T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
Seven Knights Re:BIRTH
การ์ตูน

[Review] Fate/strange Fake อาจไม่เป็นดั่งหวังแต่ยังถือว่ายอดเยี่ยม

หนึ่งในผลงานจากจักรวาลนาสุที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี

เขียนโดย ban.kk

เท้าความกันสักเล็กน้อย ประเด็นหนึ่งที่เคยถูกพูดถึงเกี่ยวกับ Fate/strange Fake ในช่วงแรกคือ การที่ซีรีส์ถูกเลื่อนฉายออกไปหลายครั้งจนแฟนๆ แซวกันแบบติดตลกว่า บางทีมันอาจจะฉายปีละตอนก็เป็นได้

โดยจุดเริ่มต้นของความล่าช้านี้มาจากตอนพิเศษที่เล่าถึง Prologue ของซีรีส์อย่าง Fate/strange Fake: Whispers of Dawn ซึ่งเดิมทีมีกำหนดฉายในช่วงปลายปี 2022 แต่ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2023 ก่อนที่ตัวทีวีซีรีส์หลักจะถูกขยับกำหนดการออกไปอีกเกือบหนึ่งปี จากปี 2025 ไปเป็นต้นปี 2026 ฉะนั้นกว่าที่เรื่องราวจะจบสมบูรณ์ในซีซันแรกก็ใช้เวลานานเกือบ 3 ปีเลยทีเดียว

Fate/strange Fake

Fate/strange Fake เป็นผลงานในจักรวาลนาสุที่ดัดแปลงมาจากไลท์โนเวลชื่อเดียวกันของ เรียวโกะ นาริตะ ว่าด้วยเรื่องราวสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งใหม่ที่เกิดขึ้น ณ เมืองสโนว์ฟิลด์ สหรัฐอเมริกา โดยจอมเวทย์และองค์กรของรัฐบาลได้ลอกเลียนแบบพิธีกรรมจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 3 ในเมือง Fuyuki มาใช้ ทว่าด้วยข้อจำกัดบางอย่างทำให้สามารถอัญเชิญเซอร์แวนท์ออกมาได้เพียง 6 ตน ส่งผลให้จอกไม่สมบูรณ์และไม่สามารถมอบความปรารถนาที่แท้จริงให้กับผู้ชนะได้

พวกเขาที่ตระหนักถึงข้อผิดพลาดจึงพยายามสร้างสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์ขึ้นมาซ้อนทับกับของเดิม กลายเป็นว่าสงครามครั้งนี้ไม่เพียงมีเซอร์แวนท์มากกว่า 10 ตน แต่ยังเรียกบางสิ่งที่ไม่สมควรมีตัวตนออกมาด้วย โดยปริยาย สงครามที่เกิดขึ้นในเมืองสโนว์ฟิลด์จึงเต็มไปด้วยความผิดเพี้ยน เพราะกฎเกณฑ์ต่างๆ ถูกทำลายลง

และเด็กสาวคนหนึ่งนามว่า ซาโจ อายากะ ก็ถูกลากเข้ามาพัวพันกับเหตุการณ์นี้โดยไม่ตั้งใจ เมื่อเธอบังเอิญเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ที่เซอร์แวนท์คลาสเซเบอร์อย่าง พระเจ้าริชาร์ดที่ 1 หรือริชาร์ดใจสิงห์ ถูกอัญเชิญออกมา ทั้งเขาและ Ayaka จึงต้องออกเดินทางร่วมกัน แม้เธอจะไม่เต็มใจก็ตาม

Fate/strange Fake

สำหรับแฟนๆ Fate/Grand Order และจักรวาลนาสุ การได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะคงเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา ทำให้เนื้อหาหลายส่วนถูกตัดออกไป ซึ่งถ้าใครเคยอ่านนิยายมาก่อนก็แทบจะรู้ได้ในทันทีว่า ตรงไหนบ้างที่หายไป และหากพิจารณาจากสิ่งที่ถูกมองข้ามมันก็ยากที่จะชมการดัดแปลงนี้ได้อย่างเต็มปาก

