อย่าแข่งกับ “คนในอดีต” บทเรียนความรักสุดเจ็บจาก Shinkon Gattai Godannar!!
อนิเมะหุ่นยนต์ที่ไม่ได้สู้แค่ศัตรู…แต่สู้กับ “อดีตของคนรัก”

เขียนโดย เต่ากัดยาง
บทเรียนสอนหญิงในคราบอนิเมะสุดมันส์ Shinkon Gattai Godannar !! เมื่อแฟนเก่ากลับมาในชีวิตคู่ บททดสอบความรักที่โหดกว่าไคจู รักสามเส้าของเราสองสามคน อนิเมะหุ่นยนต์ที่ไม่ได้สู้แค่ศัตรู…แต่สู้กับ “อดีตของคนรัก”

ในโลกที่อนิเมะแนวหุ่นยนต์เกลื่อนตลาดเหมือนเม็ดทรายที่ชายหาด ในยุคที่อนิเมะโรแมนติกเองก็มากล้นจนแทบเป็นหมู่ดาวที่อยู่ในอวกาศ แต่มันจะมีสักกี่เรื่องที่พอเอาทั้งสองแนวมาผสมกันแล้วจะได้อนิเมะ Super Robot สุดมันส์ ที่เดินเรื่องด้วยความรักของตัวละครพ่อแง่แม่งอนสุดน้ำเน่า (ในทางที่ดี) ราวกับละครหลังข่าวช่องน้อยสีในบ้านเรา
ซึ่งมันจะเป็นเรื่องไหนไม่ได้เลยนอกจาก อภินิหารหุ่นพลังเพลิง โกดันน่า หรือ Shinkon Gattai Godannar!!

เรื่องราวของ Shinkon Gattai Godannar!! เกิดขึ้นในโลกปี 2043 ที่มนุษยชาติต้องต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตลึกลับจากอวกาศที่เรียกว่า Mimetic Beasts สัตว์ประหลาดที่สามารถเลียนแบบและพัฒนาได้เรื่อย ๆ โลกจึงได้รวมทีมวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และนักบิน มีหน้าที่พัฒนาอาวุธเพื่อต่อสู้
โดยหุ่นที่ Goh Saruwatari (โก ซารุวาตาริ) ควบคุมมีชื่อว่า Dannar ถูกออกแบบมาให้ต่อสู้ร่วมกับ Neo Okusaer ที่ใช้ระบบ “รวมร่าง” ต้องอาศัย “นักบินชาย-หญิง” เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดในชื่อ Godannar Twin Drive เนื่องจากตัวหุ่นไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพลังอย่างเดียว แต่ “สภาพจิตใจและความสัมพันธ์ของนักบิน” มีผลโดยตรง

ความบันเทิงของเรื่องมันเลยเริ่มจากเงื่อนไขของหุ่นนี่แหละ ในภารกิจหนึ่งที่โกออกปฏิบัติการร่วมกับ Mira Ackerman (มิระ อัคเคอร์แมน) นักบินหุ่น Neo Okusaer ซึ่งเป็นทั้งคู่หูและคนรักของโก
ในเหตุการณ์ครั้งนั้นทั้งคู่พลาดท่าให้กับสัตว์ประหลาด มิระจึงยอมสละตนเองไปพร้อมหุ่น ขณะเดียวกันในศึกนี้ โกได้ช่วยชีวิตเด็กสาววัย 12 ปีที่ชื่อ Anna Aoi (อันนะ อาโออิ) ซึ่งเป็นลูกสาวของผู้บัญชาการไว้ด้วยเช่นกัน หลังจากนั้น 5 ปี จากผู้ช่วยชีวิตก็กลายเป็น “คู่ชีวิต” (มันเข้าข่ายกรูมมิ่งมั้ยเนี่ย)

และในวันแต่งงาน สัตว์ประหลาดก็บุกโจมตี ทำให้ อันนะ ต้องก้าวเข้าสู่โลกของการต่อสู้โดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นไม่นาน จุดเริ่มต้นของรักสามเส้าก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อมิระ คนรักเก่าและคู่หูของโก ซาวาตาริ ที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วได้หลุดออกมาจากตัวของสัตว์ประหลาดในสภาพโคม่า
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้สิ่งที่อยู่ภายในใจของพวกเขาทั้งหมดค่อย ๆ ถูกเผยออกมาหลังจากนั้นไม่นาน มิระก็ฟื้นขึ้นมา แต่สูญเสียความทรงจำและมีพฤติกรรมคล้ายเด็กเล็ก อันนะรู้เพียงแค่ว่าเคยเป็นเพื่อนร่วมงานของสามี เลยชวนมาอยู่ด้วยกันแบบ “เราสองสามคน” ส่วนโกก็ไม่กล้าบอกความจริงแก่ภรรยา

