The Quintessential Quintuplets เจ้าสาวผมเป็นแฝดห้า เล่าแบบอนิเมะแต่ดันจบสมจริง
คนเข้าวินขัดใจ แต่กองอวยไม่ตีกัน?

ทำไมตอนจบของ The Quintessential Quintuplets เจ้าสาวผมเป็นแฝดห้า ถึงทั้งอบอุ่นและขัดใจในเวลาเดียวกัน พร้อมมองความสัมพันธ์ของฟูทาโร่และโยตสึบะในมุมที่ใกล้เคียงชีวิตจริงมากที่สุด

บางทีสงครามกองอวยอาจเกิดขึ้นมาตั้งแต่มนุษย์ถือกำเนิดเพียงแต่เรายังไม่เกิดเลยไม่รู้ แต่สิ่งที่เราทุกคนรู้ดีนั้นคือมันมักเกิดขึ้นเสมอเมื่อมี “อนิเมะฮาเร็ม” ที่มีสาวๆสุดน่ารัก 2 คนขึ้นไป ซึ่งในอนิเมะหลายเรื่องก็ขึ้นหิ้งในด้านความลึกวึ้งในด้านความรัก บางเรื่องก็เน้นดราม่าว่าใครจะเข้าวิน หรืออีกหลาย ๆ เรื่องก็เน้นเซอร์วิสหน้าอกหน้าใจ ไม่ใส่แก่นสารสาระให้เราคบคิดอะไรเลยก็มี
ซึ่งในช่วงหลังนี้ก็เริ่มมีผู้คนเริ่มถอยห่างจากแนวฮาเร็มไปเยอะเพราะไม่อยากผิดหวังในตอนจบ เว้นแต่เรื่องนั้นจะเป็นแนวต่างโลกที่การเหมาสาวๆ ทั้งเรื่องเป็นเรื่องปกติในโลกนั้น ๆ

แต่หากเป็นฮาเร็มแนวดราม่าในโลกปกตินั้นการเหมาจึงเกิดขึ้นได้ยาก เว้นแต่จะเป็นแนวเอาฮาปวดท้องแบบ Kanojo mo Kanojo (จะคนไหนก็แฟนสาว) หรือ หลุดโลกแบบ The 100 Girlfriends Who Really, Really, Really, Really, Really Love You
ทว่ามีอนิเมะอยู่เรื่องหนึ่งที่ แม้จะทำให้เกิดสงครามกองอวยแต่สงครามนั้นก็ไม่รุนแรง และ เหล่าแฟน ๆ ในสนามรบก็ยังพอจะสามารถจับมือสงบศึกกันได้ และอนิเมะเรื่องที่ว่าก็คือ The Quintessential Quintuplets เจ้าสาวผมเป็นแฝดห้า
*มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ
The Quintessential Quintuplets เจ้าสาวผมเป็นแฝดห้า เป็นผลงานโรแมนติกที่แตกต่างจากฮาเร็มทั่วไป เพราะหัวใจของเรื่องไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ใครจะได้แต่งงานกับพระเอก” แต่คือการตั้งคำถามว่า “ความรักที่แท้จริงควรมีหน้าตาแบบใด”

ตลอดทั้งเรื่อง ผู้ชมถูกทำให้ผูกพันกับพี่น้องทั้งห้า ผ่านช่วงเวลาการเติบโต ความเจ็บปวด ความพยายาม และการแสดงออกของความรักในรูปแบบที่ต่างกัน จึงไม่แปลกที่เมื่อบทสรุปเฉลยว่า Yotsuba Nakano (โยตสึบะ นากาโน๊ะ) คือเจ้าสาวของ Fuutarou Uesugi (ฟูทาโร่ อุเอสึงิ) ผู้ชมจำนวนมากจะเกิดความรู้สึก “ขัดใจ” แม้จะเข้าใจเหตุผลของเรื่องก็ตามเพราะตลอดทั้งเรื่องเล่าแบบอนิเมะแต่ดันจบโดย “ใช้เหตุผลสมจริง”

