T1 - Netmarble - Year 2026
RF Online
RF Online
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
หนัง

[Review] Lantern แหวน ครอบครัว ตัวตน

“บางครั้งการบินอยู่บนฟ้าอาจง่ายกว่าการอยู่บนพื้นดิน”

เขียนโดย ban.kk

จนถึงตอนนี้คงไม่มีใครกล้าพูดแล้วว่า Kyle Chandler ในบทบาท Hal Jordan เป็นแคสที่ผิดฝาผิดตัว เพราะนี่น่าจะเป็นหนึ่งในบทบาท Green Lantern ฮีโร่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่ที่ Robert Downey Jr. ก้าวเท้าเข้ามารับบทเป็น Iron Man ของจักรวาล MCU

แต่เอาเข้าจริง สิ่งที่ทำให้ซีรีส์ Lantern ฮิตจนติดลมบนไม่ใช่เพราะนักแสดงอย่างเดียว แต่คือความกล้าหาญในการเล่าเรื่องของคนทำที่เลือกจะจับจ้องไปยังช่วงเวลาที่ตกอับที่สุดของ Hal

ผู้ที่แฟนๆ ต่างก็รู้ดีว่าเขาคือ กรีนแลนเทิร์น คนแรกของโลก ซึ่งขัดแย้งกับความคาดหวังของคนดูที่อยากจะเห็นเขาในช่วงที่รุ่งเรือง หรือจะบอกว่าความรุ่งโรจน์เพียงหนึ่งเดียวที่ปรากฏอยู่บนจอก็คือฉากสั้นๆ ที่เจ้าตัวเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงต่อสาธารณชนผ่านทีวีก็คงจะไม่ผิดเสียทีเดียว

เพราะอย่างที่เห็น Hal ในปี 2016 นั้นเหมือนคนที่หมดอาลัยตายอยาก แม้จะยังคงทำหน้าที่เดิม แต่เขาเองก็ดูไม่ได้ภูมิใจอะไรกับมันเท่าไรนัก ต่างจากเด็กฝึกอย่าง John Stewart (Aaron Pierre) ที่ยังคงมีไฟและมุ่งมั่นที่จะเป็น กรีนแลนเทิร์น ตามความคาดหวังของพ่อแม่ ซึ่งตรงจุดนี้เองที่จะกลับมาทำงานกับตัวละครอีกครั้งในช่วงท้ายของเรื่อง

Lantern

ที่สำคัญ วิธีการของมันยังหักขนบทั่วไปของซีรีส์ซุปเปอร์ฮีโร่เกือบทั้งหมด เนื่องจากเรื่องราวของ แลนเทิร์น ไม่มีปฐมบทใดๆ มันเริ่มจากการที่ Hal ทำงานในฐานะ กรีนแลนเทิร์น มานาน 30 ปี และต้องการทดสอบว่า John จะรอดตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือไม่ ก่อนที่ในเวลาต่อมา John ที่รอดชีวิตจะได้พบกับโฮโลแกรมของ Hal ในปี 2006 ที่ถูกบันทึกเอาไว้ในแหวนโดยบังเอิญ

แม้ทั้งคู่จะมีเวลาพูดคุยกันไม่นาน แต่คนดูก็สามารถสัมผัสได้ว่า Hal ที่เราเห็นในอดีตนั้นดูเป็นมิตรกับเขามากกว่า ทว่าคำพูดที่โฮโลแกรมทิ้งไว้ก็ได้พาทั้งคู่เข้ามาพัวพันกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกลางสนามกีฬาในเมื่อง Rushville เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในรัฐ Nebraska สหรัฐอเมริกา

Hal เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเอเลี่ยน และเขาก็คิดถูก พวกเขาจึงอยู่ในเมืองเพื่อสืบหาเบาะแสต่างๆ จนพบว่าเมือง Rushville แห่งนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลอยู่ และคนที่รู้ความจริงนั้นอาจเป็นนายอำเภอหญิงอย่าง Kerry Kane (Kelly Macdonald) และเจ้าของฟาร์มผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่นอย่าง William Macon (Garret Dillahunt)

