T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
หนัง

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

ลุ้นเอาชีวิตรอดทุกวินาทีจากภัยร้ายยุคดึกดำบรรพ์

เขียนโดย Biliebluu

เตรียมลุ้นระทึกกับ The End of Oak Street ผลงานเรื่องล่าสุดของค่าย Bad Robot และการกลับมาของผู้กับสายระทึกในรอบ 8 ปี โดย David Robert Mitchell

เตรียมฝ่ามหาภัย เมื่อพื้นที่ที่อาศัยถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อถนนสายโอ๊คถูกเปลี่ยนให้เป็นสนามล่าของพวกไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์ จากย่านชานเมืองที่เคยสงบสุข สู่การเอาชีวิตรอดหนีตายจากไดโนเสาร์ที่มันพร้อมเข่นฆ่าตามสัญชาติญาณของพวกมัน

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

เรื่องราวดำเนินผ่าน ครอบครัวแพลต ในช่วงปี 80 ครอบครัวที่ดูจะมีปัญหากระทบกระทั่งกันเล็กน้อยจนน่าอึดอัด จนวันหนึ่งพวกเขาก็ได้พบปรากฏการณ์บางอย่างเกิดขึ้นบริเวณรอบพื้นที่ ถนนโอ๊ค เมื่อมันถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ซ้ำร้ายยังมีการปรากฏตัวของเหล่าไดโนเสาร์จากยุคดึกดำบรรพ์อีกด้วย ครอบครัวแพลต จึงต้องร่วมมือกัน และหาทางรอดออกไปจากพื้นที่แห่งนี้

หนังอยู่ภายใต้การกำกับของ David Robert Mitchell ผู้กำกับจากหนังสยอง It Follows เมื่อปี 2014 และนำแสดงโดยนักแสดงระดับท็อปอย่าง Anne Hathaway, Ewan McGregor ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง Maisy Stella และ Christian Convery หนังเรื่องนี้ยังอยู่ในการควบคุมของ J.J. Abrams อีกด้วย

(บทความนี้มีการเปิดหาเนื้อหาบางส่วนภายในหนัง)

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

การรุกรานของเหล่าไดโนเสาร์จากยุคดึกดำบรรพ์ที่ทำให้มนุษย์ต้องแตกตื่น ไม่มีที่ไหนปลอดภัย แม้กระทั่งในช่วงกลางวันแสก ๆ พวกมันพร้อมออกล่าไม่เว้นแม้แต่บนฟากฟ้า The End of Oak Street จึงกลายเป็นหนังระทึกขวัญที่เสริฟ์จังหวะความระทึกมาอย่างต่อเนื่อง

การนำเสนอมุมมองเอาชีวิตรอดของ ครอบครัวแพลต ที่ทำให้ทุกวินาทีชี้เป็นชี้ตาย เขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่ได้มีทักษะการต่อสู้ในระดับสูง แต่เป็นครอบครัวที่มีไหวพริบในการเอาตัวรอด จนทำให้จังหวะหนังมีความน่าติดตาม เมื่อครอบครัวธรรมดา ๆ จะต้องมาเผชิญหน้ากับภัยที่พวกเขาไม่มีทางได้รู้จัก

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

หนังไม่มีการบอกกล่าว หรือนำทางพาผู้ชมไปรู้จักกับภัยที่เกิดขึ้นตรงหน้า ช่วงแรกของหนังจึงเลือกใช้การปูพื้นฐานให้ผู้ชมรู้จักครอบครัวแพลตมากที่สุด การได้รับรู้ปัญหาของ เกร็ก และ เดนิส ว่าเป็นครอบครัวที่มีรอยร้าวและความอึดอัดในใจ พร้อมทั้งลูกสาวและลูกชาย ที่พยามดูสถานการณ์ของพ่อแม่ตัวเองอย่างไม่ห่าง ก่อนจะปรับความเร็วของหนัง และจู่โจมผู้ชมด้วยเหตุการณ์อาละวาดที่เริ่มเกิดขึ้นรอบบริเวณ ถนน โอ๊ค ความผิดปกติของผู้คนที่เอาชีวิตรอดหนีตาย เสียงกรีดร้องจากบ้านรอบข้าง เริ่มนำไปสู่ความระทึกมากขึ้น

