สรุปเนื้อเรื่อง Darkman vs Army of Darkness เมื่อสองฮีโร่จากผู้สร้าง EVIL DEAD มาปะทะกัน
แต่คนนึงเอาฮา คนนึงเอาจริง

เขียนโดย เต่ากัดยาง
Darkman vs. Army of Darkness เมื่อสองฮีโร่จาก Sam Raimi ผู้สร้าง EVIL DEAD โคจรมาเจอกัน Crossover สุดวายป่วง เมื่อคนที่ชีวิตแสนเจ็บปวดต้องเจอกับ คนที่เจ็บมาก่อนจนไม่แคร์อะไรแล้ว
เมื่ออ่านเชื่อเรื่องบทความแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนอ่านจะคุ้น ๆ ชื่อตัวละครกันบ้างแน่นอน เพราะทั้งสองเรื่องนี้มีผู้สร้างเดียวกันคือ Sam Raimi บิดาผู้ให้กำเนิด EVIL DEAD โดย Darkman ฉายปี 1990 ส่วน Army of Darkness ฉายปี 1992 แม้ทั้งสองเรื่องจะไม่มีความเกี่ยวข้อกันทางเส้นเรื่องแต่เมื่อมันเกิดจากผู้สร้างเดียวกันการถูกหยิบยกมา Crossover กันจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกเกินความคาดหมาย

สำหรับตัวละคร Darkman (Dr. Peyton Westlake) คือฮีโร่สายดาร์กที่เกิดจากโศกนาฏกรรมๆเขาเดิมเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังพัฒนา “ผิวสังเคราะห์” เพื่อช่วยผู้ป่วยไฟไหม้ แต่ชีวิตพังทันทีเมื่อถูกแก๊งอาชญากรของ Robert G. Durant ทำร้ายอย่างโหดร้าย ร่างกายถูกเผาเสียหายหนัก ระบบประสาทผิดปกติจน “ไม่รู้สึกเจ็บ” แต่ก็ทำให้ควบคุมอารมณ์ยากหลังรอดชีวิตมาได้ เขาใช้เทคโนโลยีของตัวเองสร้าง “ใบหน้าใหม่” เพื่อปลอมตัว และเริ่มออกล่าแก้แค้นในนาม Darkman
ส่วน Ash Williams เขาก็คือ Ash Williams จาก EVIL DEAD อย่างที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่ทีนี้การที่เขาอยู่ในคอมมิค Army of Darkness นั้นการที่เขาจะทะลุมิติจักรวาลไปโผล่เรื่องอื่นเลยไม่ใช่เรื่องแปลก การโคจรของสองฮีโร่ที่มาจากหนึ่งผู้สร้างก็ได้เริ่มต้นขึ้นในคอมมิคเรื่อง Darkman vs. Army of Darkness
ทีนี้ก็ลองนึกภาพตามง่ายๆ มีผู้ชายคนหนึ่งที่ชีวิตพังเละ ทั้งร่างกาย จิตใจ และตัวตน เขาต้องใส่ “ผิวปลอม” เพื่อใช้ชีวิตต่อไป และทุกวันก็ต้องสู้กับความรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว คนคนนั้นคือ Darkman แล้วตัดภาพมาอีกคน… ผู้ชายที่เคยเจอผี ปีศาจ นรกแตกมาหมดแล้ว แต่ยังยืนแกว่งเลื่อยยนต์ แล้วยิงปืนไปด่าผีไปแบบไม่คิดชีวิต คนแบบนี้คือ Ash Williams และใช่… เรื่องนี้คือการเอาสองคนนี้มาเจอกัน

