เกิดอะไรขึ้นกับแพทริค เบทแมน? ชวนวิเคราะห์ตัวละคร จาก American Psycho เมื่อคนรวยกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง
เพราะอะไรคนที่มีทุกอย่างในชีวิต ถึงได้กลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องไปได้

เขียนโดย Biliebluu
ฆาตรกรต่อเนื่อง เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่ก่อเหตุฆาตรกรรม โดยมีเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายมากกว่า 3 คนขึ้นไป ผู้ก่อเหตุมักมีแรงจูงใจจากเหตุการณ์ที่สร้างบาดแผลภายในจิตใจ เช่น การถูกทารุณกรรม การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ครอบครัวแตกแยก ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจ
หรือ ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ฆาตกรต่อเนื่องจึงมักขาดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ แสดงออกถึงจิตใจที่แข็งกระด้าง มีความผิดปกติทางอารมณ์และทางความคิด โดยผู้ที่แสดงอาการเหล่านี้จะถูกจัดอยู่ในลักษณะของผู้ที่มีอาการ ไซโคพาธ (Psychopaths) แต่เนื่องจากเป็นความผิดปกติทางด้านจิตใจ จึงทำให้ภายนอกของคนเหล่านี้ ดูราวกับเป็นคนปกติทั่วไป และอาจสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างกลมกลืน
แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อฆาตรกรต่อเนื่องนั้น กลับกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามที่มีพร้อมทุกอย่างในชีวิต ทั้งการเงิน คุณภาพชีวิต หรือแม้แต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี มีสเน่ห์ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนที่สมบูรณ์ทุกอย่างในชีวิต สามารถก่อเหตุสะเทือนขวัญได้
ผู้เขียนจึงอยากยกภาพยนตร์เรื่อง American Psycho เมื่อคนรวยกลายมาเป็นฆาตรกรต่อเนื่อง โดยประเด็นที่ผู้เขียนต้องการสื่อ คือเรื่อง ความเป็นชายเป็นพิษ (Toxic Masculinity) นำมาสู่พฤติกรรมไซโคพาธ ของตัวละครแพทริค เบทแมน โดยจะวิเคราะห์ผ่านปัจจัยทางด้านจิตวิเคราะห์และการยกตัวอย่างเนื้อหาในภาพยนตร์ ที่ผู้เขียนมักพบเจอถึงประเด็นความเป็นชายเป็นพิษ

American Psycho เป็นเรื่องราวของ แพทริค เบทเเมน นักธุรกิจหนุ่มวัย 27 ปี เขาใช้ชีวิตอย่างหรูหรา อาศัยอยู่ในย่านเศรษฐกิจ แพทริคเป็นคนที่เชื่อเรื่องการการดูแลตัวเอง ชอบเข้าสังคม และยังมองโลกในแง่ดี
แต่นั่นกลับเป็นเพียงเปลือกนอกที่เขาสร้างขึ้น เพราะแท้จริงแล้ว แพทริคเป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยม อำมหิต มีความอิจฉาริษยา เขามักเข่นฆ่าผู้คนที่ทำให้เขาดูน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ผู้หญิงหรือโสเภณี บ่อยครั้งที่แพทริคมักฆ่าเหยื่อระหว่างหรือหลังการมีเพศสัมพันธ์ เพราะแพทริคเป็นคนที่มีความสุขทางเพศในลักษณะซาดิสม์
นอกจากนี้แพทริคยังมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว กับภรรยาของเพื่อนร่วมงานในขณะที่เขากำลังหมั้นอยู่ด้วย แพทริคจึงสามารถทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เขา ปรารถนา (Desire)

