[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม
เรื่องราวเหมือนกับวรรณกรรมดีๆ ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อพรรณาถึงโศกนาฏกรรมของครอบครัวหนึ่ง
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 1 [Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม](/wp-content/uploads/2026/10/Clair-Obscur-Expedition-33a.jpg)
เขียนโดย ban.kk
การเดินทางกอบกู้อนาคตให้กับคนรุ่นหลังอาจเป็นฉากหน้าของ Game of the Year ประจำปี 2025 อย่าง Clair Obscur: Expedition 33 แต่สำหรับใครก็ตามที่เล่นเกมนี้จบคงเห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่ผู้สร้างต้องการจะเล่ามีมากกว่านั้น
เพราะเรื่องราวของมันเหมือนกับวรรณกรรมดีๆ ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อพรรณาถึงโศกนาฏกรรมของครอบครัวหนึ่ง และที่น่าทึ่งคือ แม้ฉากหน้าจะดูเหมือนเรื่องราวของกลุ่มวีรบุรุษที่จะกลายเป็นผู้ปลดแอกมนุษยชาติจากคำสาปแห่งความตาย แต่เบื้องหลังของมันกลับนำเสนอความเป็นมนุษย์อย่างลึกซึ้งชนิดที่ว่า ไม่แปลกใจเลยที่จะส่งผลให้เกมคว้ารางวัลมากมายจากเวทีต่างๆ อย่างไร้ข้อกังขา
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 2 Clair Obscur: Expedition 33](/wp-content/uploads/2026/10/1-1.jpg)
การเดินทางของคณะนักสำรวจ Expedition 33 เริ่มต้นจากการให้ผู้เล่นสวมบทเป็น Gustave ชายหนุ่มวัย 32 ปีที่เพิ่งสูญเสียคนรักไป โดยเขาและสมาชิกคนอื่นๆ ที่มารวมตัวกันจะต้องออกเดินทางไปยังมหาทวีปเพื่อหยุดยั้ง The Paintress ผู้เป็นต้นตอของคำสาปการนับถอยหลังอายุไขที่ทุกคนกำลังเผชิญ
แต่เมื่อไปถึงสถานที่ดังกล่าวพวกเขาได้พบกับชายชราคนหนึ่ง ซึ่งนั้นสร้างความตกอกตกใจให้กับคณะนักสำรวจเป็นอย่างมาก เพราะมันขัดแย้งกับสิ่งที่พวกเขาเข้าใจมาโดยตลอด แต่ก่อนที่จะได้ถามไถ่อะไรชายชราก็โจมตีทุกคนอย่างไม่เลือกหน้าส่งผลให้คณะนักสำรวจเสียชีวิตเกือบหมดเหลือเพียงแค่ Gustave, Lune, Maelle และ Sciel ที่จะกลายเป็นตัวละครหลักสี่คนแรกที่เราจะได้เล่น
กระทั่ง จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาถึงเมื่อ Gustave สละชีวิตเพื่อปกป้อง Maelle จากชายคนเดียวกับที่ทำร้ายกลุ่มของพวกเขาจนย่อยยับที่ชายหาด ก่อนที่จะได้รับความช่วยเหลือจาก Verso นักรบหนุ่มที่เต็มไปด้วยปริศนา และเป็นการเฉลยว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือ Renoir กับ Alicia สองสมาชิกจากคณะนักสำรวจ Expidition 0 ที่เขาเคยสังกัดอยู่
(โดยในตอนท้ายจะยังมีอีกคนที่เป็นบอสสุดโหดหินประจำเกมอย่าง Simon) และนั่นอาจเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นสัมผัสได้ว่า เรื่องราวของ Clair Obscur: Expedition 33 จะเดินหน้าไปไกลกว่าสิ่งที่ปกเกมนำเสนอ
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 3 Clair Obscur: Expedition 33](/wp-content/uploads/2026/10/2-1.jpg)
ถึงอย่างนั้น เป้าหมายหลักของพวกเขายังคงเหมือนเดิม การจัดการกับ The Paintress คือ สิ่งสำคัญที่สุด ทุกคนจึงพยายามหาหนทางในการฝ่าเข้าไปยังเขตแดนที่ปกป้องเธอ แต่ทำอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าไปได้ Verso เลยเสนอไอเดียว่า ให้ไปชิงหัวใจของเหล่า Axons หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดมาทำเป็นดาบเพื่อใช้พลังนั้นในการเจาะบาเรีย
