Patch ตัวตนที่ Wolverine สร้างขึ้น เมื่อ Logan ต้องการหนีจากชีวิตของตัวเอง
เมื่อชายผู้ใช้ชีวิตผ่านสงครามและความรุนแรงมานับร้อยปี ลองทิ้งชื่อ Wolverine ไว้เบื้องหลัง แล้วใช้ชีวิตท่ามกลางโลกอาชญากรรม

เขียนโดย เต่ากัดยาง
อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า Wolverine เป็นตัวละครที่อายุยืนและตายยาก ทำให้เส้นเรื่องชีวิตของเขามีพื้นที่ให้เล่าได้มากกว่าตัวละคร X-Men คนอื่น ๆ ความสามารถในการแก่ช้าจึงไม่ได้เป็นเพียงพลังพิเศษ แต่กลายเป็นแกนสำคัญที่ส่งเสริมการเดินทางและดราม่าในชีวิตของเขา
เพราะมีเวลาชีวิตยาวนานกว่าคนทั่วไป วูฟเวอร์รีน จึงเหมือนคนที่มีโอกาสทดลองผิดทดลองถูกกับชีวิตมาแล้วหลายร้อยปี ผ่านทั้งการสูญเสีย การเดินทาง และการค้นหาตัวตน เรียกได้ว่าเหมือนมี “สูตรโกงชีวิต” ที่ทำให้เขาได้ลองใช้ชีวิตในแบบต่าง ๆ มากกว่าคนอื่น
แต่ถึงจะมีเวลามากมายเพียงใด เส้นทางของ Logan ก็ยังวนกลับมาที่เรื่องเดิมอยู่เสมอ นั่นคือการถูกใช้เป็นอาวุธ เป็นเครื่องมือทางการทหาร และต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์นองเลือดครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับว่าไม่ว่าเขาจะพยายามหนีจากอดีตแค่ไหน ชีวิตของ วูฟเวอร์รีน ก็ยังถูกดึงกลับเข้าสู่ความรุนแรงอยู่ดี แต่ก็มีอยู่ช่วงหนึ่งในหน้าหนังสือการ์ตูนที่ วูฟเวอร์รีน ลองเป็นคนอื่น เป็นช่วงที่น่าสนใจเอามากๆเกี่ยวกับชายที่อยู่กับความรุนแรงมาหลายร้อยปีที่อยากลองเป็นคนอื่นดูบ้าง

Patch เป็นนามแฝงที่ วูฟเวอร์รีน ใช้ในช่วงที่อาศัยอยู่บนเกาะ Madripoor เมืองท่าปลอดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยอาชญากร นักล่าเงินรางวัล พ่อค้าอาวุธ และองค์กรใต้ดินอย่างที่รู้กันเนื่องจาก วูฟเวอร์รีน เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในหมู่เหล่าคนร้าย เขาจึงสวมผ้าปิดตาข้างหนึ่งและใช้ชื่อว่า “Patch” เพื่อปกปิดตัวตน
แม้ว่าความจริงแล้วแทบไม่มีใครเชื่อว่าผ้าปิดตาจะช่วยอำพรางชายร่างกำยำที่มีกรงเล็บอดาแมนเทียมได้ก็ตาม เรื่องนี้จึงกลายเป็นมุกตลกประจำของแฟนคอมิกอยู่บ่อยครั้งชีวิตใน Madripoor คือช่วงเวลาที่ Patch เริ่มโดดเด่นในซีรีส์ Marvel Comics Presents และต่อยอดอย่างเต็มรูปแบบในซีรีส์เดี่ยว วูฟเวอร์รีน ของนักเขียน Chris Claremont
Patch ไม่ใช่แค่ลุคใส่สูทขาวกับผ้าปิดตา แต่มันคือช่วงเวลาที่ Logan ได้หลุดออกจากการเป็น X-Men และกลายเป็นตัวละครในโลกอาชญากรรมเต็มตัว เป็นเรื่องที่พิสูจน์ว่า วูฟเวอร์รีน ไม่จำเป็นต้องมีทีม ไม่ต้องมีเหล่ามิวแทนต์ หรือศัตรูระดับจักรวาล เขาก็ยังเป็นตัวละครที่น่าติดตามได้

เวลาพูดถึง โลกอาชญากรรม ใน Marvel หลายคนอาจนึกถึง Punisher หรือเรื่องราวของฮีโร่คนอื่น ๆ ใน New York แต่ความสดใหม่ในหน้าหนังสือการ์ตูนก็ได้เริ่มขึ้นในช่วง ปลายยุค 80 – ต้นยุค 90 ด้วยการที่ Marvel การเริ่มเล่าประเด็น “ชีวิตของ Logan ใน Madripoor” เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยแก๊งมาเฟีย ยากูซ่า นักฆ่า สายลับ และนักค้าอาวุธ ทุกคนมีผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่มีฝ่ายไหนเป็นคนดีอย่างแท้จริง
ส่วน Logan ก็ไม่ได้มาที่นี่ในฐานะฮีโร่ เขาใช้ชื่อปลอมว่า Patch ใช้ชีวิตอยู่ใน Princess Bar รับงานสืบข่าว งานคุ้มกัน และค่อย ๆ เข้าไปพัวพันกับสงครามใต้ดิน

