T1 - Netmarble - Year 2026
RF Online
RF Online
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
หนัง

[Review] Resident Evil สมการรอคอย! หนึ่งในการดัดแปลงจากเกมสู่ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด

จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อไรเดอร์ต้องไปส่งสินค้าที่แรคคูนซิตี้

เขียนโดย Biliebluu

แทบเป็นคำสาปของวงการเกมไปแล้ว เมื่อเกมใดที่มีแผนถูกสร้างเป็นภาพยนตร์จะต้องบ้ง และพังลงอย่างไม่เป็นท่า กลายเป็นความเคยชินต่อการผิดหวังของเหล่าเกมเมอร์ไปเสียแล้ว จนการมาของ Resident Evil หนังผีชีวะเรื่องล่าสุดที่มีเนื้อหาบางส่วนอ้างอิงมาจากเกม

เรสซิเด้นท์อีวิล คือแฟรนไชส์เกมชื่อดังจากค่ายเกมอย่าง CAPCOM เกมเอาชีวิตรอดท่ามกลางความสยองขวัญจากเหล่าซอมบี้ หรือผีชีวะ และเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ทำให้เกิดภาคต่อตามมาอย่างต่อเนื่อง และจากการประสบความสำเร็จ ก็ได้ถูกถ่ายทอดไปทั้งรูปแบบ นิยาย หนัง หรืออนิเมชั่นอีกด้วย

ก่อนจะมาเป็นภาพยนตร์ Resident Evil (2026) ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกต่อการนำเกมชื่อดังมาดัดแปลงให้เป็นหนังฉายโรง แต่มันเคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วที่ไม่ต่ำกว่า 7 เรื่อง แม้บางฉบับจะถูกออกแบบมาให้อ้างอิงกับเกมอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังสร้างความขัดใจให้เหล่าเกมเมอร์

โดยเฉพาะฉบับล่าสุด Resident Evil: Welcome to Raccoon City (2021) ที่สร้างความไม่น่าพอใจ ทั้งบท และเนื้อเรื่องที่ไม่เข้มข้น ไปจนถึงการแคสต์นักแสดงที่ไม่ตรงปกกับการมารับบทตัวละครที่พวกเขารัก จนกระทั่งในปี 2026 ก็ได้สร้างเสียงฮือฮาอีกครั้ง เมื่อ Resident Evil (2026) จะเป็นการตีความเรื่องราวแบบใหม่ ที่ยังมีโครงเรื่องบางส่วนที่อ้างอิงมาจากเกม ในขณะเดียวกันก็เปิดอิสระให้ผู้สร้างได้สร้างสรรค์เรื่องราวฉบับใหม่ในแบบของตัวเอง

Resident Evil

เรสซิเด้นท์อีวิล (2026) เป็นเรื่องราวของ ไบรอัน ไรเดอร์หนุ่มที่ได้รับออเดอร์เงินดี ให้ไปส่งของในเมืองแรคคูนซิตี้ แต่เหตุการณ์ก็จะดูไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อเขาต้องพบเจอฝันร้ายรอบตัวจากผู้คนที่ดูไม่ใช่มนุษย์ ซ้ำร้ายพวกมันยังออกตามไล่ล่าเอาชีวิตเขาอีกด้วย เขาจึงต้องฝ่าความเลวร้าย เอาตัวรอด เพื่อนำของไปส่งยังที่หมายให้ได้

โดยหนังได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Zach Cregger หลังจากที่ฝากความหลอนไว้กับผลงานล่าสุดอย่าง Weapons (2025) พร้อมได้นักแสดงคนเดิมอย่าง Austin Abrams กลับมาร่วมงานอีกครั้งในบทบาทของ ไบรอัน

(บทความนี้มีการเปิดหาเนื้อหาบางส่วนภายในหนัง)

[Review] Resident Evil สมการรอคอย! หนึ่งในการดัดแปลงจากเกมสู่ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด

กลายเป็นหนึ่งความแปลกใหม่ และวิสัยทัศน์อันกว้างไกล เมื่อ เรสซิเด้นท์อีวิล (2026) กลายเป็นผลงานที่มอบอิสระให้ผู้กำกับ Zach Cregger ได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้แบบที่เขาอยากทำ ขณะเดียวกันในความที่ตัวผู้กำกับเป็นผู้ที่หลงใหลกับเกมแฟรนไชส์ เรสซิเด้นท์อีวิล และสามารถเข้าใจเนื้อหาของเกมได้ไม่ต่างจากผู้เล่น มันจึงกลายเป็นภาพยนตร์ที่สามารถมอบการมีส่วนร่วมทางความรู้สึก ระหว่างผู้ชมและตัวหนังได้เป็นอย่างดี

