T1 - Netmarble - Year 2026
RF Online
RF Online
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
เกม

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

“คุณค่าของชีวิตคือสิ่งใดในโลกที่ทุกคนถูกกำหนดความตายเอาไว้?”

เขียนโดย ban.kk

คำถามง่ายๆ นี้อาจเป็นจุดกำเนิดของ Persona 3 (2006) ผลงานลำดับที่ 3 ในซีรีส์หลัก Persona และเป็นเกมที่สร้างชื่อให้กับ Atlus ผู้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์เกม JRPG ชื่อดังอย่าง Shin Megami Tensei มากที่สุดครั้งหนึ่งจนถึงขั้นที่เนื้อหาของมันถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ช่วงปี 2013–2016

ซึ่งแน่นอนว่าในยุคที่การทำรีเมคกลายเป็นเรื่องปกติมีหรือที่ค่ายนี้จะไม่หยิบเอาเกมระดับตำนานของตัวเองมาทำ และ เพอร์โซน่า 3 ก็เป็นผลลัพธ์ของการตัดสินใจนั้นเมื่อพวกเขามองว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการนำเรื่องราวนี้กลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง

Persona 3

เพอร์โซน่า 3 รีโหลด เป็นเกมที่ถอดเนื้อหามาจากภาคต้นฉบับเกือบทั้งหมด โดยผู้เล่นยังคงรับบทเป็น Makoto Yuki เด็กหนุ่มมัธยมปลายที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง Iwatodai และเข้าเรียนที่ Gekkoukan High School ทว่าระหว่างเดินทางไปหอพัก เขากลับตกอยู่ในห้วงภวังค์ประหลาดที่ถูกเรียกว่า Dark Hour ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ซ่อนอยู่ระหว่างเวลาเที่ยงคืนกับวันใหม่

แต่ด้วยความไม่รู้ เด็กหนุ่มจึงไม่ได้เอะใจกับเหตุการณ์ตรงหน้านัก จนกระทั้งมาถึงหอพักและได้พบกับ Pharos เด็กชายปริศนาที่ทำท่าราวกับว่ากำลังรอเขาอยู่ ก่อนจะหายตัวไปพร้อมกับการปรากฏตัวตัวของเพื่อนร่วมหออย่าง Yukari Takeba และ Mitsuru Kirijo

เช้าวันต่อมา Yukari รับหน้าที่พา Makoto ไปโรงเรียน ที่นั่นเขาได้พบกับ Junpei Iori เพื่อนร่วมห้องที่เข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตรและดูเหมือนว่าจะรู้จักมักคุ้นกับ Yukari เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน Mitsuru ก็ได้พูดคุยบางอย่างกับนักเรียนในหออีกคนอย่าง Akihiko Sanada ที่กำลังจะออกไปทำอะไรบางสิ่ง ซึ่งเธอก็ดูกังวลกับความคิดของเขาไม่ใช่น้อย

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

จากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียน Shuji Ikutsuki ก็ได้มาหารือบางอย่างร่วมกับ Yukari และ Mitsuru โดยที่ยังคงจับตาดู Makoto หลังทราบว่า เขาสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติในช่วง Dark Hour แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อเหล่า Shadows ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากเศษเสี้ยวที่แตกกระจายของจิตมนุษย์ได้บุกมายังหอพักที่พวกเขาอาศัยอยู่ ทุกคนที่เห็นท่าไม่ดีจึงให้ Yukari ไปตามหาเด็กหนุ่มเพื่อพาหนีไปที่ปลอดภัย

ทว่า Shadows ก็ไล่ตามพวกเขาขึ้นมาบนดาดฟ้า เด็กสาวที่อับจนหนทางเลยตัดสินใจยกปืน Evoker เข้าหาศีรษะและลั่นไกเพื่อปลุกบางสิ่งขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพอจนถูกสัตว์ประหลาดทำร้าย Makoto จึงหยิบปืนที่ตกจากมือเธอขึ้นมาและกล่าวประโยคที่เป็นดั่งจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในครั้งนี้ “Persona”

ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตปริศนาก็ได้ทำการฉีกกระฉากศัตรูด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง หลังการต่อสู้ Makoto หมดสติลง ก่อนจะตื่นขึ้นมาใน Velvet Room ห้องที่เปรียบเสมือนพื้นที่ที่เชื่อมจิตใต้สำนึกระหว่างความฝันกับความจริง โดยชายลึกลับนามว่า Igor ได้อธิบายถึงพลังนี้ให้ฟัง ก่อนที่เขาจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในโรงพยาบาล

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย ผู้อำนวยการ Shuji ได้เปิดเผยความจริงว่า เหล่าเด็กนักเรียนในหอพักนี้ต่างก็มีพลังแบบเดียวกับ Makoto และรวมตัวกันภายใต้หน่วย SEES (Specialized Extracurricular Execution Squad) ที่ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อกำจัด Shadows ซึ่งเป็นต้นเหตุของสภาวะผิดปกติอย่าง Apathy Syndrome หรือการสูญเสียความเป็นตัวเอง

แต่เป้าหมายที่สำคัญกว่าคือ การค้นหาความจริงเบื้องหลังของ Tartarus หอคอยขนาดยักษ์ที่ซ้อนทับโรงเรียนในช่วงที่เกิด Dark Hour และเป็นสถานที่ที่ผู้เล่นจะต้องวนเวียนอยู่กับมันไปตลอดทั้งเกม

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

ความสำเร็จของ เพอร์โซน่า 3 รีโหลด ไม่ได้อยู่ที่การรักษาสไตล์ศิลปะหรือพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่ทำได้ดีใน Persona 4 Golden (2012) และ Persona 5 Royal (2019) แต่คือ การเชื้อเชิญให้ผู้เล่นเข้าไปสำรวจเขาวงกตในจิตใจที่อาจทาบทับกับช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตตนเองอย่างน่าประหลาด แต่เหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมที่มอบความรู้สึกที่คุ้นเคยและแปลกใหม่ได้พร้อมกัน ซึ่งนั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่า เพอร์โซน่า 3 รีโหลด ยังคงรักษาแก่นแท้ดั้งเดิมไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะจิตวิเคราะห์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในเนื้อเรื่องและรูปแบบการเล่นภายในเกม

อย่างที่หลายคนพอทราบซีรีส์ Persona ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานของนักจิตวิทยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ Carl Gustav Jung ส่งผลให้ Atlus ตัดสินใจสร้างเกมภาคแยกจากจักรวาล Shin Megami Tensei นี้ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะผลงานก่อนหน้าของพวกเขาโดดเด่นด้วยโทนเรื่องที่มืดมนและการใช้ปีศาจหรือตำนานต่างๆ เป็นเครื่องมือในการสำรวจความขัดแย้งภายในจิตใจมากเกินไป

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

Persona ที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1996 จึงนำเสนอแนวทางที่ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันและอารมณ์ของตัวละครมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความเชื่อมโยงกับจักรวาล Shin Megami เอาไว้ด้วยการเน้นหนักไปที่การแสวงหาตัวตนและการต่อสู้กับปีศาจภายในจิตใจผ่านการตีความแนวคิดใหม่อย่าง เพอร์โซนา (persona), เงา (shadow) และ จิตไร้สำนึกร่วม (collective unconscious) ซึ่งช่วยเพิ่มมิติทางจิตวิทยาให้กับการเล่าเรื่องได้อย่างแยบคาย

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ เพอร์โซน่า 3 และ เพอร์โซน่า 3 รีโหลด ที่ดัดแปลงมาจากรากเหง้าเดียวกันจะสามารถผสมผสานรากฐานที่แข็งแรงนี้เข้ากับการสำรวจเชิงปรัชญาและจิตวิทยาในบริบทที่ร่วมสมัยได้อย่างลงตัวจนกลายเป็นประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาจนถึงทุกวันนี้

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

หากถามว่าเหตุใดเนื้อเรื่องของ เพอร์โซน่า 3 ถึงยังคงได้รับความนิยม คำตอบที่ง่ายที่สุดสุดคงหนีไม่พ้น “ตอนจบของมัน” เพราะนี่คือครั้งเดียวที่เรื่องราวทั้งหมดลงเอยด้วยความตายของตัวเอก แตกต่างจากภาคยอดนิยมอย่าง Persona 4 กับ Persona 5 ที่พวกเขายังได้กลับบ้าน

ด้วยเหตุนี้ปลายทางของ เพอร์โซน่า 3 (รวมถึงภาค Reload) จึงดูมืดหม่นกว่ามาก เพราะมันย้ำเตือนว่า การกอบกู้โลกไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ และผู้ที่ต้องจ่ายราคานั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นตัวเอกที่เราผูกพันมาตลอดทั้งเกม

ที่สำคัญ ปรัชญาว่าด้วยการตามหาความหมายของชีวิตก็เป็นสิ่งที่ทำให้แก่นของ เพอร์โซน่า 3 รีโหลด ทรงพลังอย่างเหลือล้น เมื่อมันหวนกลับมาทำงานกับผู้เล่นที่เติบโตขึ้น ผ่านคำถามง่ายๆ อย่าง เราจะไปที่ไหนหรือทำอะไรได้บ้างในโมงยามที่ทุกก้าวย่างเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่นั่นก็อาจเป็นความงดงามของการมีชีวิตด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จะหลงทาง หรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากน้อยเพียงใด ทุกสิ่งอย่างที่ผ่านพ้นมาล้วนหล่อหลอมให้เราเป็นเราในวันนี้ และภายใต้โชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงเวลาจึงกลายเป็นอีกหนึ่งธีมสำคัญของเรื่องราว

