กระแสหนังสไปเดอร์แมนภาคใหม่ดันยอดขายเกม Spider-Man 2 พุ่งอีกครั้ง!!
Marvel’s Spider-Man 2 ทำเงินเพิ่มกว่า 11 ล้านดอลลาร์ในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ หลัง Brand New Day ปลุกกระแสไอ้แมงมุมทั่วโลก

ความสำเร็จของหนังไอ้แมงมุมไม่ได้หยุดอยู่แค่บนจอภาพยนตร์ เพราะกระแสของหนังยังส่งผลให้เกม Marvel’s Spider-Man 2 กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง แม้ตัวเกมจะวางจำหน่ายมานานเกือบสามปีแล้วก็ตาม

ขายเพิ่มกว่า 316,000 ชุดในสองสัปดาห์
ข้อมูลจาก Alinea Analytics ระบุว่า หลังหนังภาค Brand New Day เข้าฉายเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 เกม Marvel’s Spider-Man 2 สามารถขายเพิ่มได้อีกประมาณ 316,000 ชุดบน PlayStation 5 และ Steam ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ สร้างรายได้เพิ่มมากกว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 357 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นใหม่อีกประมาณ 274,000 คนที่เข้าถึงตัวเกมผ่านบริการ PlayStation Plus ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานรายวันของเกมกลับมาแตะหลักหนึ่งล้านคนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงเปิดตัว
ยอดขายรวมของเกมสไปเดอร์แมน 2 บน PlayStation 5 และ PC จึงเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 18.2 ล้านชุด พร้อมสร้างรายได้สะสมกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 39,000 ล้านบาท
ไม่ได้มีแค่พลังจากภาพยนตร์
แม้ความสำเร็จของหนังสไปเดอร์แมนภาค Brand New Day จะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ยอดผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นยังมาจากการลดราคาตัวเกมบน Steam และ PlayStation Store รวมถึงการปล่อยอัปเดตฟรีที่เพิ่มเครื่องแต่งกายใหม่ให้กับปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ อีกสองชุด

ชุดแรกคือ Fresh Start Suit ซึ่งอ้างอิงจากเครื่องแต่งกายใหม่ของ ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) ในภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day ส่วนอีกชุดได้รับแรงบันดาลใจจากเกมต่อสู้ Marvel Tōkon: Fighting Souls
ปัจจัยทั้งหมดช่วยให้เกมสไปเดอร์แมนทั้งสามภาคของ Insomniac กลับมามีผู้เล่นบน Steam เพิ่มขึ้นพร้อมกัน โดยเกมภาค Remastered มีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดประมาณ 16,000 คน ขณะที่ สไปเดอร์แมน 2 ทำได้ประมาณ 12,000 คนในช่วงสุดสัปดาห์หลังหนังเข้าฉาย
ตัวอย่างชัดเจนของพลังข้ามสื่อ
รีส เอลเลียตต์ (Rhys Elliott) จาก Alinea Analytics มองว่า ปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของ “Transmedia Halo Effect” ที่ชัดเจนที่สุด กล่าวคือ เมื่อผลงานจากสื่อหนึ่งประสบความสำเร็จ ก็สามารถส่งต่อความสนใจไปยังผลงานในสื่ออื่นที่อยู่ภายใต้แฟรนไชส์เดียวกันได้
แม้การกำหนดเวลาวางจำหน่ายเกมและภาพยนตร์ให้สอดคล้องกันจะทำได้ยาก เนื่องจากทั้งสองอุตสาหกรรมมีวงจรการผลิตต่างกัน แต่กรณีของสไปเดอร์แมนแสดงให้เห็นว่า หากจังหวะทุกอย่างลงตัว หนังหนึ่งเรื่องก็สามารถปลุกเกมอายุเกือบสามปีให้กลับมาทำเงินหลักสิบล้านดอลลาร์ได้อีกครั้ง
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)
ที่มา – Geek Culture, GamesRadar+