ซึ่งสาเหตุสำคัญคือ โยตสึบะไม่ใช่ตัวละครที่มี “โมเมนต์โรแมนติก” ชัดเจนที่สุด เมื่อเทียบกับพี่น้องคนอื่น โดยเฉพาะ Miku Nakano (มิคุ นากาโน๊ะ) และ Nino Nakano (นิโน๊ะ นากาโน๊ะ) ที่ถูกเขียนให้แสดงความรักอย่างตรงไปตรงมาซึ่งใกล้เคียงกับพฤติกรรมที่พบเจอในความเป็นจริงมากที่สุด มิคุค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่เธอรัก จากเด็กสาวขี้อายกลายเป็นคนที่กล้าเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเอง
ขณะที่นิโน๊ะคือภาพแทนของความรักอันร้อนแรงและชัดเจน เธอกล้าสารภาพ กล้าต่อสู้ และไม่เคยปิดบังหัวใจของตนเอง คนดูจึงสัมผัสได้ง่ายว่า “คนเหล่านี้รักฟูทาโร่มากเพียงใด”

ในทางกลับกัน โยตสึบะถูกเขียนให้เป็น “ผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง” มากกว่า “นางเอกโรแมนติก” เธอช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ยิ้มให้ทุกคน และมักเก็บซ่อนความต้องการของตนเองเอาไว้ ความรักของเธอไม่ได้แสดงออกผ่านคำพูดหวานหรือฉากดราม่าหนักหน่วง แต่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ตลอดเรื่อง จึงทำให้ผู้ชมจำนวนมากรู้สึกว่า ตอนจบขาดน้ำหนักทางอารมณ์เมื่อเทียบกับเส้นเรื่องของตัวละครอื่น
อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปในแก่นแท้ของเรื่อง จะพบว่าโยตสึบะอาจเป็นคนที่ “เหมาะสมที่สุด” สำหรับฟูทาโร่มาตั้งแต่ต้น

ในขณะที่หลายคนตกหลุมรักฟูทาโร่เพราะเขาเปลี่ยนชีวิตพวกเธอ โยตสึบะกลับเป็นคนแรกที่ยอมรับตัวตนของเขาโดยไม่ตั้งเงื่อนไข เธอไม่มองเขาเป็นเพียงเด็กเรียนจืดชืดหรือครูสอนพิเศษน่ารำคาญ แต่เห็นเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความตั้งใจจริง มีความเหน็ดเหนื่อย และมีหัวใจไม่ต่างจากใคร สิ่งสำคัญคือ เธออยู่ข้างเขาโดยไม่หวังผลตอบแทน
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงไม่ได้ตั้งอยู่บนการแข่งขันหรือความคาดหวัง แต่เป็นความสบายใจที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ
นี่เองคือจุดที่ทำให้ตอนจบของเรื่องสะท้อนความจริงของชีวิตได้อย่างน่าสนใจ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้คนจำนวนมากไม่ได้เลือกคนที่ “รักเราที่สุด” เสมอไป แต่เลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกเป็นตัวเองมากที่สุด คนที่ทำให้ชีวิตสงบ อบอุ่น ไม่เล่นเกมความรัก ไม่สร้างเหตุการณ์วัดใจและไม่ต้องพยายามเป็นใครอีกคน

ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในชีวิตจริงมักไม่ได้เกิดจากความหวือหวาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเข้าใจกันในเรื่องเล็ก ๆ และการพร้อมเดินไปข้างหน้าด้วยกันในวันที่ชีวิตไม่ได้สวยงามเหมือนช่วงตกหลุมรักแรกเริ่ม
โยตสึบะจึงเป็นตัวแทนของความรักประเภทนั้น เธอไม่ใช่คนที่เรียกร้องความสนใจมากที่สุด แต่เป็นคนที่คอยพยุงผู้อื่นเสมอ ทว่าในขณะเดียวกัน เธอก็เป็นตัวละครที่น่าเศร้าที่สุดคนหนึ่ง เพราะเธอแทบไม่เคยเลือกตัวเองเลย ความรู้สึกผิดในอดีตทำให้เธอเชื่อว่าตนไม่ควรได้รับความสุขก่อนพี่น้องคนอื่น เธอซ่อนหัวใจของตัวเองไว้ใต้รอยยิ้ม และยอมเสียสละความรู้สึกของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น การที่ฟูทาโร่เลือกโยตสึบะ จึงไม่ใช่เพียงการเลือกหญิงสาวคนหนึ่งมาเป็นเจ้าสาว แต่เป็นการเลือก “คนที่คอยอยู่ข้างเขามาตลอด” และในอีกความหมายหนึ่ง มันคือการบอกกับเธอว่า คนที่คอยมอบความสุขให้ผู้อื่น ก็สมควรได้รับความรักเช่นเดียวกัน
แม้ตอนจบของเรื่องอาจไม่ใช่ตอนจบที่ทุกคนพึงพอใจ แต่เหตุผลที่มันยังถูกพูดถึงเสมอ ก็เพราะมันไม่ได้เลือกเส้นทางที่ง่ายที่สุด หากเลือกจะพูดถึงความรักในรูปแบบที่เงียบกว่า เรียบง่ายกว่า และใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากกว่า นั่นคือความรักของคนสองคนที่สามารถเป็น “บ้าน” ให้กันและกันได้ในท้ายที่สุด