โดยปริยาย หัวใจหลักของซีรีส์ แลนเทิร์น จึงไม่ใช่การย้อนกลับไปดูความเป็นมาของ Hal แต่เป็นการค้นหาคำตอบของปริศนาต่างๆ และนั่นรวมถึงความตายของเขาที่ปรากฏในช่วงท้ายของตอนแรก ซึ่งเป็นเหมือนหมุดหมายที่คนทำต้องการบอกกับคนดูว่า “นี่จะไม่ใช่ซีรีส์ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ปล่อยพลังสู้กัน” หากแต่เป็นซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวนที่ตัวเอกสองคนมีพลังพิเศษในการแก้ไขปัญหาต่างๆ

แต่ที่น่าทึ่งคือแม้จะมีพลังเหล่านั้น พวกเขากลับเลือกที่จะให้ตัวละครดำเนินเรื่องราวผ่านบทสนทนาแทน ซึ่งก็คงเกินจริงนัก หากบอกว่า แลนเทิร์น เป็นซีรีส์ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ออกแบบไดอะล็อกได้ละเมียดละไมมากที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบหลายปี เพราะทุกคำพูดที่ฟังดูเผินๆ เหมือนไม่มีอะไรกลับเชื่อมโยงกับหัวใจหลักของเรื่องที่เน้นไปที่ความเป็นปถุชนคนธรรมดาได้อย่างลึกซึ้ง

หรือถ้าถอดหัวโขนที่ชื่อว่า Green Lantern ออก Lantern ก็คือซีรีส์ครอบครัวที่ว่าด้วยการเติบโตของตัวละครดีๆ เรื่องหนึ่ง ซึ่งเมื่อผนวกรวมเข้ากับกลไกการเล่าเรื่องที่แบ่งออกเป็นสองช่วงเวลาก็ยิ่งทำให้เราเห็นว่าคนทำได้วางโครงสร้างของมันเอาไว้อย่างรัดกุม โดยเฉพาะการโยนระเบิดลูกใหญ่อย่างความตายของ Hal ในปี 2026 เอาไว้ก่อนที่จะค่อยๆ พาคนดูเข้าไปปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน

[Review] Lantern แหวน ครอบครัว ตัวตน

ทว่าสิ่งที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่ปลายทาง หากแต่เป็นระหว่างทาง เมื่อซีรีส์พาเราไปสำรวจภูมิหลังของ John ในตอนที่ 3 ซึ่งเป็นตอนที่เผยให้เห็นความสัมพันธ์ในครอบครัวและการฝึกฝนอันเข้มงวดของพ่อกับแม่ โดยที่ต้นสายปลายเหตุทั้งหมดเกิดจากการที่ John Sr. ผู้เป็นพ่อถูกแหวนปฏิเสธเพราะความกลัว

จนกระทั่งพวกเขาได้พบกับหนึ่งใน Guardian ที่บอกว่า หาก John ปราศจากความกลัวเขาก็มีคุณสมบัติมากพอที่จะกลายเป็น กรีนแลนเทิร์นของโลก แน่นอนว่าหลังจากนั้นไม่นานโปรแกรมฝึกหฤโหดก็ได้เริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การทิ้งเขาไว้ตามถนนเพื่อให้หาทางกลับบ้านเอง การห้ามร้องเพลง ไปจนถึงการทดสอบจิตใจด้วยการยิงแอปเปิ้ลที่ถูกวางเอาไว้บนหัวของพ่อหรือแม่

ดูจากการกระทำก็คงไม่แปลก หาก John จะรู้สึกว่าตัวเองถูกบงการมาทั้งชีวิต เพราะเดิมทีเขาเป็นคนที่ชอบวาดรูปและอยากจะเป็นสถาปนิก ดังนั้นการเป็น กรีนแลนเทิร์น ในมุมของเขาเลยไม่ต่างอะไรจากการทำเพื่อพ่อแม่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ John เข้าใจและไม่เคยรู้สึกเกลียดพวกเขาเลย (อย่างน้อยก็ก่อนปี 2026) ถึงขั้นที่บอกกับ Guardian อย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองยังรักพ่อแม่อยู่ และเหล่า Guardian เองก็คงจะไม่มีวันเข้าใจถึงสิ่งนั้นเพราะพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ที่มีหัวใจ