เรื่องราวก็ดำเนินไปพร้อมความกระอักกระอ่วนของโก แต่สำหรับอันนะกับมิระ ทั้งคู่เหมือนแม่ลูก ต้องคอยสอนอ่านเขียน คอยอาบน้ำ คอยป้อนข้าว ทำให้เริ่มมีความผูกพันราวกับคนในครอบครัวจนกระทั่งวันนั้นมาถึง เมื่ออันนะรู้ความจริงของมิระ ความไม่มั่นคงในใจและคำถามมากมายก็ถาโถมเข้าใส่ทุกคนในความสัมพันธ์นี้
โก คือ คนที่ติดอยู่ในอดีต อันนะ คือ คนที่กลัวถูกแทนที่ มิระ คือ อดีตที่ยังมีอิทธิพลทั้งสามคนนี้คือ “รักสามเส้า” ที่เป็นแกนของเรื่อง

อนิเมะเรื่อง Godannar ที่เริ่มเรื่องด้วยการแต่งงาน จึงจงใจใช้หุ่นยนต์เป็น Metaphor (อุปลักษณ์) ของชีวิตคู่การรวมร่าง คือ การใช้ชีวิตร่วมกัน การควบคุมหุ่น คือ การจัดการความสัมพันธ์ ศัตรู คือ ปัญหาภายนอก + ภายใน “รักอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจกันจริง ๆ ถึงจะไปต่อได้”
ความสัมพันธ์ระหว่างโก และอันนะจึงไม่ใช่เรื่องของการตกหลุมรักธรรมดา หากแต่เป็นการพยายาม “สร้างชีวิตใหม่” บนรากฐานของความสูญเสีย

โกไม่ได้แค่คิดถึงคนรักเก่า แต่เขา “หยุดอยู่ในช่วงเวลานั้น” ทางจิตใจ ความทรงจำของแฟนเก่ากลายเป็นภาพในอุดมคติที่สมบูรณ์แบบเกินจริง จนไม่มีใครสามารถเทียบได้ สิ่งนี้ทำให้เขาไม่สามารถเปิดใจรักใครได้เต็มที่
ทำให้ความรักครั้งใหม่เริ่มต้นด้วย “ความไม่สมดุล” ควบคู่กับ Survivor’s Guilt (ความรู้สึกผิดที่ตัวเองรอด) ที่ติดอยู่ในใจเขาตลอด จนทำให้กลายเป็นว่าเขาไม่คู่ควรที่จะมีความสุข เขาผิดไหมที่เริ่มต้นใหม่ไปแล้ว หรือเขาทำถูกไหมที่มีรักครั้งใหม่ ในวันที่คนรักเก่ากลับมา

สำหรับอันนะนั้น แฟนเก่าของโกไม่ใช่แค่คนรักเก่าของสามี หรือคนในใจของสามี แต่คือ “คู่แข่งที่ไม่มีวันแพ้” (แหงสิ ใครไม่แพ้คนในใจเขาบ้างล่ะ) เธอจึงพยายามเก่งขึ้น พยายามเข้าใจโกมากขึ้น พยายามเป็น “คนที่เหมาะสม” แต่ลึก ๆ แล้วมันคือความรู้สึกว่า “ฉันต้องมีค่าพอ…ถึงจะถูกเลือก” ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ Healthy เท่าไร
โดยเฉพาะฉากในตอนสุดท้ายของซีซั่นแรก ที่อันนะได้เห็นโกกับมิระกลับมาขับหุ่น Godannar Twin Drive ด้วยกันอีกครั้ง มันเหมือนกับได้เห็นสามีตัวเองนอนกับแฟนเก่า ทุกท่วงท่าลีลา (การต่อสู้) มันลงล็อกไปหมด จัดการศัตรูระดับสูงได้อย่างง่ายดาย แบบวัวเคยค้า ม้าเคยขี่ คนเคย ๆ ของเคย ๆ

