Bloober Team ลุย Layers of Fear 3 หลังปั้น Silent Hill 2 Remake สำเร็จ
ก้าวถัดไปของจักรวาลความหลอนที่เน้น “ศิลปะกับสภาพจิตใจ” เป็นแกนหลัก

ล่าสุดทีมพัฒนาเกมสยองจากโปแลนด์ก็ประกาศเดินหน้าผลงานใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว และมันคือภาคต่อของแฟรนไชส์ที่พวกเขาถนัดมือที่สุด Layers of Fear 3 หลังจากสร้างกระแสฮือฮาด้วยการคืนชีพตำนานสยองอย่าง Bloober Team กับผลงานรีเมคของ Silent Hill 2 Remake
การประกาศครั้งนี้มาพร้อมทีเซอร์แบบไลฟ์แอ็กชันในชื่อ “The Sick Rose” ที่เลือกใช้บทกวีของ William Blake เป็นแกนกลาง บรรยากาศเต็มไปด้วยภาพวาด เสียงกระซิบ และโทนหม่นหมองที่สื่อถึงจิตใจของศิลปินที่กำลังแตกสลาย มากกว่าจะเน้นความตกใจแบบจัมป์สแกร์ จุดนี้สะท้อนชัดว่า Bloober ยังยึดแนวสยองเชิงจิตวิทยาที่เป็นลายเซ็นของตัวเอง
Silent Hill 2 Remake จุดเปลี่ยนสำคัญของสตูดิโอ
ก่อนหน้านี้ Bloober Team เพิ่งได้รับความสนใจจากทั่วโลกจากการพัฒนา Silent Hill 2 Remake ซึ่งถือเป็นงานใหญ่ที่ต้องแบกรับความคาดหวังจากแฟนเกมต้นฉบับ ผลตอบรับที่ออกมาถือว่าแข็งแรงพอสมควร และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของทีมให้กลายเป็นหนึ่งในสตูดิโอที่ไว้ใจได้ในสายเกมสยองระดับ AAA
ความสำเร็จครั้งนั้นไม่ได้ทำให้ทีมพักมือ ตรงกันข้าม พวกเขาเลือกกลับมาทำแฟรนไชส์ของตัวเองต่อทันที
การกลับบ้านของ Layers of Fear

สำหรับเพื่อนๆ ที่ติดตามผลงานของทีมนี้มาตั้งแต่ต้น คงจำได้ว่า Layers of Fear ภาคแรกเปิดตัวในปี 2016 ตามด้วยภาคสองในปี 2019 และมีการรวมเนื้อหารีอิมเมจใหม่ในเวอร์ชันปี 2023
Layers of Fear 3 จะเป็นก้าวถัดไปของจักรวาลความหลอนที่เน้น “ศิลปะกับสภาพจิตใจ” เป็นแกนหลัก โดยจากทีเซอร์ที่ปล่อยออกมา ดูเหมือนธีมเรื่องยังคงเจาะลึกความวิปลาสของตัวละครและการบิดเบือนความจริง มากกว่าการพึ่งพาฉากไล่ล่าแบบเกมสยองทั่วไป
ไม่ได้มีแค่โปรเจกต์เดียว
นอกจาก Layers of Fear 3 แล้ว Bloober Team ยังมีงานใหญ่อื่นรออยู่ ทั้งการรีเมค Silent Hill ภาคแรกที่เคยประกาศไว้ รวมถึงโปรเจกต์ไซไฟสยองอย่าง Cronos: The New Dawn และยังมีโครงการลับที่พัฒนาให้แพลตฟอร์มของ Nintendo อีกด้วย เรียกได้ว่าตารางงานแน่นแบบไม่ปล่อยให้แฟนเกมสายหลอนต้องรอนาน
ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศวันวางจำหน่ายหรือเกมเพลย์เต็มรูปแบบของ Layers of Fear 3 อย่างเป็นทางการ สิ่งที่มีคือทีเซอร์และการยืนยันตัวโปรเจกต์เท่านั้น แต่ถ้าดูจากทิศทางที่ทีมวางไว้ ดูเหมือนพวกเขาตั้งใจจะขยายจักรวาลความหลอนในแบบที่ลึกขึ้น ซับซ้อนขึ้น และอาจทะเยอทะยานกว่าภาคก่อนๆ
ใครที่ชอบความสยองแบบค่อยๆ ไต่ระดับเข้าไปในจิตใจตัวละครมากกว่าการโดนผีโผล่ใส่หน้าเฉยๆ โปรเจกต์นี้น่าจะเป็นอีกเกมที่ต้องจับตาแบบไม่กะพริบตา
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)