ขณะเดียวกัน แหวนก็ไม่ได้ผูกเรื่องครอบครัวของ John เข้ากับมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง Hal ผู้ที่นัยหนึ่งซีรีส์แทบจะไม่เปิดเผยว่าพื้นหลังของเขาเป็นอย่างไร สิ่งเดียวที่เรารับรู้เกี่ยวกับอดีตของชายคนนี้อาจเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาวัยในเด็กคุยกับพ่อเรื่องการปล่อยวางและอย่ายึดติดกับบางสิ่งเกินไป แต่น่าเศร้าที่แม้แต่ตัวคนพูดเองก็ยังทำไม่ได้และความตายของพ่อก็กลายเป็นสิ่งที่ติดแน่นทนนานอยู่ในหัวใจของ Hal มาโดยตลอด เพราะเขาไม่เคยเข้าใจเลยว่า เหตุใดพ่อถึงเลือกที่จะฆ่าตัวตาย

ตอนที่ 7 อย่าง “The Jordan Boys’ Legacy” จึงเป็นชื่อที่ถูกตั้งออกมาอย่างแหลมคม เนื่องจากมันแทบจะขมวดตัวตนของ Hal ที่ยึดติดอยู่กับแหวนได้ตลอดทั้งเรื่อง เพราะราคาที่เขาจะต้องจ่ายนั้นหนักหนาถึงขั้นที่ยอมทรยศอุดมการณ์ คำปฏิญาณ หรือแม้กระทั่งตัวเอง และยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร Hal ก็อาจหลงลืมไปแล้วว่า เหตุใดเขาถึงอยากครอบครองแหวนวงนี้ หรือถ้าจะพูดให้ถูก ศัตรูที่แท้จริงของ Hal ภายในเรื่องไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็น “เวลา” ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนคนๆ หนึ่งในกลายเป็นคนที่ตัวเองเกลียดได้

[Review] Lantern แหวน ครอบครัว ตัวตน

ในซีรีส์ Hal ไม่ใช่คนหนุ่ม และการที่มีคนสดใหม่กว่าอย่าง John เข้ามาก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้หากเขาจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกแทนที่ เพราะแหวนเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ Hal รู้สึกว่าตัวเองมีค่า การจะถูก John แย่งตำแหน่งกรีนแลนเทิร์นไปจึงเป็นสิ่งที่ตัวเขาไม่อาจยอมรับได้ การกระทำที่ดูบ้าบิ่นและไม่เคยสนใจไยดี John จึงอาจมีต้นสายปลายเหตุมาจากความกลัวในจิตใจของเขาเอง ซึ่งไม่มากก็น้อยมันหลอมรวมแง่มุมของมนุษย์เข้ากับธีมซุปเปอร์ฮีโร่ได้อย่างมีชั้นเชิงจนคนดูรู้สึกว่า Hal นั้นมีบางอย่างที่คล้ายคลึงกับพวกเขา

และถึงแม้ภายนอกจะดูยียวนกวนประสาท แต่ลึกๆ เขากลับเก็บงำความโดดเดี่ยวเอาไว้ ต่างจาก John ที่ต่อให้ไม่มีแหวนเขาก็ยังมีครอบครัวและความฝันรออยู่ ทว่าสำหรับ Hal ที่สูญเสียแหวนไป ชีวิตของเขาแทบจะไม่เหลืออะไรเลย ครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็คงเป็นต้นไม้ประหลาดที่ชื่อว่า Earl ฉะนั้นการสานสัมพันธ์กับนายอำเภอ Kerry จึงเป็นเหมือนก้าวสำคัญของเขาหลังจากที่กลับมาเป็นคนธรรมดาอีกครั้ง