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจาก X-Men คือศัตรูไม่ได้พยายามยึดครองโลก แต่เป็นคนเลวที่ดู “จับต้องได้“ ทั้งเจ้าพ่อมาเฟีย นักวิทยาศาสตร์เถื่อน นักล่าค่าหัว และองค์กรอาชญากรรมบรรยากาศของเรื่องจึงเหมือนหนัง Noir ผสมหนังสายลับช่วงสงครามเย็นและหนังแอ็กชันยุค 80 มากกว่าซูเปอร์ฮีโร่
อีกจุดที่แฟน ๆ ชอบคือ Logan ต้องใช้สมองมากกว่าพลัง เขาไม่ได้เดินเข้าไปฟันทุกคน แต่ต้องสืบข้อมูล ปลอมตัว ต่อรอง สร้างพันธมิตร และเลือกว่าจะไว้ใจใคร เพราะเมืองนี้พร้อมหักหลังกันตลอดเวลาหลายคนมองว่านี่คือช่วงที่ Larry Hama เขียน วูฟเวอร์รีน ได้ดีที่สุด และเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของบุคลิก Logan ที่แฟน ๆ รู้จักในปัจจุบัน

ในส่วนของมินิซีรีส์ปี 2022 ไม่ได้พยายามรีบูต Patch แต่เป็นการ “เติมช่องว่าง” ของช่วงเวลาในอดีต โดย Larry Hama กลับมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนซีรีส์เดิมอีกครั้งประเด็นหลักเปลี่ยนจากสงครามแก๊งในเมือง ไปเป็น สงครามสายลับและการเมืองระหว่างประเทศ
เรื่องเริ่มจากภารกิจธรรมดาของ Patch และ Archie Corrigan ก่อนจะบานปลายเป็นปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธ การทดลองเกี่ยวกับมิวแทนต์ และการแย่งชิงตัวหญิงสาวกลายพันธุ์ชื่อ Krasny Beth จนทำให้ Nick Fury และ S.H.I.E.L.D. เข้ามามีบทบาทสำคัญ
ถ้าภาคดั้งเดิมเหมือนหนังอาชญากรรมริมถนนภาค 2022 จะเหมือนหนังสายลับสงครามเย็น มีทั้งการแทรกซึม การลาดตระเวนในป่า กองกำลังทหารรับจ้าง และปฏิบัติการลับของหลายประเทศแม้ฉากหลังจะใหญ่ขึ้น แต่หัวใจของเรื่องยังเหมือนเดิม คือ Logan ต้องทำงานอยู่ในพื้นที่สีเทา ไม่มีใครเป็นคนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ และการตัดสินใจทุกครั้งต้องแลกด้วยชีวิต

Patch คือด้านที่ “เป็นมนุษย์” มากที่สุดของ วูฟเวอร์รีน ไม่มีชุดเหลืองน้ำเงิน ไม่มี Xavier ไม่มี X-Mansion ไม่มีภารกิจช่วยโลกเหลือเพียงชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองอาชญากรรม ต่อสู้กับปัญหาที่คนธรรมดาเข้าใจได้ ไม่ว่าจะเป็นการทรยศ การค้ามนุษย์ การแย่งชิงอำนาจ หรือการเอาตัวรอด
นี่จึงเป็นเหตุผลที่แฟนคอมิกจำนวนมากมองว่า Patch เป็นเรื่องที่อ่านง่าย แม้ไม่เคยติดตาม X-Men มาก่อน เพราะมันทำงานในฐานะคอมิกแอ็กชัน-สายลับได้ด้วยตัวเอง ส่วน Patch ปี 2022 แม้จะไม่ได้สร้างผลกระทบต่อจักรวาล Marvel มากนัก แต่ก็เป็นเหมือน “จดหมายรัก” ที่ Larry Hama เขียนถึงยุคทองของตัวเอง เปิดโอกาสให้แฟนรุ่นเก่าได้กลับไปสัมผัสบรรยากาศ Madripoor อีกครั้ง
ขณะเดียวกันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักอ่านรุ่นใหม่ที่อยากรู้ว่าทำไมคำว่า “Patch” ถึงกลายเป็นหนึ่งในตัวตนที่โดดเด่นที่สุดของ วูฟเวอร์รีน ตลอดประวัติศาสตร์คอมิกกว่า 50 ปี

อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายนนี้ เราอาจได้เห็นอีกบทบาทหนึ่งของ Patch ผ่านการตีความของ Insomniac Games ใน Marvel’s Wolverine เพราะจากตัวอย่างที่ปล่อยออกมา เกมดูเหมือนจะหยิบเอาองค์ประกอบสำคัญจากช่วงเวลาที่ Logan ใช้ชีวิตอยู่ใน Madripoor มาปรับใช้กับเรื่องราวของตัวเอง ทั้งภาพลักษณ์ของ Patch บรรยากาศของเมืองใต้ดิน ไปจนถึงโลกของอาชญากรรมและสายลับที่อยู่เบื้องหลังเมืองแห่งนี้
จึงมีความเป็นไปได้ว่า Insomniac กำลังนำเรื่องราวและฉากที่แฟนคอมิกจดจำจากยุค Patch กลับมาสร้างใหม่ในรูปแบบที่ผู้เล่นสามารถเข้าไปสัมผัสได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงการหยิบชื่อหรือลุคของ Patch มาเป็น Easter Egg แต่เป็นการนำช่วงเวลาสำคัญอีกด้านหนึ่งของชีวิต Logan มาขยายให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ใน Marvel’s Wolverine
และถ้าเกมสามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของ Madripoor ออกมาได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่คอมิกเคยทำไว้ มันก็อาจเป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นว่า วูฟเวอร์รีนไม่จำเป็นต้องอยู่ในสนามรบของ X-Men ถึงจะเป็นวูฟเวอร์รีนที่น่าสนใจ เพราะบางครั้ง เรื่องราวที่ดีที่สุดของ Logan อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาพยายามหลบหนีจากชื่อ “Wolverine” และใช้ชีวิตในฐานะชายอีกคนที่ชื่อว่า Patch
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)
อ้างอิง – marvel.com, housetoastonish