ในขณะเดียวกัน สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวมาก่อน การตั้งคำถามว่าตนจะดูรู้เรื่องหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโดยพื้นฐานแล้วเหตุการณ์ใน Fate/strange Fake มีรากเหง้ามาจาก Fate/Zero ฉะนั้นการไม่เคยรับชมภาคก่อนย่อมส่งผลต่ออรรถรสไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเวลาที่อนิเมะพูดถึงตัวละครและพาคนดูย้อนกลับไปสำรวจอดีตโดยแทบไม่มีคำอธิบาย

ทั้งนี้ หากต้องการเข้าใจถึงกิมมิคและที่มาของตัวละครทั้งหมด การดู Fate/Zero เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากเรื่องราวในภาคนี้เชื่อมโยงไปไกลกว่าการต่อสู้ระหว่างเซอร์แวนท์กับมาสเตอร์อยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม การไล่ตามเก็บรายละเอียดทั้งหมดคงต้องใช้เวลาไม่น้อย ดังนั้นการปูพื้นฐานจาก Fate/Zero จึงเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุด เพราะแม้จะไม่ได้เข้าใจทุกอย่างอย่างลึกซึ้งก็ยังสามารถสนุกไปกับเรื่องราวได้

Fate/strange Fake

สิ่งหนึ่งที่ Fate/strange Fake ยังคงแข็งแรงเสมอมาคือฉากแอ็กชัน โดยผู้กำกับ ชุน เอนโอกิโด และ ทาคาฮิโตะ ซากาซูเมะ เคยให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาออกแบบฉากเหล่านี้ภายใต้แนวคิดที่ว่า ตัวละครจะต้องดูเท่ที่สุดในทุกเฟรม ที่สำคัญ การเคลื่อนไหวทั้งหมดถูกโฟกัสไปที่เส้นและรูปทรงเพื่อทำให้การปะทะกันดูมีน้ำหนัก ซึ่งนั่นเป็นจุดเด่นที่พวกเขาพยายามดึงออกมาจากลายเส้นของ ชิซึกิ โมริอิ ที่มีความละเอียดสูงและเน้นความสมจริง

ด้วยเหตุนี้ ไดเรคชันของงานจึงแตกต่างจากสิ่งที่ Ufotable เคยทำ ทว่าก็ไม่วายมีปัญหาตามมา เพราะคนกลุ่มหนึ่งกลับไม่พอใจกับทิศทางที่ A-1 Pictures เลือกใช้ และสุ้มเสียงนั้นก็ดูจะหนักขึ้นเมื่อโศกนาฏกรรมที่เคยเป็นบทสรุปของสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 3 ถูกนำกลับมาถ่ายทอดอีกครั้งในลายเส้นที่แตกต่างไปจากเดิม

Fate/strange Fake

แต่ก็นั่นแหละ ความแตกต่างของลายเส้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสตูดิโอไหนเป็นผู้สร้าง หากแต่อยู่ที่ว่าผู้กำกับและทีมงานเลือกยึดแนวทางของใครเป็นหลัก ในกรณีของ Ufotable พวกเขาเลือกที่จะใช้ของ ทาคาชิ ทาเคอุจิ เป็นต้นแบบ ขณะที่ A-1 Pictures เลือกใช้ลายเส้นของ ชิซึกิ โมริอิ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบภาพประกอบให้กับนิยายต้นฉบับเรื่องนี้

ยิ่งไปกว่านั้น Fate/strange Fake ไม่ใช่ภาคต่อของ Fate/Zero และ คิโนโกะ นาสุ เองก็เคยออกมาชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นใน Fake ไม่ใช่จักรวาลเดียวกับ Fate ฉะนั้นการตีตราว่า มันเป็นผลงานที่แย่เพียงเพราะลายเส้นที่แตกต่างไปจากเดิมก็คงไม่ต่างอะไรจากการตัดสินอย่างหูตามืดบอด