แต่ก็นั่นแหละ Hal เองก็เหมือนกับพ่อหรือปู่ของตัวเอง แม้จะมีความรัก แต่ความเศร้าก็ไม่เคยจางหายไป และเมื่อรวมกับความดื้อรั้นของเจ้าตัวก็ส่งผลให้เขาต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า

ฉากอ่านจดหมายอันเงียบงันไร้ซึ่งเสียงแซ่ซ้องหน้าหลุมศพของ Hal จึงสะเทือนใจยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อมองว่าฮีโร่ผู้เคยกอบกู้โลกมานักต่อนักกลับต้องมาจบชีวิตลงในที่ที่ไม่มีใครเหลียวแล และการแสดงของ Kyle Chandler รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ก็ได้มอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนครั้งหนึ่งให้แก่คนดู

[Review] Lantern แหวน ครอบครัว ตัวตน

อย่างไรก็ตาม นอกจาก Hal กับ John แล้ว ประเด็นเรื่องครอบครัวยังเกี่ยวโยงกับ Noah หลานชายของ Zoe ที่เป็น Manhunter ด้วย เพราะเดิมทีชาติกำเนิดของเขาคือ การเป็นเครื่องจักรสังหาร แต่ด้วยความรักที่ได้รับจากมนุษย์ทำให้ Noah สับสนว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นอย่างไร? ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่ซีรีส์นำเสนอประเด็นอีกอย่างที่เคยทิ้งเอาไว้ในฉากสุดท้ายของตอนที่ 5 ให้เห็นภาพชัดขึ้น

สำหรับ Noah การที่เขาถูกโปรแกรมให้ทำตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างก็เหมือนกับการที่ John ถูกฝึกให้เป็นกรีนแลนเทิร์นมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองจึงมีจุดร่วมที่คล้ายคลึงกันอย่างหนึ่ง นั่นคือ การถูกกำหนดโดยสิ่งที่เรียกว่า “ชะตากรรม” แต่การที่ John เลือกปล่อยมือจากแหวนไม่ได้แปลว่า เขาจะเลิกเป็น กรีนแลนเทิร์นเสียทีเดียว

เขาแค่อยากเลือกเส้นทางที่จะไม่กลายเป็นแบบ Hal หรือแบบที่พ่อแม่ตีกรอบให้ก็เท่านั้น Noah เองก็เช่นกัน การที่เขาหันหลังให้กับสัญชาตญาณดิบเพื่อใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาก็แสดงให้เห็นว่าแก่นหลักของ แลนเทิร์น ในช่วงท้ายไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งไม้ต่อเพียงอย่างเดียว แต่ยังยึดโยงไปถึง “เจตจำนงเสรี” ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธุ์อีกด้วย เพราะถึงแม้พวกเขาจะเกิดมาต่างกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่จะไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิตในแบบของตัวเอง

บทสนทนาระหว่าง Noah กับ John ในรถจึงดูอัศจรรย์มาก แม้เรื่องราวก่อนหน้าจะปูมาด้วยความกดดัน แต่ฉากสั้นๆ ไม่เพียงนาทีนี้ก็ย้ำเตือนว่า แลนเทิร์น เป็นซีรีส์ที่ไปไกลเกินกว่าที่หลายคนจินตนาการเอาไว้ เพราะตอนสุดท้ายของเรื่องจบลงโดยไม่มีแอ็กชั่นใดๆ มีแค่บทสนทนาของตัวละครเพียงไม่กี่คน ทว่ามันกลับปลดเปลื้องเรื่องราวและปมปัญหาในใจของพวกเขาได้อย่างหมดจดจนยากจะปฏิเสธว่า การอนุมัติให้สร้างซีรีส์เรื่องนี้คือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดของ James Gunn ในฐานะหัวเรือใหญ่ของ DC