เรสซิเด้นท์อีวิล (2026) จะไม่ใช่หนังที่มีการเปิดตัวพระเอกจากเกมอย่าง ลีออน เคนเนดี แต่จะเป็นการเล่าผ่านมุมมอง ไบรอัน ไรเดอร์หนุ่มดวงซวยที่ไม่รู้สีรู้สากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพียงชายธรรมดาในสถานการ์อันเลวร้าย

[Review] Resident Evil สมการรอคอย! หนึ่งในการดัดแปลงจากเกมสู่ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด

มันจึงเป็นเหมือนการเล่าหนังแบบครึ่งทาง โดยเป็นความสยองแบบใหม่ที่ยังคงมีเค้าโครงเดิมจากสถานการณ์ภายในเกม โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองแรคคูนซิตี้ ซึ่งเป็นจุดกำเนิด และสถานที่อันน่าจดจำของแฟรนไชส์เกม และต่อเหล่าเกมเมอร์มากที่สุด

ในส่วนโทนการเล่าหนังภายใต้การกำกับของ Zach Cregger ก็สามารถทำออกมาได้ลุ้นระทึก ไม่ต่างจากผลงานที่ผ่านมาของเขาเลยแม้แต่น้อย การหยิบนำเสนอความหลอนของผีชีวะที่ฆ่ายาก อึดทน ผ่านการต้องเอาชีวิตรอดของตัวละครไบรอัน ชายหนุ่มที่แทบไม่มีทักษะการต่อสู้ และรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ยิ่งสร้างความอึดอัด และลุ้นระทึกไปกับจังหวะเสี่ยงตายที่ทำเอาผู้ชมหายใจได้ไม่ทั่วท้องแทบจะตลอดทั้งเรื่อง

น่าจับตาที่ เรสซิเด้นท์อีวิล (2026) อาจจะเป็นหนึ่งในมาตรฐานของการดัดแปลงจากเกมสู่ภาพยนตร์ และยังคงคุณภาพที่ซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับมากที่สุด กลายเป็นหนึ่งในผลงานคุณภาพที่ตอกย้ำว่าการหยิบนำเกมมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ควรมีการสร้างสรรค์ที่เหมาะสม และซื่อสัตย์ต่อเกมต้นฉบับ เพื่อให้เกิดความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วม และได้รับความบันเทิงที่มาในรูปแบบอรรถรสทางภาพยนตร์ เกิดเป็นความจริงใจแก่ผู้ชม และไม่รู้สึกจำเจหากได้รับการปรับเนื้อหาให้มีความใหม่แต่ยังควบคู่ตามหลักของเกมได้

ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ภายในหนัง เช่น พฤติกรรมการเก็บอาวุธ เก็บกระสุน ของตัวละครไบรอัน ที่เป็นสิ่งที่ผู้เล่นในเกมจะต้องค้นหาสำรวจ การมีอุปสรรคจากแม่กุญแจที่สร้างความน่าหงุดหงิดกับไบรอัน ไปจนถึงพฤติกรรมฆ่ายากของเหล่าผีชีวะที่ไบรอันต้องเผชิญ

[Review] Resident Evil สมการรอคอย! หนึ่งในการดัดแปลงจากเกมสู่ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด

การออกแบบเหล่าซอมบี้ หรือผีชีวะภายในหนังก็สร้างความสะอิดสะเอียดได้ไม่ต่างจากฉบับของเกม มันไม่ใช่แค่ซอมบี้เดินดินทั่วไป แต่ยังมีประเภทที่มีความสามารถพิเศษที่จะใช้จู่โจมเหยื่อ เช่น หนวดพิเศษ ไปจนถึงการวิวัฒนาการจนเกิดเป็นรูปร่างอันน่าสยดสยอง ก็แทบเป็นกลิ่นอายความสยองที่ยังได้รับการอ้างอิงมาจากเกม