แม้จะได้สมาชิกใหม่มาเพิ่มอีกสองคนอย่าง Monoco และ Esquie การเผชิญหน้ากับ Axons ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการสู้กับมันไม่ต่างอะไรกับการเอาตัวเองไปตาย แต่ด้วยน้ำพักน้ำแรงในการกด Dodge และ Parry ของผู้เล่นทำให้พวกเขาสามารถโค่นสองยักษ์นี้ลงได้สำเร็จ
และแล้วทั้งหมดก็เดินทางมาถึงที่อยู่ของ The Paintress น่าแปลกตรงที่การไต่เขาขึ้นไปหาบอสตัวสุดท้าย(?) ให้ความรู้สึกหมองหม่นจนสร้างความลังเลว่าการตัดสินใจของเราต่อจากนี้คือสิ่งที่ถูกหรือผิด? ภาพความทรงจำสีขาวดำของหญิงสาวคนหนึ่งผุดขึ้นมาตามทางมากมาย เธอสอนเด็กๆ วาดรูป เล่นเปียโน พูดคุยกับสามี และมีปากเสียงกับพวกเขา ซึ่งนั่นยิ่งทำตัวตนของจิตรกรผู้นี้ดูเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขความลับของโลก Lumière แต่มันจะใช่ตอนจบอย่างที่นึกฝันเอาไว้จริงหรือ?
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 4 Clair Obscur: Expedition 33](/wp-content/uploads/2026/10/3-1.jpg)
ก่อนที่จะไปถึงตัวของ The Paintress บนยอดเขา Renoir ได้ปรากฏตัวต่อหน้าพร้อมความจริงที่ว่า Verso คือ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา ทั้งสองฝ่ายเลยเข้าห่ำหันกันอย่างดุเดือดพอๆ กับเพลงประกอบ Une vie à t’aimer (ทั้งชีวิตเพื่อรักเธอ) ที่ดังฉงนสนเท่ห์อยู่ตลอดเวลาขณะกำลังต่อสู้ แน่นอนว่า มันจบลงที่ความพ่ายแพ้ของผู้เป็นพ่อ และถึงจะรู้อยู่เต็มอกว่า Renoir คือคนที่พรากชีวิต Gustave แต่การสังหารเขาไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความปลื้มปิติแม้แต่นิดเดียว
การต่อสู้กับ The Paintress เองก็เหมือนกัน จริงอยู่ที่เธอเป็นต้นเหตุของความสูญเสียทั้งหมด ถึงกระนั้น ในเฟสสุดท้ายการที่เห็นหญิงสาวพยายามจะปกป้องคณะนักสำรวจอย่างสุดกำลังก็ชวนให้อดคิดไม่ได้ว่า หรือคนเล่นต่างหากที่เป็นตัวร้ายหลักของเรื่องราวนี้เหมือนที่ NieR Replicant ver.1.22474487139… (2021) ทำให้เราเชื่อว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่แท้จริงแล้วคือ คนที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 5 Clair Obscur: Expedition 33](/wp-content/uploads/2026/10/4-1.jpg)
ทว่าเมื่อกำจัด The Paintress ได้ทุกอย่างกลับพลิกผันกลายเป็นว่า โลกทั้งใบที่เราเห็นคือ สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการหลอมรวมจินตนาการของคนในครอบครัว Dessendre ตระกูลจิตรกรที่มีพลังพิเศษและสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ภาพวาดได้ และต้นสายปลายเหตุทั้งหมดก็เริ่มจากการที่พวกเขาสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวอย่าง Verso ไปจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อหลายปีก่อน เพราะเข้าไปช่วยเหลือ Alicia น้องสาวคนเล็กในกองเพลิง ที่ถึงแม้จะรอดมาได้ร่างกายเธอก็ถูกไฟลวกจนเสียโฉม สูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งและความสามารถในการพูด