เรื่องมันเริ่มหลังเหตุการณ์ในภาพยนตร์ Darkman III เมื่อ Darkman (Dr. Peyton Westlake) ยังไม่ลดละความพยายามที่อยาก “กลับมาเป็นคนปกติ” อีกครั้ง เขาหมกมุ่นกับการพัฒนาผิวสังเคราะห์ของตัวเอง เพราะสำหรับเขา มันไม่ใช่แค่เรื่องวิทยาศาสตร์ แต่มันคือความหวังสุดท้ายของชีวิต
ขณะเดียวกัน Darkman ยังคงเฝ้ามองและปกป้อง Julie อดีตคนรักของเขาอยู่ห่างๆ แม้ว่าเธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายคนใหม่ชื่อ Tony แล้วก็ตาม

จนวันหนึ่ง ที่ออฟฟิศของ Julie เธอกับผู้ช่วยชื่อ Brynne กำลังตรวจของเก่าแนวไสยศาสตร์เพื่อจัดทำบัญชี และในนั้น…มีหนังสืออันตรายที่สุดเล่มหนึ่งอยู่แน่นอนว่านั่นคือ Necronomicon (จากข้อมูลที่ทราบโดยทั่วกันในแฟรนไชส์ EVIL DEAD หนังสือ Necronomicon มีทุกจักรวาล)

ตอนแรก Brynne แปลมันได้แค่บางส่วน แต่พอ Julie เริ่มอ่านจริงจังทุกอย่างก็กลายเป็น “หายนะทันที” Julie ถูกครอบงำ ผู้คนในเมืองเริ่มกลายเป็น Deadites แม้แต่ศพในห้องเก็บศพก็ฟื้นขึ้นมา Darkman มาถึงที่เกิดเหตุและพยายามช่วยแต่สายไปแล้ว Julie กลายเป็น Deadite ไปแล้วเต็มตัวเธอไม่ได้เป็นแค่ปีศาจธรรมดา แต่กลายเป็น “ราชินีแห่งความมืด”

สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือช่วย Brynne หนีออกมา พร้อมหนังสือทั้งสองหนีไปตั้งหลักที่ห้องสมุดและถูก Deadites ไล่ล่าติดๆ Brynne บอกว่าในหนังสือมีการพูดถึง “ฮีโร่ในตำนานที่สามารถอัญเชิญมาได้” Darkman เลยตัดสินใจลองเสี่ยง พอร่ายคาถาประตูก็เปิดออกมี ปืนลูกซอง กับ เลื่อยยนต์สีแดง ออกมา แล้วก็ตามมาด้วย Ash Williams คนดีคนเดิม และแน่นอนว่า รถยนต์คู่ใจของเขาก็ตามมาด้วย

ทันใดนั้น “ราชินีแห่งความมืด” และเหล่า Deadites บุกเข้ามาและแย่ง Necronomicon ไป Ash เล็ง Boomstick ไปที่ Julie เพื่อตัดปัญหาที่ต้นตอแต่ Darkman ก็เข้ามาห้ามไว้ Ash จึงไม่พอใจว่าสรุปเป็นพวกใครกันแน่ ทำให้ทั้งคู่ได้วางมวยกัน เพราะ Darkman เขาไม่อาจแบกรับความเจ็บปวดหากต้องกำจัดคนรักของเขา ส่วน Ash คือคนที่ชาชินกับเรื่องนี้ไปแล้ว
ระหว่างความชุลมุน Brynne เผยว่า หนังสือที่ Deadites เอาไปคือ ของปลอม ของจริงคือ “หน้ากระดาษ” ที่เธอแยกไว้ และ มันถูกซ่อนไว้ใน รถของ Ash

ทีมกู้โลกเฉพาะกิจนี้ เลยแยกกันทำงาน Darkman ติดตามศัตรู Ash ลุยเดี่ยวไปเอาของ และ Brynne หาวิธีแก้คำสาป ซึ่งในการเล่าเรื่องนี้มันตลกตรงที่…Darkman จริงจัง เครียด แบกโลกทั้งใบไว้บนไหล่
Ash กวนประสาท ยิงก่อนคิดทีหลัง แล้วค่อยหัวเราะทีหลังอีกที เคมีมันเลยออกมาเป็นแบบ “คนหนึ่งอยากควบคุมทุกอย่าง” กับ “อีกคนไม่เคยควบคุมอะไรได้เลย แต่แม่มรอดทุกครั้ง”

