[Review] ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) เมื่อจอแก้วสะท้อนกลไกเกมอำนาจและความฟอนเฟะของกระบวนการยุติธรรม
สำหรับคนที่เกิดและเติบโตในประเทศไทยเราทุกคนก็คงจะเห็นพ้องต้องกันว่า “เรื่องจริงยิ่งกว่านี้”
![[Review] ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) เมื่อจอแก้วสะท้อนกลไกเกมอำนาจและความฟอนเฟะของกระบวนการยุติธรรม 1 [Review] ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) เมื่อจอแก้วสะท้อนกลไกเกมอำนาจและความฟอนเฟะของกระบวนการยุติธรรม](/wp-content/uploads/2026/06/The-Lawer-evil1.jpg)
เขียนโดย ban.kk
ข้อเขียนหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) ของผ้กำกับ ไก่-ณฐพล บุญประกอบ คือบทวิจารณ์ของ Lucinda Everett จากสำนักข่าวชื่อดังอย่าง The Guardian ที่บอกไว้ว่า การกระทำของคนร้ายในบางช่วงนั้นดูโจ่งแจ้งจนเกินไป แต่สำหรับคนที่เกิดและเติบโตในประเทศไทยเราทุกคนก็คงจะเห็นพ้องต้องกันว่า “เรื่องจริงยิ่งกว่านี้”
เพราะประเทศไทยอาจเป็นเพียงไม่กี่ประเทศบนโลกที่หลายครั้งนักการเมืองสามารถคอรัปชั่นได้โดยที่พวกเขาไม่สนสี่สนแปดใดๆ และที่หนักหนายิ่งกว่าคือ เราเองต่างก็ชินชากับเรื่องแบบนี้เพราะรู้อยู่เต็มอกว่า ไม่มีกฏหมายไหนที่สามารถเอาผิดพวกเขาได้จริงๆ หากไม่ขัดผลประโยชน์กัน ซึ่งพอมองจากมุมของคนนอกก็ไม่แปลกใจที่นักวิจารณ์ชาวต่างชาติจะมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรื่องจะดูประเจิดเจ้อจนยากที่จะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง
ถึงกระนั้น สิ่งที่น่าตั้งคำถามจากบทวิจารณ์ของ Lucinda จริงๆ ไม่ใช่เรื่องการตัดสินผ่านเลนส์วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน หากแต่เป็นการย้อนกลับมาถามตัวเราเองว่าเรื่องตลกร้ายแบบนี้จะเกิดขึ้นในสังคมไทยไปอีกนานแค่ไหน เรื่องตลกร้ายที่เหมือนกับว่าเราทุกคนต่างก็ต้องยอมปิดตาข้างหนึ่งเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่ย่ำแย่จนแทบจะไม่น่าเชื่อว่า มันแฟนตาซีได้มากถึงเพียงนี้
![[Review] ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) เมื่อจอแก้วสะท้อนกลไกเกมอำนาจและความฟอนเฟะของกระบวนการยุติธรรม 2 The Evil Lawyer](/wp-content/uploads/2026/06/1-13.jpg)
ทนายปีศาจ เล่าถึงชีวิตของ เมฆ (ณัฏฐ์ กิจจริต) ทนายความรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นด้วยความเชื่อมั่นในความถูกต้องและหลักการความยุติธรรมแบบสีขาวบริสุทธิ์ แต่กลับถูกป้ายความผิดว่าเป็นฆาตกรที่สังหารลูกชายของ บิ๊กอนันต์ (กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) จนต้องยืมมือของจิตตรี (หญิง-รฐา โพธิ์งาม) ทนายความสาวรุ่นใหญ่ ผู้มีวิธีการว่าความแบบฮาร์ดคอร์และยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชนะคดี
แต่ยิ่งเมฆถลำลึกเข้าไปมากเท่าไร เขากลับพบความจริงที่ดาร์กยิ่งกว่าเดิมนั้นคือ โลกของกฏหมายต่างก็โยงใยไปถึงผู้มีอิทธิพลในกระบวนการยุติธรรม และระบบทั้งหมดก็บิดเบี้ยวเกินกว่าที่กฎหมายแบบใสสะอาดจะเอาผิดได้ ที่สำคัญ จิตตรีไม่ได้ทำเพื่อเงินอย่างเดียว แต่เธอกำลังใช้คดีของเขาเป็นหมากในเกมแก้แค้นส่วนตัวบางอย่าง
จุดตัดสำคัญของเมฆเลยเป็นทางเลือกที่ว่า เขาจะยอมละทิ้งอุดมการณ์ของตัวเอง และกลายร่างเป็น “ปีศาจ” ตัวใหม่เหมือนกับจิตตรีที่ยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อใช้เล่ห์เหลี่ยมเอาชนะระบบที่เน่าเฟะนี้ หรือจะยอมแพ้แล้วเดินเข้าคุกไปแต่โดยดี
![[Review] ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) เมื่อจอแก้วสะท้อนกลไกเกมอำนาจและความฟอนเฟะของกระบวนการยุติธรรม 3 The Evil Lawyer](/wp-content/uploads/2026/06/2-16.jpg)