จนการปรากฏตัวอย่างเห็นได้ชัดของเหล่าไดโนเสาร์ที่พวกมันไม่ได้มาเป็นมิตร จึงยิ่งทำหนังเริ่มเข้าสู่การเป็นหนังทริลเลอร์ โดยมีเหล่าไดโนเสาร์ที่เป็นภัยคุกคาม และเข่นฆ่ามนุษย์ตามแบบสูตรหนังสัตว์ประหลาดทั่วไป

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

ความน่าสนใจของหนังจึงเป็นเรื่องของการดำเนินเรื่องที่พอเครื่องติด หนังก็สามารถที่จะพาผู้ชมไปสู่ความระทึกที่ต้องลุ้นจนไม่ติดเบาะเก้าอี้ การเล่าหนังที่ทำให้ผู้ชมรู้ก่อนตัวละครในหนัง ก็ยิ่งเป็นวิธีการเลือกใช้ที่ชาญฉลาดของผู้กำกับ David Robert Mitchell มีหลายฉากที่ทำให้ผู้ชมได้เห็นตัวไดโนเสาร์ที่พยามย่อง และคลืบคลานเข้ามาจากด้านหลังตัวละครที่พวกเขาไม่ทันได้สังเกต มันเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มเร้าความระทึก และตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้เชียร์ว่า พวกเขาจะรับรู้ และต่อกรกับภัยร้ายที่ไม่ทันได้สังเกตหรือไม่

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

อีกหนึ่งสิ่งคือการที่หนังมีเซนส์ของความเป็นหนังตลกเล็กน้อย สร้างความรู้สึก Irony ให้กับผู้ชมได้รู้สึก หรือเข้าใจร่วมกัน เมื่ออยู่ดี ๆ วันหนึ่ง เหล่าไดโนเสาร์ก็มาปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่รอบบ้าน บางตัวก็เป็นเพียงไดโนเสาร์กินพืชที่มันเข้ามาแค่รุกรานสวนผัก และกัดกินผักในสวนอย่างไม่รู้เรื่อง ไปจนถึงการผสมพันธุ์กันอย่างโจ้งแจ้งตามประสาของสัตว์ มันจึงกลายเป็นความตลกเล็ก ๆ กับเหล่าบรรดาไดโนเสาร์ที่ไม่ได้รู้พื้นที่ของมนุษย์และใช้ชีวิตตามประสาพวกมัน

หรือไดโนเสาร์ที่มีลักษณะคล้ายงูน้ำที่ลงไปแช่อยู่ในอ่างว่ายน้ำของบ้านรอบข้าง ก็กลายเป็นเซนส์ความตลกที่หนังทำให้ไม่ได้รู้สึกตึงเครียด เป็นเหมือนการจัดหมวดข้อมูล ว่าเหล่าไดโนเสาร์มีทั้งแบบที่ไม่ได้เป็นภัยต่อมนุษย์ และพวกที่อันตรายจนไม่ควรยุ่ง

จนกระทั่งถึงช่วงกลางของหนังที่ให้ความรู้สึกเป็นการตบหน้าผู้ชมว่าหนังจะไม่ออมมือกับผู้ชมอีกต่อไป นั่นคือการตัดบทของตัวละคร เกร็ก ผู้เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัว ที่พยามเข้าช่วยเหลือ เดนิส แต่พลาดท่าถูกไดโนเสาร์กัดกินจนสิ้นใจ สร้างความสะเทือนใจให้กับ เดนิส และลูก ๆ เมื่อสามีที่รักต้องจากไปต่อหน้าต่อตา รวมถึงทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนผู้ชมแทบไม่เชื่อว่า หนังจะมอบบทลงโทษจากความพลาดของตัวละครได้อย่างโหดเหี้ยม ซึ่งตรงนี้ก็ปูทิศทางให้ครอบครัวแพลตเริ่มแข็งแกร่งจากบทเรียนของการจากไปของเกร็ก

