T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
เกม

Elden Ring : Scarlet rot ในมุมมองของชีววิทยา

Scarlet Rot ใน Elden Ring ไม่ใช่เพียงแค่คำสาปแฟนตาซี แต่เป็นการจำลอง "หายนะทางชีวภาพ"

เขียนโดย Lingeaphy

Elden Ring ผลงานชิ้นเอกของบริษัท FromSoftware ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ สงคราม การทรยศ และประเด็นทางศีลธรรมในดินแดน Land Between ความขัดแย้งทั้งหมดของเกมเกิดจาก เทพภายนอก(Outer God) ผู้พยายามขยายอิทธิพลไปทั่วทวีป อิทธิพลของ เทพภายนอก ไม่ได้อยู่แค่โครงสร้างทางสังคม แต่ส่งผลกระทบไปถึงสุขภายกายและสุขภาพจิตของสิ่งมีชีวิตทั่วทั้งดินแดน

Elden Ring : Scarlet rot ในมุมมองของชีววิทยา

Scarlet Rot คืออะไร?

               Scarlet Rot หรือชื่อไทยความเสื่อมสลายสีแดง คือหนึ่งในผลลัพธ์จาก เทพภายนอก มันคือโรคภัยที่กัดกินสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่จำกัดเฉพาะมนุษย์ แต่รวมไปถึงระบบนิเวศ สัตว์ และพืชพันธุ์ มันแพร่กระจายไปทั่วจนกินพื้นที่หนึ่งของ Land Between ทำให้ดินแดนแห่งนั้นถูกปกคลุมไปด้วย บึงพิษ สัตว์ร้ายที่น่ากลัว และเนื่องจากจุดกำเนิดมาจาก เทพภายนอก ทำให้การรักษาเป็นเรื่องยากยิ่ง อย่างไรก็ตาม เราสามารถทำความเข้าใจกลไกของมันผ่านการเปรียบเทียบกับเชื้อโรคในโลกความเป็นจริงได้

Scarlet Rot (Etiology and Pathology)

               Scarlet Rot คือการแสดงเจตจำนงของ Outer God of Rot ซึ่งอยู่เหนือขอบเขตของโรคทั่ว ในประวัติศาสตร์ของเกม Scarlet Rot ไม่ได้เป็นเพียงการทำลายล้าง แต่ในบางวัฒนธรรม การเน่าสลายถูกมองว่าเป็น กระบวนการศักดิ์สิทธิ์ ที่นำไปสู่การเกิดใหม่ แม้ในประวัติศาสตร์มนุษย์จะไม่มีตัวอย่างโรคที่ถูกบูชาก็ตาม แต่ในอดีตโรคต่าง ๆ มักถูกตีความว่าเป็น บทลงโทษของพระเจ้า

               Scarlet Rot เป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อ ครึ่งเทพ Malenia ผู้ถูกสาบด้วยโรคนี้ตั้งแต่กำเนิด ได้ปลดปล่อย ไอพิษ ไปทั่วภูมิภาค Caelid ผ่านการใช่สกิล Scarlet Aeonia ส่งผลให้ประชากรใน Caelid มีอาการแผลเปิดตามผิวหนัง เนื้อตาย สูญเสียอวัยวะ และเสียชีวิตในที่สุด

Elden Ring

               ผลกระทบต่อสิ่งมีชิวตของ Scarlet Rot นับเป็นหายนะอย่างยิ่ง หากสัตว์ได้รับ Scarlet Rot เข้าไป ร่างกายของพวกมันจะใหญ่ยักษ์ผิดปกติ สำหรับพืช จะมีเชื้อราและดอกเห็ดงอกออกมา และผู้ที่ได้รับผลกระทบจะมีอาการคลุ้มคลั่งคาดเดาไม่ได้

