robin ในซีซั่น 1 ก่อนจะเสียหลักล้มลงในป่าอันห่างไกล

หลังจาก Homelander ได้ตามมาถึง เขาจึงพูดเยาะเย้ยใส่ A-Train แต่ในครั้งนี้ A-Train ไร้ซึ่งความกลัว เขาหัวเราะราวกับ Homelander เป็นเพียงตัวตลก พร้อมสบถถึงเขาว่า หาก Homelander ไม่มีพลังอันยิ่งใหญ่ เขาก็แทบไม่มีอะไรเลย ก่อนที่ Homelander จะจัดการ A-Train ด้วยการหักคอเขาจนเสียชีวิต เป็นการปิดฉากบทสรุปตัวละครที่มีการพัฒนาการทางบทแบบก้าวกระโดด

เส้นทางของตัวละคร A-Train นั้นอาจเปิดตัวมาได้ไม่ดีนัก เรียกได้เข้าขั้นเป็นวายร้ายประจำซีซั่น 1 แต่แท้จริงแล้ว A-Train เป็นเพียงคนธรรมดา ที่เลือกจะละทิ้งความถูกต้อง และมองหาสปอตไลท์ที่เขาจะได้เฉิดฉายอย่างเต็มตัว

เขาเป็นแค่คนที่หลงใหลในชื่อเสียง แต่ในขณะเดียวกันตัวละครนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเป็นเหยื่อในระบบที่ถูกกัดกินตัวตน หากเขาไม่ทำก็จะได้รับการดูถูก เหยียดหยาม หรือการถูกแทนที่ ในขณะเดียวกันเขาก็มีโลกอีกใบก็คือครอบครัว เขาเป็นคนที่รักพี่ชายและหลานมาก แต่เขากลับคิดช้าไปเสียหน่อย

เพราะกว่าจะดึงสติกลับจากคำพูดของพี่ชายมาได้ ก็แทบเข้าซีซั่น 4 แล้ว แต่ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพราะมีหลายเหตุการณ์ที่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเองก็เป็นฮีโร่ได้ องค์ประกอบหลายอย่างในบทเริ่มทำงาน และนั่นจึงเริ่มพาให้ผู้ชมเปิดใจให้กับอดีตวายร้ายคนนี้ ที่จะได้ทำหน้าที่ในฐานะฮีโร่แบบแท้จริงเสียที

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)

The Boys Official account

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save