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

เช่นเดียวกับตัวเอกอย่าง Makoto และเหล่าผู้คนที่ต่างแสวงหาการเยียวยาภายในเกม ไม่ว่าจะเป็นคู่รักที่สูญเสียลูก พระที่ตกอับ ชายหนุ่มที่กำลังจะตาย หรือหญิงสาวที่หลบหนีเข้าสู่โลกเสมือน ทุกคนต่างต้องการเวลาและเครื่องยึดเหนี่ยวเพื่อก้าวเดินต่อไป ตรงจุดนี้เองที่ เพอร์โซน่า 3 รีโหลด ใช้ระบบ Social Link เพื่อผลักดันให้ผู้เล่นแบ่งปันช่วงเวลาร่วมกับผู้อื่นผ่านความสัมพันธ์ที่เข้มข้นทางอารมณ์ ซึ่งไม่มากก็น้อยการพบเจออันเปราะบางเหล่านี้ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพที่จริงใจและยากจะทำลาย

ถึงกระนั้น ในโลกที่กำลังล่มสลายเพราะโรค Apathy Syndrome ที่แผ่ขยายอย่างรวดเร็ว Makoto และเพื่อนๆ ก็ยังคงต้องหาสมดุลระหว่างการกอบกู้โลกกับการเป็นนักเรียน การปีนหอคอย Tartarus ที่ไร้จุดสิ้นสุดจึงซ้อนทับกับภาระที่โรงเรียนอย่างเลี่ยงไม่ได้ พวกเขายังต้องอ่านหนังสือ ไปสอบ และบางครั้งก็ไปทำงานที่คาเฟ่เพื่อหาเงินเล็กๆ น้อยๆ

การไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดของหอคอยในช่วงท้ายเกมจึงหลอมรวมเข้ากับจังหวะการเล่าเรื่องและระบบ Combat ได้อย่างลงตัว เพราะมันไม่ใช่แค่การเผชิญหน้ากับบอสที่เป็นตัวแทนความตาย แต่ยังเผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ถักทอร่วมกันมาตลอดการเดินทางด้วย

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

ประโยคที่ขมวดเรื่องราวของ Persona 3 Reload ได้ดีที่สุดก็อาจมาจาก Akinari Kamiki ที่บอกไว้ว่า “สำหรับฉัน หรือนาย หรือใครก็ตาม แค่มีชีวิตอยู่ก็ทำให้ชีวิตของเรามีความหมาย” คำพูดนี้ไม่เพียงตอกย้ำแก่นของเกมที่ให้คุณค่ากับปัจจุบัน แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงตัวตนของ Makoto ที่เติบโตมาอย่างว่างเปล่าและโดดเดี่ยวหลังสูญเสียครอบครัวไปจากอุบัติเหตุในอดีต ซึ่งเหตุการณ์นั้นได้ผูกโยงเขาเข้ากับแกนหลักของเรื่องทั้งหมด

คำถามที่ตามมาคือ เด็กหนุ่มต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการยอมรับชะตากรรมที่แท้จริงของตน และเขาเหลือเวลาอีกเท่าไรก่อนที่นาฬิกาจะนับถอยหลังไปถึงจุดสิ้นสุด แม้คำถามนี้จะไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เกมก็สะท้อนความสัมพันธ์ของเรากับเวลาได้อย่างลึกซึ้ง เพราะไม่ว่าอนาคตจะถูกชี้นำด้วยความหวังหรือความกลัว สิ่งเดียวที่ทำได้คือเผชิญหน้ากับมัน

[Review] 30 ปี Persona กับ Persona 3 Reload เมื่อเกมทำให้เราหันกลับมาทบทวนคุณค่าชีวิต

เชื่อว่าหลายคนคงสามารถพูดถึงความประณีตของเนื้อเรื่อง ความลื่นไหลของระบบต่อสู้ หรือเพลงประกอบได้อีกยาวไกล แต่ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ของแต่ละคนแตกต่างกันคือความทรงจำที่ผูกพันกับเรื่องราวดั้งเดิม ยิ่งไปกว่านั้น Persona 3 และ Persona 3 Reload ไม่ได้เป็นเกมที่เล่นจบแล้วจบเลย หากแต่ทำให้ผู้เล่นหันกลับมาทบทวนคุณค่าของชีวิต คุณค่าที่เราอาจเคยตั้งคำถามและคิดว่าไร้ความหมาย แต่เมื่อถอยออกมามอง กลับพบว่ามันงดงามกว่าที่นึกฝันเอาไว้

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Gamerculture (เกม)

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save