ผลกระทบของ Scarlet Rot อ้างอิงกับชีววิทยาในโลกจริง

ผลกระทบต่อมนุษย์

ในเชิงชีววิทยา Scarlet Rot ติดต่อได้ 3 ทางหลัก ได้แก่ สัมผัสโดยตรง ทางอากาศ และทางน้ำ หากเปรียบเทียบกับโลกจริง การแผ่ระบาดทางอากาศเปรียบเสมือน ละอองเรณู เนื่องจากการกระจายของพิษเกิดจากการผลิดอกของสกิล Scarlet Aeonia ผู้เขียนจึงเปรียบเทียบกับละอองเรณูที่เป็นสารก่อภูมิแพ้รุนแรง หรือพืชที่มีพิษร้ายแรงอย่าง ต้น Manchineel (มีสาร phorbol esters ทำให้ผิวหนังพุพอง) และ ต้นยี่โถ (มีสาร oleandrin ส่งผลต่อหัวใจจนถึงแก่ชีวิต)

เชื้อรา Ergot (Claviceps purpurea) นี่คือจุดที่เหมือนที่สุด เชื้อรานี้เติมโตในธัญพืชและทำให้เกิดโรค Ergotism ซึ่งมีอาการ 2 รูปแบบที่เหมือนในเกม

  1. Gangrenous Ergotism หลอดเลือดหดตัวจนเนื้อดำและเน่า (เหมือนแผลเน่าในเกม)
  2. Convulsive Ergotism อาการชัก กระตุก ประสาทหลอน และคลุ้มคลั่ง (เหมือนอาการ madness ในเกม)

ผลกระทบต่อพืช

               ในพื้นที่อย่าง Caelid หรือ Lake of Rot พืชพันธุ์ดั้งเดิมจะตายลงและถูกแทนที่ด้วย เชื้อรา ที่เติมโตอย่างอิสระ ผู้เขียนบทความจำแนกเชื้อราในเกมว่าคล้ายกับสายพันธุ์จริง ซึ่งเป็นพวก Saprophytic(สิ่งมีชีวิตกินซาก) สะท้อนถึงธีม การเกิดใหม่จากความตาย นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบกับเชื้อราที่เปลี่ยนพฤติกรรมพืช เช่น Puccinia monoica ที่สร้าง ดอกไม้ปลอม เพื่อล่อแมลงให้มาช่วยกระจายสปอร์ ซึ่งคล้ายกับกลไกที่ Scarlet Rot ใช้พืชในเกมเป็นสื่อกลาง

Elden Ring : Scarlet rot ในมุมมองของชีววิทยา
Elden Ring : Scarlet rot ในมุมมองของชีววิทยา

สัตว์ขาปล้อง

               แม้ว่า Scarlet Rot จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชพันธุ์ แต่สิ่งมีชีวิตจำพวกสัตว์ขาปล้องกลับดูเหมือนจะมีภูมิคุ้มกัน แถมยังสร้างความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันกับความเสื่อมสลายนี้ด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Kindred of Rot ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งมนุษย์ที่มีลักษณะคล้ายตะขาบ พวกมันบูชาความเสื่อมสลายและเชื่อว่าตนเองเป็นบุตรหลานของมัน

               มีการสันนิษฐานว่าก่อนที่ Outer God of Rot จะมาถึง สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นเพียงแมลงธรรมดา แต่ได้รับการยกระดับผ่านการเชื่อมต่ออย่างลึกซึ้งกับความเสื่อมสลายสีแดง ในโลกแห่งความเป็นจริง เชื้อราที่ก่อโรคในแมลงอย่างสกุล Ophiocordyceps (ถั่งเช่า) เป็นที่รู้จักกันดีในการเปลี่ยนพฤติกรรมของแมลง แม้ว่ามันจะเป็นผลเสียต่อโฮสต์ก็ตาม เช่น มดที่ติดเชื้อจะมีอาการชักกระตุกและถูกบังคับให้ออกจากรังเพื่อปีนขึ้นที่สูง แล้วใช้กรามเกาะแน่นกับพืชเพื่อให้เชื้อรากระจายสปอร์ได้ง่ายขึ้น

