T1 - Netmarble - Year 2026
RF Online
RF Online
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
การ์ตูน

[Review] The Ribbon Hero การตีความใหม่ที่นำไปสู่หายนะ

ผลงานที่ได้ชื่อว่าดัดแปลงมาจาก Ribbon no Kishi (1963–1966) หนึ่งในมังงะที่เป็นต้นแบบให้กับการ์ตูนโชโจหรือการ์ตูนตาหวานของนักเขียนระดับตำนาน

เขียนโดย ban.kk

นับตั้งแต่ที่โปสเตอร์ของ The Ribbon Hero ออกสู่สายตาของสาธารณชน คำถามหนึ่งที่ยังคงวนเวียนอยู่จนถึงวันที่หนังฉายคือ การตีความใหม่นี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่?

[Review] The Ribbon Hero การตีความใหม่ที่นำไปสู่หายนะ

เพราะนี่คือผลงานที่ได้ชื่อว่าดัดแปลงมาจาก Ribbon no Kishi (1963–1966) หนึ่งในมังงะที่เป็นต้นแบบให้กับการ์ตูนโชโจหรือการ์ตูนตาหวานของนักเขียนระดับตำนาน เทะสึกะ โอซามุฉะนั้นการจะไปแตะต้องอะไรบางอย่างที่แฟนๆ รู้สึกขัดใจก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้หากพวกเขาจะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เจ้าหญิงอัศวินที่ตัวเองเคยรู้จัก

และความกังวลนี้ก็ดูจะเป็นจริงตามนั้น เพราะเนื้อหาของ The Ribbon Hero ก็ดูไม่ได้มีอะไรที่ยึดโยงกับต้นฉบับเท่าไรนัก อันที่จริงจะบอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเหมือนจักรวาลคู่ขนานที่อ้างอิงมาจากต้นฉบับอย่างหลวมๆ ก็ว่าได้ ไม่มีชาติกำเนิดที่เกิดมาพร้อมกับ ‘หัวใจสองดวง’ (ชายและหญิง) ไม่มีเทวดาตัวน้อย ไม่มีเจ้าชาย และไม่มีแม้แต่ขุนนางจอมละโมบ

เนื่องจากการผจญภัยของ แซฟไฟร์ เริ่มต้นจากจุดที่อาณาจักรซิลเวอร์แลนด์ล่มสลายด้วยฝีมือของสัตว์ประหลาดยักษ์ที่เรียกว่า เนอร์กัล ซึ่งพ่อแม่ รวมถึงประชาชนทั้งหมดได้ล้มหายตายจาก เหลือเพียงแค่คนรับใช้ผู้ซื่อสัตย์อย่าง เซอร์โก ที่รอดชีวิตและดูแลเธอจนสามารถหนีมาที่อาณาจักรโกลด์แลนด์ได้

ณ ที่แห่งนั้น แซฟไฟร์จะได้พบกับเพื่อนมากมายที่คอยช่วยเหลือและเยียวยาเธอจากความสูญเสีย แต่ทว่าภัยพิบัติที่กลืนกินทุกสิ่งอย่าง เนอร์กัล ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แซฟไฟร์ที่ได้รับพลังในการแปลงร่างเป็นอัศวินริบบิ้น (Ribbon Hero) จึงต้องออกมาต่อสู้เพื่อปกป้องไม่ให้ดินแดนแห่งนี้ต้องประสบพบเจอกับชะตากรรมแบบเดียวกับเธอ

