จนแล้วซื้อได้ไง โทรศัพท์ของ Spider-Man ปัญหาของเขา หรือ อคติของเรา?
โทรศัพท์ของ Spider-Man กับความเหมาะสมในสังคมยุคดิจิทัล จากของฟุ่มเฟือยสู่สิ่งจำเป็นเมื่อสมาร์ทโฟนท้าทายความหมายของคำว่า “จน”

เขียนโดย เต่ากัดยาง
หลังจากที่ได้ดูตัวอย่าง Spider-Man: Brand New Day กันไป ผู้คนก็พร้อมใจกันหยิบประเด็นเรื่อง “โทรศัพท์มือถือ” ของพ่อหนุ่ม Peter Parker ขึ้นมาแซวกันยกใหญ่

บ้างก็ว่าจนจริงไหม ทำงานอะไร ขโมยเงินโจรหรือเปล่า หรือเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์แน่นอนว่ามันแซวกันขำ ๆ ได้ เพราะเรารู้ดีว่านี่คือ Product Placement (โฆษณาแฝง) แต่ถ้ามองจริงจังขึ้นมา คำถามที่น่าสนใจคือ คนจนมีสิทธิ์ใช้โทรศัพท์แพง ๆ หรือไม่?
ก่อนจะไปพูดถึงประเด็นนี้ ลองย้อนดูว่า Spider-Man แต่ละยุคใช้มือถืออะไร และมัน“เกินตัว” แค่ไหนเมื่อเทียบกับฐานะของทางการเงินของเขา
Earth-96283 (ยุค Tobey) มือถือ “ไม่จำเป็น”
Peter ใช้โทรศัพท์บ้าน เพจเจอร์ และโทรศัพท์สาธารณะ เพราะช่วงปี 2002–2007 สมาร์ทโฟนยังไม่แพร่หลาย อีกทั้งการเล่าเรื่องของ Sam Raimi ก็ต้องการขับเน้นภาพชีวิตที่ลำบากของฮีโร่ที่ไม่สามารถบาลานซ์ชีวิตได้ แม้จะขัดสน แต่เขาก็ยังเลือกเส้นทาง “เพื่อนบ้านที่แสนดี” มากกว่าการหาเงิน
แม้ในภาคหลังๆทุกคนจะมีโทรศัพท์มือถือกันแล้ว แต่ Peter ยังคงใช้โทรศัพท์สาธารณะ เพจเจอร์ และโทรศัพท์บ้าน ขณะเดียวกันโลกในช่วงนั้น ยังไม่ได้เชื่อมต่อกันรวดเร็วเท่าปัจจุบัน เขารับรู้เหตุการณ์ผ่านการดักฟังวิทยุตำรวจ และในบางครั้งเขาก็รู้เรื่องราวต่างๆจากหนังสือพิมพ์ Daily Bugle ของ J. Jonah Jameson ที่เขาทำงานให้เสียด้วยซ้ำ
แต่มันก็เพียงพอที่เขาจะทำหน้าที่ของเขาได้ ทั้งหมดนี้จึงทำให้ชีวิตของดูห่างไกลจากความสะดวกสบายอย่างชัดเจน

Earth-120703 (ยุค Andrew Garfield) คือ “จนแต่ต้องมี”
Peter ใช้ Sony Ericsson Xperia X8 (หรือรุ่นใกล้เคียง X10 Mini ) และ Sony Xperia Tipo ราคาเปิดตัวประมาณ $169 หรือราวๆ 5,590-6,990 บาท (ราคาใกล้เคียงกันทั้งสองรุ่น) แน่นอนว่านี่คือสินค้าของ Sony ที่ถูกใส่มาเพื่อโปรโมต การที่ Peter ใช้สมาร์ทโฟนอย่าง Xperia ซึ่งแม้จะดูแพงสำหรับคนแบบเขา แต่สะท้อนความจริงของโลกยุคใหม่ที่มือถือกลายเป็น “สิ่งจำเป็นขั้นต่ำ” ใช้เรียน สื่อสาร และ บันทึกความทรงจำ
ในภาคสองเราจะเห็นว่าโทรศัพท์ที่มีรูปของเกวนแทบจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวของเขา ซึ่งนั่นอาจตีความได้ว่า ต่อให้เขาไม่มีเงินซื้อของอย่างอื่น แต่ “มือถือ” กลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ พูดง่ายๆคือต่อให้ไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ เขาก็ยังจำเป็นต้องมีมือถือ