อีกด้านหนึ่ง “ราชินีแห่งความมืด” (Julie) โกรธมากที่ได้แค่ปกหนังสือเธอเริ่มสร้างกองทัพ และสร้าง “วิหาร” แถมยังชุบชีวิต Robert G. Durant ศัตรูเก่าของ Darkman กลับมา กลายเป็นรองแม่ทัพของปีศาจ
เมื่อเมืองทั้งเมืองกลายเป็นนรก Ash บุกฝ่าฝูง Deadites แบบสายบ้า ส่วน Darkman เน้นวางแผนและใช้ เทคโนโลยี ด้าน Brynne แปลคาถาเพื่อหาทางแก้ ระหว่างนั้นมีประเด็นสำคัญโผล่ขึ้นมาเมื่อมันมี “คาถาย้อนกลับ” ที่อาจช่วย Julie ได้

ซึ่งเมื่อ Ash รู้ว่ามีวิธีช่วยคนที่กลายเป็น Deadite กลับมาได้ Ash ถึงกับช็อกเพราะมันทำให้เขานึกถึง “Linda” คนรักของเขา ที่เขาเคยต้องฆ่าด้วยมือตัวเองแต่สุดท้ายเขาก็ต้องยอมรับว่า ตอนนั้นไม่มีทางช่วยเธอจริงๆ

หลังจากแผนทุกอย่างเข้าที่แล้วทั้งสามบุกเข้าไปในวิหารของราชินี โดยแผนคือ Brynne Darkman และ Ash ต้องร่ายคาถา “คนละส่วน” ให้ครบ แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น Ash ได้จัดการลุยฝูงปีศาจ Darkman สู้กับ Durant ส่วน Brynne ก็ร่ายคาถาจนสำเร็จแบบหวุดหวิดทำให้ ผู้คนที่ถูกครอบงำกลับมาเป็นปกติ เหล่า Deadites สลายไป Durant กลับไปตายเหมือนเดิม

ส่วน Julie กลับมาเป็นคนเดิม ทั้งสามคนจึงนำประชากรที่เหลือออกจากวิหารขณะที่มันพังทลายลง หลังจากนั้น Julie ถูกส่งโรงพยาบาล และกลับไปหา Tony ส่วน Darkman ได้แค่ “มองอยู่ห่างๆ” Ash จูบลากับ Brynne ก่อนหายกลับไปยังโลกของตัวเองเหลือแค่ Darkman ยืนบนยอดตึกกับความจริงที่เขาต้องยอมรับ เขาช่วย Julie ไว้ได้ก็จริงแต่นั่นหมายความว่า “ผู้คนที่โดนสิงสู่หลายคนก็ต้องตายไปมากอยู่ดี” เขาจึงพูดกับตัวเองว่า “ฉันช่วยทุกคนไม่ได้…ฉันไม่ใช่ซูเปอร์ฮีโร่ ฉันคือ Darkman”

ถ้ามองเผินๆ นี่คือคอมิกบู๊สยองที่เอามันส์ล้วน ๆ แต่ถ้ามองดี ๆ มันคือเรื่องของคนสองแบบ คนหนึ่ง “กลัวจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป” อีกคน “ไม่เคยสนเลยว่าตัวเองเป็นอะไร ขอแค่ยังอยู่ก็พอ” Ash Williams แม้จะได้ยิง ได้สับ ได้บ้าสมใจ ได้ชัยชนะ แต่ก็เป็นเพราะเขาผ่านจุดที่เจ็บปวดที่สุดมาแล้ว ส่วน Darkman ก็ได้ความจริงที่ว่า ต่อช่วยโลกได้ แต่ก็ไม่ได้คนที่ตัวเองรักกลับมา
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)
อ้างอิง – Darkman vs Army of Darkness archives