The Ribbon on Hero

เกริ่นก่อนว่า สำหรับใครที่ไม่เคยอ่านหรือดูแอนิเมชั่นที่ออกฉายในปี 1967–1968 อาณาจักรโกลด์แลนด์คือ บ้านเกิดของเจ้าชาย Frantz หนึ่งในตัวละครที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อแซฟไฟร์ ซึ่งนอกจากเขาแล้ว การที่ผู้กำกับ ยิกิ อิการาชิ ตัดสินใจที่จะตัดหลายสิ่งหลายอย่างออกไปก็เป็นเรื่องน่าสงสัยว่าเหตุใดเขาถึงเลือกเส้นทางนี้ เพราะถึงแม้เจ้าตัวจะให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ใช่คนที่เหมาะสมในการนำเสนอประเด็นเรื่อง Gender Identity คำถามคือเราจะเรียกภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าดัดแปลงมาจาก Ribbon no Kishi ได้จริงหรือ? ในเมื่อแก่นสารของมันถูกตัดออกไปจนเหลือเพียงแค่ความบันเทิงเพียงชั่ววูบ

พูดกันตามตรง The Ribbon Hero ดำเนินเรื่องแบบเถรตรงมาก ตั้งแต่วินาทีที่แซฟไฟร์สูญเสียทุกอย่าง ไล่ยาวมาจนถึงห้วงเวลาที่เธอได้พบกับเพื่อนใหม่ และได้รับพลังในการกำจัด Nergal จนต้องมาจับพลัดจับผลูทำงานร่วมกับ เวลเว็ท หนึ่งในผู้บริหารขององค์กรศาสนา “มิธรา” ที่ปกครองอาณาจักรโกลด์แลนด์ ซึ่งตัวละครนี้ก็ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ทางเพศที่หลากหลายและร่วมสมัย เพราะหากดูจากคาแร็คเตอร์ดีไซน์ เวลเว็ทเป็นหนุ่มหน้าสวยที่แต่งองค์ทรงเครื่องเหมือนผู้หญิง ทำให้ผู้ชมเองก็คงจะพออนุมานได้ว่าเขานี่แหละคือตัวแทนของเส้นแบ่งระหว่างความเป็นชายและหญิงที่แต่เดิมควรจะยึดโยงอยู่กับแซฟไฟร์

The Ribbon on Hero

การสร้างตัวละครออริจินอลในแบบของตัวเองถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่การใส่แกนหลักที่โดดเด่นในต้นฉบับเข้าไปในตัวละครใหม่ก็อาจเป็นการกระทำที่ส่งผลให้ผู้ชมรุ่นเก่าไม่ค่อยพอใจนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมุมมองที่มีต่อแซฟไฟร์ถูกเปลี่ยนจากเธอจะอยู่ในฐานะผู้ชายหรือผู้หญิง? เป็นเธอจะกลายเป็นฮีโร่และปกป้องผู้คนได้อย่างไร? ซึ่งอิการาชิเองก็เคยแสดงความเห็นในทำนองว่า ตัวเขาสนใจความเป็นฮีโร่ของแซฟไฟร์มากกว่าพล็อตเรื่องเดิมทั้งหมดและจะนำแนวคิดนั้นมาแปลงเป็นเรื่องราวของเธอ

แต่ปัญหานี้จะไม่เกิดหากเวลเว็ทมีพลังมากพอที่สื่อสารสาระสำคัญตรงนั้น แต่ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามเพราะบทบาทของเขาแทบจะไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอะไรต่อเนื้อเรื่องเลย หรือจะพูดว่าเสน่ห์ของตัวละครนี้เริ่มต้นจากในตัวอย่างและมันก็จบลงที่ตรงนั้นก็คงไม่ผิดเสียทีเดียว

The Ribbon on Hero

อีกอย่างด้วยแอร์ไทม์ที่จำกัด การใส่ตัวละครสมทบเข้าไปเป็นจำนวนมากเหมือนซีรีส์ยาวปี 1967–1968 โดยที่ไม่เกลี่ยบทให้ดีก็ดูจะเป็นสิ่งที่รบกวนใจไม่น้อย โดยเฉพาะวิธีการเล่าความสัมพันธ์ของตัวละครที่ไม่มากก็น้อยส่งผลต่อความเข้าอกเข้าใจที่ผู้ชมมีต่อพวกเขา เช่น ไพน์ เด็กสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทของแซฟไฟร์ที่เราแทบจะไม่รู้ลึกตื้นหนาบางอะไรเกี่ยวกับเธอเลย, โจโรกิ เด็กหนุ่มขี้กลัวที่ถึงแม้จะมีบทน้อยกว่า แต่ก็ดูมีพัฒนาการที่ชัดเจนกว่า