เหตุการณ์นั้นได้ทิ้งบาดแผลเอาไว้มากมายให้กับคนในครอบครัว โดยเฉพาะ Aline แม่ของพวกเขาที่ไม่สามารถยอมรับการตายของลูกชายได้ เธอหนีเข้าไปอาศัยอยู่ในโลกภาพวาดของ Verso พร้อมกับจำลองสมาชิกในครอบครัวขึ้นมา รวมถึง Verso เพื่อให้ตัวเองยังคงอยู่ในโลกที่ลูกชายยังมีชีวิตอยู่
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 6 Clair Obscur: Expedition 33](/wp-content/uploads/2026/10/5.jpg)
โลกของ Lumière จึงถูกสร้างขึ้นจากความปรารถนาของผู้เป็นแม่และถูกเติมเต็มด้วยความทรงจำและจินตนาการของสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น Clea พี่สาวคนโตที่สร้าง Nevrons สัตว์ประหลาดที่ผู้เล่นต้องต่อสู้ตลอดทั้งเกม Alicia ที่สร้างชาวเมือง Lumière และ Verso ในวัยเด็กที่สร้าง Gestrals สิ่งมีชีวิตน่ารักๆ รวมถึง Monoco และ Esquie สองสหายที่สร้างสีสันให้กับเราตลอดทั้งเกม
ส่วน The Paintress ที่เป็นเป้าหมายหลักในช่วงต้นไปจนถึงกลางเกม แท้จริงแล้วก็คือ อวตารของ Aline และสิ่งที่เธอทำก็ไม่ใช่การพรากชีวิต แต่เป็นการพยายามเตือนผู้คนใน Lumière ถึงภัยร้ายที่กำลังจะมา ซึ่งก็คือ The Curator ตัวตนปริศนาที่คอยอัปเกรดสิ่งต่างๆ และเป็นอวตารของ Renoir พ่อที่อยากให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวออกมาจากโลกที่พวกเขากำลังกักขังตัวเอง
เมื่อเรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผย คำถามที่ Clair Obscur: Expedition 33 ถามกับคนเล่นอย่างตรงไปตรงมาคือ ทุกมิตรภาพ ทุกความทรงจำ และทุกการเดินทางที่ฝ่าฝันร่วมกันมา ไม่ว่าจะเป็นกับ Sciel นักรบผู้ร่าเริงแต่เก็บงำความทุกข์เอาไว้ Lune นักวิชาการผู้เย็นชาแต่กลับเป็นห่วงเพื่อนร่วมทางอยู่เสมอ หรือแม้กระทั่ง Gustave ที่สละชีวิตตัวเองเพื่อ Maelle เป็นสิ่งที่ไร้ความหมายหรือไม่? เพราะทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นในโลกที่ไม่มีอยู่จริง
แต่นั่นก็ไม่ได้หักล้างกับความจริงที่ว่า พวกเขาทุกคนต่างก็มีความรู้สึก ความฝัน และความกลัวไม่ต่างจากมนุษย์
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 7 Clair Obscur: Expedition 33](/wp-content/uploads/2026/10/6.jpg)
ครั้งหนึ่ง Albert Camus นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสเคยเขียนประโยคหนึ่งเอาไว้ในหนังสือ The Myth of Sisyphus (1984) ของเขาว่า “มีคำถามปรัชญาที่แท้จริงเพียงข้อเดียว นั่นคือ การฆ่าตัวตาย การตัดสินว่าชีวิตควรค่าแก่การมีชีวิตอยู่หรือไม่ คือการตอบคำถามพื้นฐานที่สุดของปรัชญา”
ถ้าเช่นนั้น ชีวิตแบบไหนคือทางที่ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด? ชีวิตที่สร้างขึ้นจากจินตนาการแต่เต็มไปด้วยความรักและมิตรภาพ หรือชีวิตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแต่เป็นความจริง และใครกันที่มีความชอบธรรมในการตัดสินใจ? คนที่ถูกสร้างเพื่อกลายเป็นตัวแทนของอีกคน หรือคนสร้างที่ต้องการจะอยู่ในภาพฝันอันแสนหวานของตัวเอง
ตอนจบของ Clair Obscur: Expedition 33 เป็นครั้งเดียวที่เรามีสิทธิ์เลือกว่าจะให้ตัวละครเดินไปในทิศทางไหน ไม่ว่าจะเลือก Verso หรือ Maelle ผู้เล่นก็จะต้องแบกรับน้ำหนักของการตัดสินใจนั้น เพราะการเลือกปลดปล่อย Verso จากชีวิตอมตะคือ การผลักน้องสาวของเขาให้กลับไปสู่โลกความเป็นจริง แต่การเลือก Maelle ก็ไม่ต่างอะไรกับการบีบบังคับให้ Verso ใช้ชีวิตอยู่ในฐานะหุ่นเชิดที่ตายทั้งเป็น
