เสน่ห์ของเกม JRPG ประสบการณ์ที่เกมฝั่งตะวันตกไม่สามารถให้ผู้เล่นได้
โลกที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันประสบการณ์ที่เกมฝั่งตะวันตกไม่สามารถให้ผู้เล่นได้

เขียนโดย Lingeaphy
JRPG หรือ Japanese Role-Playing Game คือเกมแนว RPG ที่พัฒนาโดยชาวญี่ปุ่นหรือได้รับอิทธิพลจากสไตล์การออกแบบเกมของญี่ปุ่น

เกม JRPG จะมีเสน่ห์บางอย่างที่มีความแตกต่างจากเกม RPG ของตะวันตกอย่างสิ้นเชิง ชนิดที่ว่าให้คนไม่รู้เรื่องเกมมาเล่น ก็ยังเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
ด้านเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องของเกม JRPG มักเป็นการให้ตัวเอกได้ออกผจญภัยด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง และออกแบบให้ตัวละครของคุณเริ่มจากหมู่บ้านเล็ก ๆ พบเพื่อนร่วมทางระหว่างการผจญภัย และค่อย ๆ ขยายสเกลของเนื้อเรื่องให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ยกตัวอย่างจากเกม Octopath Traveler ช่วงเริ่มต้นของเกม เกมจะให้เราเลือกเล่น 1 ใน 8 ตัวละครทั้งหมด เนื้อเรื่องของตัวละครแต่ละตัวใน Arc แรกของเกม จะเป็นภารกิจเล็กน้อย และค่อย ๆ สอดแทรกความเชื่อมโยงบางอย่างให้ผู้เล่นปะติดปะต่อในภารกิจถัดไปและค่อย ๆ ขยายสเกลไปเรื่อย ๆ ใส่จุดสังเกตบางอย่างให้ผู้เล่นรู้สึกเอะใจ และพอถึงภารกิจสุดท้ายเกมจะเฉลยทุกอย่างที่ผ่านมา

ด้านของกราฟิก
เกม JRPG มักจะไม่เน้นภาพสวยสมจริงเหมือนฝั่งตะวันตก แต่จะเน้นงานภาพอาร์ตสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแต่ละเกม ทำให้ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ไม่รู้สึกเลยว่าเกมๆนั้นมีภาพที่ตกยุค ซึ่งแตกต่างจากการสร้างเกมโดยเน้นภาพสมจริง ซึ่งถ้าผ่านไปสัก 10 ปี แล้วกลับมามอง เราก็คงมองมันไม่สวยเหมือนครั้งแรกที่เห็น

เพื่อนร่วมทาง
เกม JRPG แทบทุกเกมจะไม่ปล่อยให้คุณเผชิญโลกกว้างอยู่คนเดียวลำพัง คุณจะต้องมีเพื่อนร่วมทางอย่างกับยกโขยงมาทั้งหมู่บ้าน ซึ่งการมีเพื่อนร่วมทางร่วมผจญภัยไปกับเราด้วย ทำให้เกมมีมิติมากขึ้นทั้งในด้านเนื้อเรื่องและเกมเพลย์
ยกตัวอย่างเช่น ในเกม Dragon Quest แทบทุกภาค คุณคือผู้กล้าในคำทำนายที่ต้องออกผจญภัยไปปราบจอมมาร และระหว่างทางของเกม จะขาดไม่ได้เลยคือเพื่อนร่วมทางซึ่งคอยพูดคุยกับเราและช่วยเหลือเราระหว่างที่ออกผจญภัย และที่สำคัญเลย คือเป็นปากให้เราด้วย เพราะเกม JRPG สมัยก่อน มักไม่ให้ตัวละครหลักที่เราควบคุมมีความสามารถในการสื่อสาร เหตุผลเพื่อให้ผู้เล่นอินกับการเล่นเป็นตัวละครหลัก รู้สึกเหมือนเราเป็นตัวละครตัวนั้น ทำให้หากเราเดินทางคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวละก็ มันจะกลายเป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบเหงาเลย
และในด้านของเกมเพลย์ การมีตัวละครเยอะ ๆ หมายถึงเราสามารถจัดทีมได้หลากหลายมากขึ้น และทำให้ผู้เล่นได้จัดคอมโบของตัวละครแต่ละตัว ทำให้เกมมีมิติด้านการจัดทีม ไม่น่าเบื่อ เพราะเกม JRPG ส่วนใหญ่เป็นเกมแบบ Turn-Based ทำให้การจัดทีมที่พร้อมรับมือกับศัตรูแต่ละชนิดมีความสำคัญอย่างมาก การที่มีตัวละครเยอะทำให้ผู้เล่นมีตัวเลือกในการรับมือกับศัตรูมากขึ้นเช่นกัน

ดนตรีประกอบที่จะกินพื้นที่ในหัวใจของผู้เล่นไปตลอดกาล
ถ้าพูดถึงเกม JRPG ดนตรีไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงพื้นหลังแต่คือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างอารมณ์ให้ผู้เล่นอินกับตัวเกมในทุกวินาทียกตัวอย่างจากเกมซีรีส์ Persona
เกมซีรีส์ Persona เป็นเกมที่ถูกยอมรับในด้านเนื้อเรื่องและดนตรีของเกม เพลงในเกมซีรีส์ Persona เป็นเพลงที่ถูกสร้างมาเพื่อเกม ๆ นี้โดยเฉพาะ เพื่อสร้างบรรยากาศให้แต่ละฉากของเกม ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ตาม ดนตรีประจำพื้นที่ของเขตๆนั้นจะดังขึ้นมา เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้เล่นรู้สึกเพลิดเพลินและอินไปกับเกมในทุกวินาที ยกตัวอย่าง ร้านขายอาวุธในภาค 5 เมื่อเราเข้ามาในร้าน ตัวเกมจะเล่นเพลงที่ให้ความรู้สึกอันตรายเพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปกับบรรยากาศของร้าน
โดยสรุปแล้ว เสน่ห์ของเกม JRPG ไม่ได้อยู่แค่เกมเพลย์หรือกราฟิก แต่อยู่ที่การเล่าเรื่องที่พาผู้เล่นดื่มด่ำไปกับโลกของเกม และตัวละครที่เป็นเหมือนกับเพื่อนของเรา ที่คอยผจญภัยร่วมกับเราจนเกิดเป็นเรื่องราวมากมายในโลกที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันประสบการณ์ที่เกมฝั่งตะวันตกไม่สามารถให้ผู้เล่นได้
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)