ทว่าด้วยความที่เล่าออกมาแบบครึ่งๆ กลางๆ ก็ทำให้การเสียสละของเขาท้ายเรื่องดูไม่ได้มีน้ำหนักเท่าที่ควรจะเป็น และ เฮคาเตะ กับ ร็อค เพื่อนร่วมทีมนักขุดเหมืองที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า การมีอยู่ของพวกเขามีประโยชน์อันใด นอกจากเป็นแฟนเซอร์วิสให้แก่คนเคยดู จนท้ายที่สุดมันนำไปสู่คำถามที่ว่าแท้จริงแล้วกลุ่มเป้าหมายของภาพยนตร์เรื่องนี้คือใคร?

แน่นอนว่าแซฟไฟร์เองก็อยู่ในขอบข่ายเดียวกัน เพราะด้วยความที่เปิดมาราวกับอยู่กลางเรื่อง ผู้ชมจึงไม่รู้ว่าพื้นเพรากเหง้าหรือจุดกำเนิดของเธอเป็นอย่างไร ความสูญเสียและการอยากปกป้องผู้อื่นที่เด็กสาวต้องการจะทำเลยดูเบาบางตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้รับพลังจากริบบิ้นก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะทำท่าคลับคล้ายคลับคลาว่าจะพาเธอเดินไปในทิศทางของคำว่า “หน้าที่” และ “ความรับผิดชอบ” มากกว่า “การทำตามหัวใจตัวเอง” ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนเกิดจากการเล่าเรื่องที่ย่ำแย่จนสร้างความคลุมเครือให้แก่ตัวละครแทนที่จะให้คำตอบที่ชัดเจน

โดยปริยายปมเรื่องการสูญเสียอาณาจักรและความจริงที่ว่าตนเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่ต้องจบชีวิตลงจึงถูกลอยแพไปอย่างน่าเสียดาย และสิ่งที่น่างุนงงยิ่งกว่าคือ ตัวเอกของเรื่องเป็นตัวละครหญิง แต่ตัวละครที่ดูน่าสนใจหลายๆ ตัวในเรื่องกลับเป็นตัวละครชายเสียอย่างนั้น

[Review] The Ribbon Hero การตีความใหม่ที่นำไปสู่หายนะ

อย่างไรก็ตาม แก่นเรื่องของ The Ribbon Hero ก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายอะไร มันว่าด้วยชีวิตของเด็กๆ ที่ต้องดิ้นรนและอาศัยอยู่ในโลกที่พังทลายลงเพราะผู้ใหญ่ยอมจำนนให้กับธรรมชาติ การต่อสู้ของพวกเขาจึงสะท้อนถึงความหวังที่ตัวเองมีต่ออนาคต ขณะเดียวกันการหมอบราบโดยที่ไม่คิดจะแก้ปัญหาใดๆ ก็แสดงถึงความสิ้นหวังและความไม่เอาไหนของคนรุ่นเก่าเช่นเดียวกัน

แต่ก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้น พอทุกสิ่งอย่างถูกเล่าออกมาเพียงผิวเผิน องค์ประกอบเหล่านี้จึงไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้ชมเชื่อได้ว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีความสมเหตุสมผล โดยเฉพาะการวางตัวร้ายหลักของเรื่องซึ่งเป็นจุดที่มีปัญหาอย่างมาก เพราะเมื่อดูจบเราก็อาจจะต้องกลับมาครุ่นคิดว่าตัวละครใดคือคนที่สมควรจะอยู่ในตำแหน่งนี้? และนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน

ตัวของแซฟไฟร์ก็ได้รับผลกระทบแบบเดียวกัน หรือบางทีอาจหนักหนายิ่งกว่าในแง่ของมิติตัวละคร อย่างที่รู้เธอสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปจากการโจมตีของเนอร์กัลที่ในเรื่องแทบจะไม่บอกกล่าวเลยว่าพวกมันมีที่มาจากอะไร แต่ครั้นจะบอกให้ผู้ชมไปตีความกันเอาเอง เรื่องราวก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจในส่วนนี้มากนัก

ที่สำคัญ เมื่อถึงช่วงที่ต้องขมวดปมว่าเธอสามารถยอมรับการจากไปของพ่อแม่ได้ สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่ความรู้สึกที่ซาบซึ้งกินใจ หากแต่เป็นคำถามว่าแซฟไฟร์ยังทำใจเรื่องนั้นไม่ได้ตอนไหน เนื่องจากเราแทบจะไม่รู้ข้อมูลอะไรของพ่อแม่เธอเลยและเด็กสาวเองก็ดูจะไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

[Review] The Ribbon Hero การตีความใหม่ที่นำไปสู่หายนะ

แม้ The Ribbon Hero จะมีข้อครหาอยู่หลายส่วน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงยืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางปัญหาเหล่านั้นก็คือ คาแร็คเตอร์ดีไซน์ของ เคย์ โมจิซึกิ ผู้ที่มีชื่อเสียงมาจากการออกแบบตัวละคร Baobhan Sith และ Fairy Knight Tristan ในเกม Fate/Grand Order เพราะต่อให้การดัดแปลงในครั้งนี้จะชวนให้ลบความทรงจำที่มีต่อต้นฉบับเพียงใด การออกแบบรูปลักษณ์และเสื้อผ้าหน้าผมของตัวละครในเรื่องก็ยังดูมีเสน่ห์จนยากจะปฏิเสธว่า นี่คือส่วนที่ดีที่สุดของภาพยนตร์

และเมื่อนำเอางานภาพแอนิเมชั่น 2D มาผสมผสานเข้ากับเทคนิคหลายๆ อย่าง เช่น CG, Shadow play, Puppet Animation (คล้ายๆ กับ Stop-motion) รวมถึงภาพถ่ายของสถานที่จริงก็ช่วยทำให้การผจญภัยของแซฟไฟร์ดูลื่นไหลและมีลูกเล่นที่ใกล้เคียงกับผลงานดั้งเดิมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Takarazuka Revue คณะละครเวทีหญิงล้วนชื่อดังของญี่ปุ่นที่ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1913 ณ เมือง ทาคาระซึกะ บ้านเกิดของโอซามุ มากขึ้น

โดยอิการาชิได้อธิบายเบื้องหลังเหล่านี้ว่า มาจากแนวคิดของเขาที่มองว่า ภาพยนตร์ทุกประเภทกำลังค่อยๆ เข้าใกล้ animation ซึ่งคนที่มอบอิทธิพลนี้ให้แก่เขาก็คือ มาโมรุ โอชิ (Ghost in the Shell 1995, Angel’s Egg และ Jin-Roh: The Wolf Brigade) ผู้กำกับแอนิเมชันระดับตำนานของประเทศญี่ปุ่น

[Review] The Ribbon Hero การตีความใหม่ที่นำไปสู่หายนะ

แต่ก็นั่นแหละ หากหายนะที่แซฟไฟร์ต้องรบราฆ่าฟันด้วยคือ เนอร์กัล สำหรับแฟนๆ แล้วสิ่งที่พวกเขาจะต้องต่อสู้หลังจากดูจบก็คงเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่าของตัวเอง เมื่อได้เห็นผลงานมังงะระดับขึ้นหิ้งของวงการถูกนำมาทำโดยคนที่อยากจะจับปลาสองมือ และที่น่าเศร้าที่สุดคือ แม้แต่เขาเองก็อาจจะยังตัดสินใจอย่างเด็ดขาดไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแนวทางไหนหรือฐานผู้ชมแบบไหนคือ สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ควรไปถึง

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)

รับชม The Ribbon Hero ได้ทาง Netflix

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save