ส่วนในประเด็นของเหตุผลที่ผู้ชมรู้สึกขัดใจ อาจไม่ใช่เรื่องใครเข้าวินแต่เป็นเพราะเรื่องการใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์ของพี่น้องทั้งห้ามายาวนาน ทว่าเมื่อถึงจุดเฉลยเจ้าสาว กลับมีหลายประเด็นสำคัญที่ถูกปิดเร็วเกินไป จนคนดูรู้สึกเหมือนอารมณ์ยังไปไม่สุด ซึ่งหากจะให้พูดเรื่องการที่ตัวละครอย่าง Ichika Nakano (อิจิกะ นากาโน๊ะ) และ Itsuki Nakano (อิสึกิ นากาโน๊ะ) ถูกเส้นเรื่องบีบให้ออกจากลิสต์เจ้าสาวนี่จะยาวมาก แต่เอาเป็นว่าสำหรับผู้เขียนในจุดนี้เป็นขัดใจไม่น้อยที่เมื่อถึงจุดหนึ่งเนื่องเรื่องก็ทำให้เราเห็นว่า
อิสึกิดูเป็น คู่กัด เพื่อนร่วมทาง คนที่เข้าใจกันมากกว่า “คนที่กำลังตกหลุมรักกัน” จน “อิสึกิเหมือนนางเอกโชเน็นมากกว่านางเอกฮาเร็ม” ส่วนอิจิกะแม้จะดูโตเป็นผู้ใหญ่ เข้าใจคน มีเสน่ห์ เคมีโรแมนติกแรง มีโมเมนต์ flirt กับฟูทาโร่เยอะ แต่ดันมาจบที่การ “โกหกเพื่อความรัก” เพราะความรู้สึกกดดันและการแข่งขัน อิจิกะเริ่ม ปลอมตัวเป็นมิคุ พูดบิดเบือน และ พยายามตัดโอกาสคนอื่น สิ่งนี้ทำให้ภาพลักษณ์เธอพังหนักในสายตาแฟน ๆ และฟันธงในใจเลยว่าไม่เข้าวินแน่ ๆ

สิ่งที่คนดูและแฟน ๆ รู้สึกมากที่สุดคือ “น้ำหนักของการเลือก” ของ ฟูทาโร่ ถูกเล่าเร็วเกินไป ตลอดเรื่อง เราเห็นพัฒนาการ ความผูกพัน และโมเมนต์โรแมนติกของแต่ละคนค่อย ๆ สะสม โดยเฉพาะ มิคุ นากาโน๊ะ และ นิโน๊ะ นากาโน๊ะ ที่มีเส้นเรื่องความรักชัดเจนมาก คนดูจึงคาดหวังว่า ตอนฟูทาโร่ตัดสินใจเลือกใครสักคน เรื่องจะให้เวลาอธิบายความรู้สึกของเขาอย่างละเอียด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการตัดสินใจมาถึงค่อนข้างไว และหลังจากเลือก โยตสึบะ นากาโน๊ะ แล้ว เรื่องก็เดินหน้าไปสู่บทสรุปอย่างรวดเร็ว