Earth-616 (ยุค Tom Holland) มือถือคือ “ของปกติ”
Peter ใช้ Xperia XZ2 Compact (รุ่นใกล้เคียง Xperia Z2 ราคาราว ๆ $600 หรือประมาณ 23,000+ บาท) เห็นได้ชัดว่า Sony ใส่ Product Placement เต็มที่ แต่ในแง่เนื้อเรื่องไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาได้รับการสนับสนุนจาก Tony Stark และต่อให้จะไม่ได้รับการสนับสนุน ก็ยังพอเป็นไปได้ว่าเป็นของขวัญจากป้าเมย์ก็เป็นได้
ซึ่งล่าสุดที่ Peter ใช้ Samsung Galaxy Z Flip (คาดว่า Z Flip 7 ราคา $1,000–$1,100 หรือ 35,000–40,000 บาท) แน่นอนว่าดูแพงเกินไปสำหรับคนที่ต้องเช่าห้องโทรมๆอยู่ และที่สำคัญ ตอนนี้เขาไม่มีการสนับสนุนจาก Stark แล้ว ซึ่งในมุมมองคนทั่วไปก็ไม่แปลกที่จะแอบขัดความรู้สึกในแง่ความเป็นจริง(หรือเราคิดไปเองว่ามันเกินจริง)
ในโลกนี้ Peter ใช้มือถือแทบตลอดเวลา ตั้งแต่อัด Vlog ในเหตุการณ์ Civil War ไปจนถึงติดต่อ Tony Stark และสื่อสารกับ Ned Leeds ติดต่อ Happy Hogan, MJ และ ป้าเมย์ ในยามวิกฤติ มันเลยกลายเป็นทั้งของเล่น เครื่องมือ และพื้นที่ของชีวิตวัยรุ่น แม้เขาจะมีชุดไฮเทคที่โทรทางไกลได้ แต่มือถือยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้เขา“เป็นเด็กธรรมดา”
และสุดท้ายมันก็พัฒนาจากของเล่น กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้สถานการณ์ภัยพิบัติระดับ Avengers หลายครั้ง แม้ใน Spider-Man: Brand New Day เราจะยังไม่รู้ว่าเขาเอาเงินมาจัด Samsung Galaxy Z Flip ได้ยังไง แต่หากมองว่า มันเป็นเครื่องมือทดแทนชุดที่ไร้เทคโนโลยีของ Stark ล่ะมันก็ฟังดูน่าลงทุน ใช้ทำงานได้ในชีวิตประจำวันและใช้ในภารกิจปกป้องเมืองได้
ยิ่งเทียบกับความเป็นจริงยุคนี้มิจฉาชีพเยอะการใช้มือถือรุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบดีๆ ก็เหมือนเป็นการป้องกันตัวที่ดีด้วยเช่นกัน (มือถือเก่าๆ โหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ของรัฐบาลไม่ได้นะเออ)

จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็ได้นำไปสู่คำถามสำคัญว่า แล้วมันแปลกมั้ยเมื่อเราเห็นราคา โทรศัพท์ของ Spider-Man ซึ่งเป็นคนจนจึงไม่ควรหรือมีสิทธิ์ใช้ของแพง? และ มือถือยังเป็นของฟุ่มเฟือยอยู่หรือเปล่า?
ไม่ว่ามือถือจะราคาเท่าไร สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวราคา แต่คือ “บทบาท” ของมันในชีวิต Peter Parker ทุกๆจักรวาล มือถือไม่ใช่แค่ของใช้ แต่เป็นทั้งเครื่องมือสื่อสาร บันทึกชีวิต เชื่อมความสัมพันธ์ และในหลายครั้งก็กลายเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เขาทำหน้าที่ Spider-Man ได้ดีขึ้น
การคิดว่าคนจนไม่มีสิทธิ์ใช้ของแพงจึงเป็นสิ่งที่ควรมองให้รอบด้านก่อนตัดสินใครเขาอาจอยู่ในห้องนอนแคบๆ เท่าแมวดิ้นตายแต่เขาอาจแต่งตัวหรูหราเพื่อเพิ่มโอกาสทางสังคมให้กับตนเอง เพื่อการพัฒนาตนเอง ตามแนวคิดของ Pierre Bourdieu ที่อธิบายว่า การบริโภคไม่ใช่แค่การใช้ของ แต่เป็นการสื่อสารสถานะทางสังคม
สิ่งนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในความเป็นจริง และบ่อยครั้งผู้คนก็มักมองว่า “มันปลอมไม่รวยจริง” แต่บางทีเราก็ไม่ได้รู้จริงๆ ว่าเขาทำแบบนั้นเพื่ออะไร แต่หากจะพูดให้แฟร์ทั้งสองฝ่ายว่าแล้วเพราะอะไรล่ะผู้คนถึงมักคิดว่าจนแล้ว ไม่ควรหรือมีสิทธิ์ใช้ของแพง