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

นำไปสู่บทสรุปช่วงท้ายที่หนังมีเล่นเรื่องของ รูหนอนที่สามารถย้อนเวลาได้ โดยตรงนี้หนังก็ไม่ได้มีการให้ข้อมูลกับผู้ชมถึงที่มาที่ไปแต่อย่างใด ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น จะเป็นการทดลองที่ผิดพลาด หรือปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหนังก็ไม่ได้พูดถึง แต่บทสรุปได้นำพาครอบครัวแพลตย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ก่อนเกิดเรื่องราวหายนะทั้งหมด และทำให้พวกเขาได้พบเจอกับเกร็กตอนที่ยังมีชีวิตอีกครั้ง

และปิดบทสรุปด้วยการที่เดนิสเป็นผู้ปกป้องชาวเมืองทุกคนด้วยการเตือนถึงภัยร้ายที่จะเกิดขึ้น จนทำให้ทางการออกมากู้สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างหวุดหวิด เป็นการปิดจบบทสรุปผ่านฟุตเทจผู้ให้สัมภาษณ์ที่อ้างอิงถึงการกระทำของเดนิสที่มาปกป้องทุกคนไว้ จึงเรียกได้ว่า The End of Oak Street อาจจะไม่ได้มีฉากไคลแมกซ์ในช่วงท้ายแบบการต่อสู้กันระหว่างไดโนเสาร์แบบหนังสัตว์ประหลาดเรื่องอื่น ๆ

ข้อน่าสังเกตของหนังจึงเป็นเรื่องของการไม่มีที่มาไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หนังไม่มีการเฉลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เป็นเพียงหายนะ ที่ตัวละครต้องเผชิญและเอาตัวรอดจากสถานการณ์ไปให้ได้ รวมถึงการที่มีเรื่องของการย้อนเวลาไปหาคนที่จากไป ก็ทำให้หนังแอบดูจะหลุดไปเล็กน้อย แต่หากชมเป็นความบันเทิง ความแฟนซี ก็อาจจะมองข้ามไปในจุดนี้ได้ เพราะหนังก็มีพื้นความสัมพันธ์ของครอบครัวแพลตที่ปูมาอย่างอบอุ่น จนทำให้การย้อนเวลาไปเจอกันอีกครั้งดูซาบซึ้งต่อการกลับมาเป็นครอบครัวที่กลมเกลียวกันได้อีกครั้งหนึ่ง

[Review] The End of Oak Street จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อไดโนเสาร์มาปรากฏตัวในหมู่บ้าน

อย่างไรก็ดี The End of Oak Street ก็ยังถือเป็นหนังที่มีความสนุก จากการแสดงของนักแสดงที่พาให้อิน ลุ้นให้พวกเขารอดไปจนถึงตอนท้าย และเพลิดเพลินได้จากจังหวะหนังที่รวดเร็วแบบกำลังพอดี มีความตื่นเต้นเป็นระยะที่ไม่รู้สึกน่าเบื่อ กลายเป็นว่าพอถึงบทสรุปจบก็เกิดความรู้สึกว่าหนังมีความสั้นเกินไปจากเวลา 1 ชั่วโมง 39 นาที ที่ยังคงให้ความรู้สึกว่าหนังปิดบทสรุปไวไปเสียนิด ยังไม่เชื่อว่าจะจบลงอย่างนี้ เพราะหนังยังดูมีเรื่องราวที่สามารถเล่าต่อได้อีก

รวมถึงฉากไคล์แมกซ์ที่ไม่โดดเด่นจนอะดรีนาลีนต้องพุ่งพล่านไปสู่ระดับพีค หนังยังสามารถนำเสนอถึงสายพันธุ์ต่าง ๆ ของไดโนเสาร์ให้ได้ชมตามหลักชีววิทยาอีกด้วย เช่น การออกแบบพวกมันให้มีขน เรียกได้ว่าแฟนหนังที่มีความรู้ หรือความชื่นชอบเรื่องราวของไดโนเสาร์ก็น่าจะเหมาะสมกับการรับชมหนังเรื่องนี้ไม่น้อย

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)

IMDb

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save