[Review] Lantern แหวน ครอบครัว ตัวตน

กลับมาที่ความสัมพันธ์แบบศิษย์-อาจารย์ของ John กับ Hal อีกสักเล็กน้อย อย่างที่เห็นเรื่องราวแบ่งแยกช่วงเวลาของพวกเขาออกไปสองส่วน ส่วนแรกคือเหตุการณ์วินาศสันตะโรที่เกิดขึ้นในเมือง Rushville ปี 2016 และอีกส่วนคือ 10 ปีหลังจากเรื่องวุ่นวายนั้นจบลง ซึ่งความน่าสนใจก็อยู่ตรงที่ Hal ที่จะได้ร่วมเดินทางกับ John ในช่วงท้ายไม่ใช่ตัวเขาในปี 2026 หากแต่เป็นภาพโฮโลแกรมที่ถูกบันทึกไว้ในปี 2006 ซึ่งเป็นช่วงที่เขายังหนุ่มและมีไฟในการเป็น กรีนแลนเทิร์น อยู่

ที่สำคัญ Hal เวอร์ชั่นนี้ดูเป็นคนที่ใจดีและให้เกียรติ John ในแบบที่เราไม่มีทางได้เห็นจากเขาในปี 2016 หรือ 2026 และแน่นอนว่าช่องว่างของความเปลี่ยนแปลงที่กินเวลานานกว่า 10 ปีนั้นก็กลายเป็นเหมือนคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของคนดูมาตั้งแต่ตอนแรกๆ ว่าเหตุใด Hal ถึงกลายเป็นคนในแบบที่เราเห็น

แต่ถึงอย่างนั้น ในตอนหลังๆ Hal ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นอาจารย์ที่ดี และ Hal ในอดีตก็เป็นอาจารย์ที่ดีกว่าตัวเขาในปัจจุบัน ซึ่งก็เหมือนกับเราทุกคนที่พอซึมเศร้า เบิร์นเอาต์ หรือเริ่มกลัวความไม่มั่นคง ปัจจัยเหล่านั้นก็เริ่มบดบังหรือลดทอนคุณค่าบางอย่างในตัวเรา กลายเป็นคนอารมณ์ร้าย มองโลกในแง่ลบ แทนที่จะพัฒนาลูกศิษย์ แต่กลับคิดถึงแต่ตัวเองเกินไป

โฮโลแกรมของ Hal จึงเป็นเหมือนเงาสะท้อน “ตัวตนที่แท้จริง” และการยอมรับว่า John จะเป็น กรีนแลนเทิร์น ที่ดีกว่าก็เป็นคำพูดที่ทำให้เห็นว่า เขาไม่เคยเกลียดอีกฝ่ายเลย กลับกันเขาอาจนับถือ John มากพอๆ กับที่ John นับถือเขา และถึงที่สุด การเดินทางของทั้งสองคนก็ตอกย้ำว่า กรีนแลนเทิร์น คนแรกของโลกไม่สมควรมีงานศพที่แสนโดดเดี่ยวเช่นนั้น

คงไม่เกินจริงนัก หากบอกว่าเรื่องราวของ Lantern วนเวียนอยู่กับความเป็นมนุษย์มากกว่าพลัง แต่นั่นแหละคือ สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม เพราะท่ามกลางหนังซูเปอร์ฮีโรแนวป็อปคอร์นที่หาดูได้ทั่วไปตามท้องตลาด การได้ดูซีรีส์ดีๆ เรื่องหนึ่งที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับการขายชื่อเสียงหรือความยิ่งใหญ่ของตัวละครอาจเป็นสิ่งที่ทุกคนถวิลหามาตลอด

เช่นเดียวกับคำพูดในจดหมายของ Hal ที่บอกว่า “บางครั้งการบินอยู่บนฟ้าอาจง่ายกว่าการอยู่บนพื้นดิน” สำหรับ Lantern “บางครั้งการพูดถึงความเปราะบางและไม่เพียบพร้อมของฮีโร่อาจมีคุณค่ามากกว่าวีรกรรมของเขา” ก็เป็นได้

ติดตามข่าวหนังและตัวอย่างใหม่เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)

DC Official Account

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save