หนึ่งสิ่งที่น่าเซอไพส์ และน่าติดตามกับหนัง เรสซิเด้นท์อีวิล (2026) จึงเป็นการมีบทบาทของกลุ่มคนจากหน่วย Umbrella ซึ่งผู้เล่นเกมมาก่อนก็น่าจะคุ้นเคยกันอย่างดี ซึ่งก็เชื่อว่าหลายคนก็คงคาดหวังว่าอาจจะมีตัวละครจากเกมมามีบทบาทภายในหนังเรื่องนี้หรือไม่ แต่หนังก็ไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาให้เห็นได้ชัด เป็นเพียงการอ้างอิงเพื่อให้เนื้อหาของหนังยังคงดำเนินตามแบบของเกม

[Review] Resident Evil สมการรอคอย! หนึ่งในการดัดแปลงจากเกมสู่ภาพยนตร์ที่ดีที่สุด

สำหรับนักแสดง Austin Abrams ก็สามารถมอบบทบาทการแสดงของคนที่ไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเมืองแรคคูนซิตี้ ได้อย่างน่าชื่นชม ตัวละคร ไบรอัน เปรียบเสมือนมุมมองผู้ชมที่รู้เหตุการณ์ไปพร้อมกับตัวละคร เป็นตัวละครธรรมดา ที่แค่ต้องเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์อันเลวร้าย ความน่าติดตามจึงกลายเป็น ไบรอัน คือตัวละครใหม่ที่ไม่ได้อ้างอิงจากเกม

มันจึงทำให้เรื่องราวของไบรอันน่าเอาใจช่วย และทำให้อยากทราบบทสรุปถึงตัวละครนี้ว่าจะไปลงเอยอย่างใด จึงแทบเรียกได้ว่า การแสดงในบทบาทของไบรอันจาก Austin Abrams แทบจะกลายเป็นภาพจำใหม่ของเขามากกว่า หนังเรื่องก่อนอย่าง Weapons (2025) ไปอย่างไม่น่าสงสัย

จุดน่าสังเกตจึงเป็นบทสรุปของหนังที่สร้างความคาใจ หลังจากที่ไบรอันติดเชื้อ และกลายร่างอาละวาด ซึ่งก็แอบชวนให้นึกถึงการกลายร่างของตัวละครในเกมอย่าง วิลเลียม เบอร์กิน อย่างไรก็ตามหนังเลือกที่จะตัดจบลงเพียงเท่านั้น ทำให้ผู้ชมก็ไม่ได้ทราบชะตากรรมต่อไปของไบรอัน

อีกทั้งความยาวหนังก็มีความสั้นพอสมควร กับความยาวเพียง 1 ชั่วโมง 34 นาที ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย เพราะหนังสามารถมอบความระทึกตื่นเต้นได้ถึงขีดสุด แต่กลับไม่สามารถมอบบทสรุปที่กลมกล่อมทางอารมณ์ หรือหาทางลงให้กับหนังอย่างแนบเนียนได้

นอกจากนี้คงเป็นเรื่องของความเป็นหนังของ Zach Cregger มันจึงทำให้หนังมีจังหวะที่สอดแทรกมุกตลก ไปจนถึงการเสียดสีเกมต้นฉบับเพื่อเป็นสีสันให้กับหนัง ซึ่งก็อาจจะมีความหลุดโทนการเล่าไปเล็กน้อย กับสถานการณ์อันน่ากดดันแต่กลับได้ความตลกมาแทนในบางฉาก

Resident Evil

อย่างไรก็ดี Resident Evil (2026) ยังถือเป็นผลงานที่น่าทึ่ง และน่าเป็นบทเรียนให้กับเหล่าเกมที่มีแผนอยากสร้างสรรค์เรื่องราวออกมาเป็นรูปแบบภาพยนตร์ในอนาคต เป็นการลบภาพจำกับหนังที่ถูกสร้างจากเกมมักไม่ดี ให้กลายเป็นผลงานที่รัก และน่ายอมรับจากเหล่าแฟนเกม หรือเกมเมอร์ได้

อีกทั้งการมอบอิสระให้กับผู้สร้างได้มีอิสระทางความคิดอย่างไม่ปิดกั้นก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจทางตัวบท จนชวนให้อยากมารับชม และอาจเกิดเป็นผลงานภาพยนตร์ที่มีคุณภาพได้เช่นกัน

ติดตามข่าวภาพยนตร์และซีรีส์จากเกมเพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)

IMDb

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save