คือเราแทบจะทุกคนถูกสอน ทั้งจากสื่อ หนัง และประสบการณ์ให้เชื่อว่าคนจนต้องใช้ของเก่า ของถูก ใช้ชีวิตเรียบง่าย พอมีใครหลุดจากภาพนั้น เช่น ใช้มือถือแพง คนเลยรู้สึก “มันไม่เข้ากัน” มากกว่าจะตั้งคำถามกับภาพจำของตัวเอง ซึ่งเชื่อมโยงกับ ความคิดเรื่องความเหมาะสม (Deservingness)
คนมักเชื่อว่า “ของดีต้องเป็นรางวัลของคนที่หาเงินเก่ง” เพราะงั้นถ้าคนฐานะไม่ดีใช้ของแพง มันเลยถูกมองว่า “ไม่เหมาะสม” หรือ “ไม่คู่ควร” ทั้งที่ในความจริง การใช้เงินเป็นเรื่องของการเลือก ไม่ใช่ศีลธรรม (แต่ในกรณีที่ต้องสงสัยว่าขโมยมานี่ก็อีกเรื่องนะ)
เราไม่รู้รายได้จริง ภาระ หรือชีวิตของใคร แต่เรามองเห็นมือถือ เสื้อผ้า รถ สมองเราเลย “ลัดขั้นตอน” แล้วสรุปทันทีว่า ใช้ของแพง ก็ต้องมีเงิน ไม่มีเงิน ก็ไม่ควรใช้ของแพงซึ่งจริง ๆ มันก็ไม่ได้ตายตัวอะไรแบบนั้น หรือหากพูดอย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นมนุษย์ทั่วไป
บ่อยครั้งที่แม้ตัวผู้เขียนเองก็เคยคิดในทำนองว่า “ทำไมเราต้องลำบากกว่าจะได้ของแบบนี้ แต่เขาดูไม่มีเงินยังมีได้” มันเป็นฟีลคล้ายๆว่า กลัวความไม่ยุติธรรม
สรุป “ความจน” ไม่ได้แปลว่า “ต้องใช้ของถูกเท่านั้น” เพราะในความเป็นจริง ความจนไม่ได้ตัดสิทธิ์ในการเลือก มันแค่จำกัดตัวเลือก

ดังนั้น คำถามอาจไม่ใช่ว่า “คนจนมีสิทธิ์ใช้ของแพงไหม” แต่ควรเป็นว่า “ในโลกยุคนี้ เรานิยามคำว่าของจำเป็นกับของฟุ่มเฟือยยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า” และ “เรากำลังตัดสินคนอื่นจากสิ่งที่เขาใช้โดยไม่เข้าใจบริบทชีวิตของเขาหรือเปล่า” ผู้เขียนจึงมีความเห็นส่วนตัวที่อยากบอกทุกคนว่า
ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือ Spider-Man สิ่งที่นิยามตัวเขา ไม่ใช่ราคาของของที่ใช้แต่คือ “เขาใช้มันเพื่ออะไร”
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)
อ้างอิง
Mobile Technology and Home Broadband 2021
Distinction: A Social Critique of the Judgement of Taste
Possessions and the Extended Self in Consumer Behavior(1988)
Deservingness & Moral Judgment
Relative Deprivation Theory
Siamphone