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 8 Clair Obscur: Expedition 33](/wp-content/uploads/2026/10/7.jpg)
ความน่าสนใจอีกอย่างคือ ทางเลือกทั้งสองต่างสะท้อนถึงวิถีทางที่ไม่แตกต่างจากสิ่งที่พ่อแม่ของพวกเขาเคยทำ Aline เลือกที่จะสร้างโลกแห่งภาพวาดนี้ขึ้นมาเพื่อหลีกหนีจากความสูญเสียที่กัดกินจิตใจเธอ เช่นเดียวกับตอนท้ายที่หากใครเลือกเส้นทางของ Maelle จะเห็นว่าใบหน้าของเด็กสาวก็กำลังจะกลายเป็นแบบเดียวกับแม่ของเธอ
ในทางกลับกัน การกระทำของ Verso ก็ไม่ต่างจาก Renoir ที่ต้องการลบทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนหันกลับมามองความจริง แม้นั่นจะหมายถึงการทำลายโลกภาพวาด ซึ่งเป็นของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายของลูกชาย
นัยหนึ่ง ถึงจุดสิ้นสุดการเดินทางจะแตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่สามารถก้าวข้ามพ่อแม่ของตนเองได้ และนั่นอาจเป็นบทสรุปของคำว่า ‘ครอบครัว’ ที่ Renoir พยายามพร่ำบอกตลอดทั้งเรื่อง เพราะต่อให้จะพยายามมากเพียงใด มันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ทั้งคู่จะก้าวพ้นเงาที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เงาที่มีชื่อว่า ‘ลูก’
![[Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม 9 [Review] Clair Obscur: Expedition 33 เพราะในโลกของความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม](/wp-content/uploads/2026/10/8.jpg)
ทั้งนี้ หากถามว่าทำไมผู้เล่นจำนวนมากถึงอินกับเนื้อเรื่องของ Clair Obscur: Expedition 33 คำตอบง่ายๆ คือ เพราะความสูญเสียเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์เสมอมาและตลอดไป แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ เราจะรับมือกับมันอย่างไร? บางคนอาจใช้เวลาไม่นานในการเยียวยาความรู้สึกนั้น ขณะที่บางคนก็ใช้เวลาทั้งชีวิตจมอยู่กับความเสียใจและไม่มีวันผ่านพ้นไปได้เลย
ในกรณีของ Verso เขายอมทำทุกอย่างเพื่อยุติความทุกข์ของตนเอง โดยที่ไม่สนใจว่า ผู้อื่นจะต้องเสียอะไรไปบ้าง ส่วน Maelle วิธีที่เธอเลือกคือ การตั้งตนเป็นพระเจ้าและพาทุกคนกลับมาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้า แม้จะต้องแลกมาด้วยอิสรภาพของพี่ชายก็ตาม
แต่ความเหนือชั้นจริงๆ ของ Clair Obscur: Expedition 33 ในตอนจบคือ การเลือกครั้งแรก จะเป็น Verso หรือ Maelle ก็ขึ้นอยู่กับว่า คนเล่นเข้าใจความรู้สึกและเห็นอกเห็นใจฝั่งไหนมากกว่ากัน แต่ไม่ว่าจะทางไหนก็ล้วนลงเอยด้วยความขมขื่นอยู่ดี นั่นก็เพราะ ในโลกที่ถูกสร้างขึ้นจากความเศร้าไม่เคยมีตอนจบที่สวยงาม มีเพียงแค่ความจริงที่ว่าใครจะถูกเลือกให้แบกรับความเจ็บปวดมากกว่ากัน
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (เกม)




![[รีวิว] Eiyuden Chronicle: Rising – ปฐมบทมหากาพย์เรื่องราวของร้อยฮีโร่ 13 [รีวิว] Eiyuden Chronicle: Rising – ปฐมบทมหากาพย์เรื่องราวของร้อยฮีโร่](/wp-content/uploads/2022/05/Eiyuden-Chronicle-Rising-390x220.png)