จุดนี้ทำให้อันนะได้เห็นโกด้านนักรบผู้เป็นตำนานสมคำร่ำลือ ที่ตัวเองไม่เคยได้เห็นด้านนี้ แม้จะแต่งงานกันแล้วก็ตาม ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะความสัมพันธ์ที่เริ่มจากการเติมช่องว่าง มักมีปัญหา เพราะโกยังมี “พื้นที่ต้องห้าม” ในใจ ส่วนอันนะก็สัมผัสได้ว่า “เธอไม่ใช่ทั้งหมด” ของโก
ในช่วงหลังคู่สามีภรรยาก็กลับมาขับหุ่นคู่กันอีกแต่ก็ทะเลาะหึงหวงกันจนมีผลกับการต่อสู้

ทางด้านของมิระ ความรักระหว่างเธอกับโกคือความรักที่ “หยุดอยู่ในอดีต” เนื่องจากเธอไม่ได้เลิกกับโกแบบ “จบจริง” แต่เป็นความสัมพันธ์ที่ถูก“ตัดขาดด้วยสถานการณ์” ทำให้กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ค้างคาในความทรงจำ มันเลยกลายเป็นความทรงจำที่สมบูรณ์แบบเกินจริง
ลองคิดภาพตามว่า หากคุณต้องเลิกกับคนรักเพราะที่บ้านกีดกัน ความรักของคุณมันจะฝังใจ จนจิตใต้สำนึกคิดว่านี่คือรักแท้ ไม่มีใครมาแทนที่ได้ เพราะมันโดนตัดจบ ซึ่งมิระเองก็ไม่ได้พยายามทำลายความสัมพันธ์ของโกกับอันนะ เธอไม่ได้แสดงตัวเป็นตัวร้าย แต่แค่ “การมีอยู่ของเธอ” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้โกสับสน ทำให้อันนะไม่มั่นใจ หนำซ้ำเธอก็ยังดูน่าสงสารที่สุดในความสัมพันธ์นี้ ยอมสละชีวิตไปรอดมาได้ก็มาเจอเรื่องแบบนี้อีก

แต่ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมา แค่ความรู้สึกของมิระฝ่ายเดียวมันไม่มากพอที่จะทำให้เกิดความยุ่งเหยิงในความสัมพันธ์ “เราสองสามคน” นี้ได้แน่ ๆ เพราะโกเองก็ยังมีความรู้สึกที่ไม่ใช่แค่รัก แต่คือ “ความรู้สึกผิด + ความทรงจำ + ความผูกพันในสนามรบ”
จัดว่าเป็นสิ่งที่อันตรายมากในความสัมพันธ์ เพราะมันไม่ใช่ความรักธรรมดา แต่เป็น Trauma bonding ที่ถูกส่งผ่านไปถึงจิตใจของมิระ จนส่งผลให้ในช่วงท้ายเนื้อเรื่อง กลายเป็นการ“แย่งผัว”
คำนี้ไม่เกินจริง อภินิหารหุ่นพลังเพลิงนี่อาจหมายถึงเพลิงแค้นแฟนเก่า หรือถ่านไฟเก่า เพราะแต่ละประโยคที่ตัวละครแฟนเก่ากับภรรยาตัวจริงคุยกัน มันคือ
“โกเป็นของฉัน ฉันจะฆ่าโกและตายตามเขาไป เธอมาทีหลัง เธอไม่ควรเข้ามา”

ฟีลในเรื่องเลยแบบ ไคจูก็ต้องสู้ ผัวก็ต้องแย่ง ถ้าชั้นไม่ได้ครอบครอง เธอก็ไม่มีสิทธิ์ได้ ฟังแล้วไม่เหมือนบทสนทนาในอนิเมะหุ่นยนต์ปกป้องโลก ค่อนข้างน้ำเน่า แต่เอาเข้าจริงในบริบท มันค่อนข้างลึกซึ้งและสะเทือนอารมณ์ เพราะการสนทนานี้มันถูกพูดขึ้นในช่วงที่เนื้อเรื่องได้บ่มเพาะรักสามเส้าของพวกเขาจนได้ที่แล้ว
จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้คือการที่อันนะ “เลิกพยายามแทนที่”
สิ่งที่เปลี่ยนทุกอย่างไม่ใช่การที่อันนะเก่งขึ้นหรือดีกว่าใคร แต่คือการที่เธอ “หยุดเปรียบเทียบตัวเองกับอดีต” เธอเลือกจะเป็นคนที่อยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เงาของใครในอดีตการยอมรับนี้ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มมีความสมดุล แต่ท้ายที่สุด อันนะก็ไม่ได้ถูกนับว่า“ชนะ” ในความสัมพันธ์นี้ แต่เธอ“สร้างที่ของตัวเองขึ้นมาได้”
ถ้าพูดตามเนื้อเรื่อง อาจใช่แบบนางเอกเข้าเส้นชัย แต่หากมองลึกลงไปในความเป็นจริง มันเป็นเรื่องที่แก้ได้ด้วยการเปลี่ยน Mindset แทนที่จะพยายาม“ดีกว่า” เธอค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น “ฉันจะไม่เป็นเธอ (มิระ) แต่ฉันจะเป็นคนที่อยู่กับโกในตอนนี้และต่อจากนี้ไป” ถ้าคิดได้แบบนี้ มันสบายใจกว่า แล้วก็ดีกว่าไปแข่งกับผี (อดีต) ตั้งเยอะ