Fate/strange Fake
Fate/strange Fake

แม้เรื่องราวจะถูกตัดออกไปหลายส่วน แต่ในมุมของคนที่ไม่เคยอ่านนิยายมาก่อน Fate/strange Fake ก็ยังถือเป็นผลงานที่ทำออกมาค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ของริชาร์ดกับอายากะ การปรากฏตัวของเทพีอิชทาร์ หรือการต่อสู้ระหว่าง อัลไซเดสกับแจ๊ค เดอะ ริปเปอร์ ที่ค่อยๆ พัฒนาไปจนท้ายที่สุดนำไปสู่จุดจบของตัวละครสำคัญของเรื่อง

ถึงกระนั้น ไฮไลท์ที่น่าสนใจจริงๆ กลับเป็นเรื่องราวของ คุรุโอกะ สึบากิ เด็กสาวป่วยติดเตียงผู้เป็นมาสเตอร์ของแลนเซอร์ตัวปลอม เพล ไรเดอร์ ซึ่งในแง่หนึ่ง แม้แต่แนวคิดเรื่องความตายยังดูใจดีกับเธอมากกว่าพ่อแม่เสียอีก โชคชะตาอันน่าเศร้าของเด็กน้อยคนนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่บิดเบี้ยวยิ่งกว่าสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์คือ ครอบครัวที่ไม่เคยแยแสลูกสาวของตัวเองเลย

Fate/strange Fake

นอกเหนือจากมิติด้านเนื้อหา องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยส่งเสริมพื้นหลังของ Fate/strange Fake ให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นคือ เพลงประกอบที่เป็นผลงานของ ฮิโรยูกิ ซาวาโนะโดยเฉพาะธีมของตัวละครที่แตกต่างกันออกไป บางเพลงมีจังหวะที่รวดเร็ว ขณะที่บางเพลงกลับช้าและฟังดูไม่เสถียร ทว่าสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือ โครงสร้างของดนตรีที่ยังคงกลิ่นอายงานยุคก่อนของเขา ทั้งการใช้เสียงออร์เคสตราเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่แบบภาพยนตร์ การใช้เสียงสังเคราะห์เพื่อถ่วงสมดุลระหว่างความคลาสสิกกับความทันสมัย ไปจนถึงการประสานเสียงที่ทำให้โทนโดยรวมดูอลังการเหนือมนุษย์ยิ่งขึ้น

เมื่อนำองค์ประกอบทั้งหมดมาหลอมรวมเข้าด้วยกัน ดนตรีจึงกลืนกลายเป็นเนื้อเดียวกับเหตุการณ์ภายในเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น ฉากที่ฮิปโปลิต้า เผชิญหน้ากับ อัลไซเดส และกิลกาเมช ที่นอกจากธีมประจำตัวของเธออย่าง HitPopDragonHand จะใช้ออร์เคสตราเป็นแกนหลัก มันยังผสมผสานเครื่องสายเพื่อขับเน้นความแข็งแกร่งและความสง่างามในฐานะราชินีนักรบออกมาได้อย่างลงตัว

Fate/strange Fake

จริงอยู่ที่สำหรับแฟนนิยายบางส่วน Fate/strange Fake อาจยังไปไม่ถึงความคาดหวัง เมื่อเทียบกับการรอคอยเกือบ 3 ปีเต็ม แต่ในมุมของคนดูทั่วไป นี่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในผลงานจากจักรวาลนาสุที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี ข่าวดีคือ นิยายเล่ม 10 ซึ่งเป็นบทสรุปของเรื่องมีแผนที่จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ขณะเดียวกัน ทาง A-1 Pictures ก็ได้ประกาศสานต่อเรื่องราวในเวอร์ชันอนิเมะทันทีที่ตอนสุดท้ายฉายจบ ส่วนจะมาเมื่อไรนั้นคงต้องรอติดตามกันต่อไป

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save