อีกจุดที่ถูกพูดถึงมาก คือ “ผลกระทบทางอารมณ์” ของพี่น้องคนอื่นถูกเล่าค่อนข้างสั้น คนดูใช้เวลาหลายสิบตอนเห็นพวกเธอรัก เจ็บ พยายาม และแข่งขันกันอย่างจริงใจ แต่หลังจากผลลัพธ์ถูกเฉลย หลายคนกลับแทบไม่มีเวลาจัดการความรู้สึกของตัวเองบนหน้าจอ โดยเฉพาะมิคุและนิโน๊ะที่เป็นตัวละครยอดนิยม แฟน ๆ อยากเห็นช่วงเวลา “ยอมรับความพ่ายแพ้” หรือการเติบโตหลังอกหักที่ลึกกว่านั้น แต่เรื่องเลือกจะเดินไปข้างหน้าเร็ว เพื่อเข้าสู่ตอนจบและงานแต่ง

ส่วนของโยตสึบะเอง แม้ในเชิงธีมเธอจะเหมาะสมกับฟูทาโร่มาก แต่หลายคนรู้สึกว่า “บทความรัก” ของเธอหลังถูกเลือกมีน้อยเกินไป เรื่องใช้เวลาส่วนใหญ่ซ่อนความรู้สึกของเธอไว้ จนเมื่อถึงเวลาที่ทั้งสองควรได้พัฒนาความสัมพันธ์แบบคู่รักจริง ๆ กลับมีเวลาไม่มากพอ คนดูจึงรู้สึกว่าเข้าใจ “เหตุผล” ของการเลือก แต่ยังไม่ทัน “อิน” กับความรักของทั้งคู่เต็มที่จนหลายคนแก้ขัดโดยการไปเล่นเกมแทนแถมยังจบได้หลายรูทอีก

อีกประเด็นคือช่วงท้ายของมังงะมีการเร่งจังหวะหลายเส้นเรื่องพร้อมกัน ทั้งอดีตของพี่น้อง ความฝันในอนาคต การเรียน การเติบโต และงานแต่ง ทำให้บางอารมณ์ที่ควรหนักแน่นกลับผ่านไปเร็ว ราวกับเจ้าของร้านข้าวปิดไฟไล่ลูกค้า เร่งรีบไปถึงตอนจบมากกว่าจะค่อย ๆ ปิดม่านตัวละครทีละคนนี่จึงเป็นเหตุผลที่แฟน ๆ จำนวนมากที่ไม่ได้มีปัญหากับโยตสึบะเข้าวินแม้จะเชียร์คนอื่น แต่ก็พูดคล้ายกันว่า “ตอนจบไม่ได้ผิดที่ใครเข้าวิน แต่ใช้เวลาน้อยเกินไป”
เพราะสิ่งที่ผู้ชมต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่รู้ว่า “ใครชนะ” แต่คืออยากเห็นหัวใจของตัวละครทุกคนได้รับการส่งต่ออย่างสมบูรณ์ หลังจากร่วมเดินทางกันมานานตลอดทั้งเรื่องนั่นเอง

สุดท้ายนี้หากใครยังไม่มูฟออนจากการเรื่อง The Quintessential Quintuplets เจ้าสาวผมเป็นแฝดห้า ก็เตรียมใจฟูกันต่อได้เลยเพราะล่าสุดได้มีการประกาศสร้างภาคต่อแล้ว โดยจะเป็นการทำ
อนิเมะภาคใหม่ที่ดัดแปลงจาก “นิยายภาคต่อ” เล่าเรื่องราวตลอด 1 ปีของห้าสาว ตั้งแต่เดือนมกราคมช่วงปี 3 ไปจนถึงหลังเรียนจบ พร้อมการดูแลเนื้อหาโดยอาจารย์ Negi Haruba ผู้แต่งต้นฉบับ และต่อด้วย OVA ตอนใหม่ เก็บตกฉากจากมังงะ สำหรับแฟน ๆ ที่เสียดายฉากสำคัญที่ถูกตัดจากอนิเมะก่อนหน้าใน ซึ่งใน OVA นี้ก็จะนำตอนที่ยังไม่เคยถูกสร้างเป็นอนิเมะมาให้ชมกันนั่นเอง
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)
อ้างอิง – essential-japan, wiki