               ผีเสื้อเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของการมีอยู่ของ Scarlet Rot แม้ว่าในดินแดน Lands Between จะมีผีเสื้ออยู่ทุกระบบนิเวศ แต่ผีเสื้อชนิด Aeonian และ Scarlet จะเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่ถูกกัดกินด้วยความเสื่อมสลายสีแดงเท่านั้น เชื่อกันว่าผีเสื้อเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของปีกของ Outer God of Rot และในเกมยังมีเวทมนตร์ Rotten Butterflies ที่ใช้ผีเสื้อเหล่านี้สร้างการสะสมของความเสื่อมสลายสีแดง ซึ่งบ่งชี้ว่าสัตว์ขาปล้องเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น พาหะ นำโรค สิ่งที่น่าสนใจคือ ผีเสื้อบางชนิดสามารถพกพาเชื้อราไว้ในร่างกาย ได้ในทุกช่วงวัยของชีวิต ทำให้พวกมันมีบทบาทเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อรา ยิ่งไปกว่านั้น ผีเสื้อบางชนิดยังเป็นพาหะนำโรคเชื้อราในพืช เช่น ราข้าวโพด หรือ ฮุยลาโกเช อีกด้วย

Elden Ring : Scarlet rot ในมุมมองของชีววิทยา

การรักษา

               แม้ว่า Scarlet Rot จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ป่วย แต่โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้หากได้รับการจัดการอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงสามารถจำแนก Scarlet Rot ออกเป็น ระยะเฉียบพลัน และ ระยะเรื้อรัง สำหรับตัวละครผู้มัวหมอง การจะติดเชื้อได้นั้นต้องสัมผัสกับแหล่งกำเนิดเน่าแดงจนเกินขีดจำกัดความต้านทาน เมื่อติดเชื้อแล้ว พลังชีวิต จะลดลงอย่างรวดเร็ว จนกว่าจะตายหรือใช้เครื่องมือรักษาที่มีอยู่

               แม้ว่าเทคนิคทางเวทมนตร์หรือไสยศาสตร์จะขาดหลักการที่ทำซ้ำได้และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่ในกรณีของบทสวด Flame, Cleanse Me การใช้ไฟหรือเจาะจงกว่านั้นคือ ความร้อนถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคมาตลอดประวัติศาสตร์

               ท้ายที่สุด การปัก เข็มทองคำบริสุทธิ์ (Unalloyed Gold Needle หรือเข็มของ Miquella) ไม่เพียงแต่รักษา Scarlet Rot เท่านั้น แต่ยังช่วยตัดขาดการเชื่อมต่อกับเทพภายนอกอีกด้วย สอดคล้องกับ ระบบส่งยาแบบฝัง กลไกนี้คล้ายคลึงกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้รักษาโรคเบาหวานหรือมะเร็ง ซึ่งจะถูกฝังลงในเนื้อเยื่อของผู้ป่วยผ่านการผ่าตัดเพื่อควบคุมเวลา อัตรา และตำแหน่งของการปล่อยยา

Elden Ring : Scarlet rot ในมุมมองของชีววิทยา

สรุป

               Scarlet Rot ใน Elden Ring ไม่ใช่เพียงแค่คำสาปแฟนตาซี แต่เป็นการจำลอง “หายนะทางชีวภาพ” ที่อ้างอิงมาจากกลไกของเชื้อราในโลกจริงอย่างแนบเนียน โดยเฉพาะเชื้อรา Ergot ที่ทำให้เกิดอาการเนื้อตายและประสาทหลอน ซึ่งตรงกับอาการแผลเน่าและความคลุ้มคลั่งที่ปรากฏในเกม

นอกจากนี้ระบบนิเวศของมันยังสะท้อนความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันที่บิดเบี้ยว เพราะในขณะที่มนุษย์เน่าตาย แต่พวกแมลงกลับแข็งแกร่งขึ้นและวิวัฒนาการไปพร้อมกับโรค คล้ายกับความสัมพันธ์ของแมลงและเชื้อราในธรรมชาติ แม้แต่การรักษาในเกมยังสอดคล้องกับหลักการแพทย์จริง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความร้อนฆ่าเชื้อแบบเวทมนตร์ไฟ การใช้เข็มทองคำที่ทำหน้าที่เหมือนอุปกรณ์ฝังในร่างกายเพื่อส่งยาไปยับยั้งเชื้อจากภายใน

สรุปได้ว่า Scarlet Rot คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างชีววิทยาทางการแพทย์กับตำนานแฟนตาซีที่ทำให้โลกของเกมดูสมจริงและน่าพรั่นพรึงยิ่งขึ้น

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)

Elden Ring Official account

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save