จุดเด่นที่สุดของ ทนายปีศาจ จึงเป็นการกล้าฉีกภาพจำของซีรีส์หรือละครกฎหมายไทยยุคเก่าที่มักจะชอบแบ่งฝั่งขาว-ดำอย่างชัดเจน และยิ่งไปกว่านั้นงานกำกับของ ไก่-ณฐพล ยังนำเอาชั้นเชิงจากโลกภาพยนตร์สารคดีที่เขาถนัดมาปรับใช้การโลกภาพยนตร์บันเทิงได้อย่างทรงพลัง โดยเฉพาะวิธีการนำเสนอการว่าความในศาลให้เป็นเหมือน “กระดานหมากรุก” ที่ผู้ชนะไม่ได้วัดกันที่ว่าใครเป็นคนดี แต่วัดกันที่ใครครอบครองหลักฐานและใช้ช่องโหว่ได้เหนือชั้นกว่า
อีกทั้งเมื่อนำมารวมกับการปะทะกันระหว่างอุดมการณ์ของ จิตตรี กับ เมฆ ก็ส่งผลให้เรื่องราวดูน่าติดตามมากยิ่งขึ้น เพราะจิตตรีไม่ใช่ตัวร้ายมิติเดียวที่ทำชั่วเพื่อเงิน แต่เธอคือผลผลิตของระบบที่บิดเบี้ยวจนตกผลึกว่า “ถ้าอยากชนะปีศาจ คุณต้องเป็นปีศาจที่ตัวใหญ่กว่า”
ขณะที่บทเมฆก็ไม่ใช่คนดีผู้อ่อนแอ แต่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับภาวะ Ethic Crisis (วิกฤตทางศีลธรรม) ที่บีบคั้นให้เขาต้องเลือกว่าจะยอม “มือเปื้อนเลือด” เพื่อผลลัพธ์ที่สะอาด หรือจะรักษา “มือที่สะอาด” แต่ปล่อยให้ความอยุติธรรมลอยนวล
![[Review] ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) เมื่อจอแก้วสะท้อนกลไกเกมอำนาจและความฟอนเฟะของกระบวนการยุติธรรม 4 The Evil Lawyer](/wp-content/uploads/2026/06/3-14.jpg)
ทว่าความเก่งกาจจริงๆ ของ ไก่-ณฐพล ก็เหมือนกับตอนที่เขาทำซีรีส์เรื่อง สงคราม ส่งด่วน (2025) นั่นคือ ตลอด 8 ตอน ซีรีส์ยังคงรักษาระดับความระทึกขวัญ (Pacing) ได้ดีเยี่ยม แตกต่างจากซีรีส์แนวกฎหมายของต่างประเทศตรงที่มันหยิบจับ “ความคุ้นเคยในบริบทสังคมไทย” มาใช้ได้อย่างเจ็บแสบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบอุปถัมภ์, อิทธิพลของกลุ่มทุนข้ามชาติ, หรือแม้กระทั่งการใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการปั่นกระแสเพื่อชี้นำรูปคดี
นอกจากนี้ มุมกล้องและการกำกับภาพที่เน้นโทนสีหม่น (Muted visual palette) และการใช้แสงเงาตัดกันอย่างรุนแรงในห้องพิจารณาคดีก็ช่วยขับเน้นความรู้สึกที่อึดอัดและไม่น่าไว้วางใจ ราวกับจะบอกว่าในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้มีพื้นที่ให้กับ “ความจริงที่ถูกจัดตั้งขึ้น” เท่านั้น
![[Review] ทนายปีศาจ (The Evil Lawyer) เมื่อจอแก้วสะท้อนกลไกเกมอำนาจและความฟอนเฟะของกระบวนการยุติธรรม 5 The Evil Lawyer](/wp-content/uploads/2026/06/4-13.jpg)
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากภาพใหญ่ที่ไม่ได้เป็นเรื่องของจิตตรีและเมฆเพียงอย่างเดียว หากแต่เกี่ยวพันกับคนตัวเล็กตัวน้อยที่สุ้มเสียงของพวกเขาอาจไม่ได้ดังเท่ากับทนาย ตำรวจ และนักการเมืองที่สองอย่างหลังถูกฉาบด้วยสีดำอย่างชัดเจน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้จะเป็นงานที่มาตราฐานสูง แต่ในช่วงครึ่งหลัง (ประมาณตอนที่ 6–7) การที่ซีรีส์พยายามขมวดปมไปสู่เรื่องราวการแก้แค้นส่วนตัวของจิตตรีและผู้มีอิทธิพลระดับประเทศก็มีส่วนให้พล็อตเรื่องดูพยายามจะเร่งรัดและยัดเยียดความพลิกผันมากเกินไปนิด
แต่โดยรวมการได้เห็นซีรีส์อย่างทนายปีศาจ ก็เป็นนิมิตรหมายอันดี เพราะนี่น่าจะเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้ความบันเทิงหรือความอำมหิตในชั้นศาล แต่ทำหน้าที่เป็นกระจกบานใหญ่ที่ส่องสะท้อนและตั้งคำถามกับคนดูว่า “ในสังคมที่ระบบยุติธรรมพึ่งพาไม่ได้ เรายินดีจะจ่ายราคาเท่าไหร่เพื่อแลกกับความยุติธรรมนั้นหรือไม่?” และเมื่อดูจบ เราอาจจะต้องถามตัวเองว่า ระหว่างทนายความที่ยอมทำเรื่องสกปรกเพื่อชนะคดีกับระบบที่เอื้อให้คนสกปรกชนะ สิ่งไหนกันแน่ที่เป็น “ปีศาจ” ที่แท้จริง
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Gamerculture (หนัง)
The Evil Lawyer




![[Review] IRON MAIDEN: Burning Ambition คือ “จดหมายรักถึงแฟนเมทัล” ที่เต็มไปด้วยพลังของวงระดับตำนาน 9 [Review] IRON MAIDEN: Burning Ambition คือ “จดหมายรักถึงแฟนเมทัล” ที่เต็มไปด้วยพลังของวงระดับตำนาน](/wp-content/uploads/2026/05/Review-IRON-MAIDEN1-419x220.jpg)