Shinkon Gattai Godannar!! ไม่ใช่แค่อนิเมะหุ่นรบประกอบร่าง ไม่ได้เล่าเรื่องรักที่สมบูรณ์แบบ แต่มันเล่าถึงความรักที่“ค่อย ๆ กลายเป็นของจริง” โกอาจไม่ได้เลือกอันนะด้วยความรักที่บริสุทธิ์ในตอนแรก แต่สิ่งสำคัญคือ ในท้ายที่สุด เขาไม่ได้อยู่กับเธอเพราะเธอเป็นคนที่เหลืออยู่ แต่เพราะเธอคือคนที่เขา “เลือกจะรัก” ในโลกที่ยังมีอดีต (มิระ) อยู่เสมอ

ความยอดเยี่ยมของอนิเมะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่พล็อตหลักเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงตัวละครสมทบและหุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ ที่มาพร้อมฉากเซอร์วิสแบบจัดเต็มแทบทุกตอน ดีไซน์หุ่นแต่ละตัวเรียกได้ว่า“โคตรมีเอกลักษณ์” เห็นปุ๊บก็พอเดาได้เลยว่าคนขับต้องหน้าตาแบบไหน นิสัยประมาณไหน ทั้งสายเจ๊ สายติ๋ม หรือคาแรกเตอร์เฉพาะทางต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้ไปในทิศทางเดียวกับตัวหุ่นอย่างชัดเจนในส่วนของตัวละครรองเองก็ไม่ได้ถูกทิ้งขว้าง
แต่มีเส้นเรื่องดราม่าของตัวเองไม่แพ้คู่หลัก แถมยังใส่รายละเอียดความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างแปลกและกล้าเล่นสำหรับยุคนั้น (หรือแม้แต่ยุคนี้ก็ตาม) ไม่ว่าจะเป็นคู่เจ้านายสายเจ๊กับลูกน้องผู้ภักดี คู่รักยูริ ไปจนถึงคู่ที่พีคสุดอย่าง “บราค่อน–ซิสค่อน” พี่น้องที่รักกันแบบ…เกินพอดีไปหน่อย อ้อเพลงประกอบนี่บอกเลยว่าโคตรเร้าอารมณ์ เพราะได้นักร้องระดับตำนาน Akira Kushida เจ้าของเพลงติดหูในอนิเมะและหนังโทคุฯ หลายๆเรื่องแต่สำหรับผู้เขียนนั้นต้องเพลงเปิดตำรวจอวกาศเกียบัน

อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้เขียน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นทั้ง “จุดเด่น” และ “ดาบสองคม” ไปพร้อมกันเพราะในด้านหนึ่ง มันช่วยสร้างสีสันและทำให้เรื่องมีเอกลักษณ์ แต่ในอีกด้าน ภาพจำของเรื่องก็เลยกลายเป็นแค่อนิเมะหุ่นยนต์ที่เต็มไปด้วยตัวละครสาว ๆ หน้าอกหน้าใจล้นจอ จนทำให้ “แก่นสารที่ซ่อนอยู่” ถูกกลบไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งที่ความจริงแล้ว ประเด็นเรื่องความรักของคู่แต่งงานใหม่ และ “ความเชื่อใจ” ในความสัมพันธ์ ที่ถูกเล่าผ่านบริบทของอนิเมะหุ่นยนต์แบบนี้ ถือว่าเป็นอะไรที่หาดูได้ยากมาก และทำออกมาได้ดีอย่างน่าชื่นชมทีเดียว

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)
อ้างอิง
(The Art of Loving) – Erich Fromm (Trauma and Recovery) – Judith Herman
(The Ego and the Mechanisms of Defence) – Anna Freud
Romantic Love as an Attachment Process – Cindy Hazan / Phillip Shaver
Trauma Bonding คืออะไร Shinkon Gattai Godannar