เราจึงจะเห็นได้ว่าแพทริคเป็นคนที่มี อัตตา (Ego) ผ่านการมีตัวตนในสายตาคนอื่น การคิดว่าตัวเองเป็นอย่างไร สายตาของคนอื่นจะมองภาพลักษณ์ของเขาอย่างไร แพทริคจึงต้องเหนือกว่าคนอื่น ต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ
ในทุกเช้าที่เขาตื่นนอน เขาจะต้องตื่นมาทำกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายให้ดูฟิต การทำความสะอาดร่างกายให้ครบทุกส่วน และผิวหน้าที่เขามักให้ความสำคัญที่สุด ครีมบำรุงผิวหน้าที่เขาใช้จึงต้องเป็นแบบสมุนไพร หรือใช้ของที่ไม่มีสารแอลกอฮอล์เจือปน เพราะเขาเชื่อว่าสารแอลกอฮอล์จะทำให้ผิวหน้าแห้งและดูแก่กว่าวัย
แม้เขาจะเป็นคนดูแลตัวเอง แต่นี่กลับไม่ใช่ตัวตนของเขา เขาเพียงแค่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ของแพทริค เบทแมน ในรูปแบบนามธรรมเพียงเท่านั้น แพทริคยังเป็นคนที่หมกหมุ่นกับภาพสะท้อนในกระจกอย่างมาก เปรียบเหมือน ระยะกระจก (Mirror Stage) จากการมีตัวตนผ่านภาพสะท้อนในกระจก ที่นำมาสู่การสร้าง อัตตาในอุดมคติ (Ideal Ego) เป็นความสมบูรณ์ในรูปแบบของแพทริค เบทแมนที่ไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่อง

“แพทริคเบทแมนเป็นภาพลักษณ์อย่างหนึ่ง ออกจะเป็นนามธรรม แต่มันไม่ใช่ตัวตนผมจริงๆ แค่เป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นภาพลวงตา ซึ่งผมจะซ่อนสายตาเย็นชาได้ แม้เวลาจับมือผม คุณจะรู้สึกถึงเลือดเนื้อที่จับมือคุณ และอาจคิดว่าการใช้ชีวิตเราใกล้เคียงกัน แต่ผมไม่ได้อยู่จุดนั้น”
เราจะสามารถเห็นได้จากฉากเปิดของภาพยนตร์ที่ทุกคนต่างสั่งอาหารและชำระผ่านบัตรเครดิต แสดงให้เห็นถึงฐานะของแพทริคและเพื่อนร่วมงานที่ใช้ชีวิตกินดีอยู่ดี แต่ในทางกลับกันนี่อาจเป็นการแสดงถึง อำนาจของความเป็นชาย (Phallus) ต่อกัน
การชำระด้วยบัตรเครดิตอาจมีอำนาจมากกว่าการแค่ชำระผ่านเงินสด โดยในฉากต่อมาเมื่อพวกเขาไปสังสรรค์ในสถานบันเทิง เเละแพทริคต้องการจะชำระด้วยคูปองแทนเงินสด แต่ทางพนักงานสาวกลับปฏิเสธและขอชำระเป็นเงินสดแทน แพทริคจึงหัวเสียเป็นอย่างมากและจำเป็นที่จะต้องชำระผ่านเงินสดอย่างไม่เต็มใจ
นี่อาจเป็นการบ่งบอกถึงการริดรอนอำนาจของเพศชายผ่านการควบคุมของเพศหญิง ในฉากนี้ยังให้เห็นอีกด้วยว่าแพทริคมี ความเกลียดชังต่อเพศหญิง (Misogynistic) เขาได้พึมพำกับตัวเอง ถึงความต้องการที่จะฆ่าพนักงานสาวคนนี้ทิ้ง ผ่านเงาสะท้อนในกระจก

การมาถึงของ พอล อัลเลน เพื่อนร่วมงานที่โดดเด่นที่สุดคนนึงในบริษัท เขาแทบจะเป็นภาพลักษณ์ของความสำเร็จ พอลสามารถทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เช่น การจองร้านอาหารหรูในเวลาอันเหมาะควร พอลยังมีรสนิยมการใช้ชีวิตที่เหนือกว่าแพทริค ทั้งห้องพักที่มีวิวดีกว่าแพททริค รสนิยมการแต่งตัว หรือแม้กระทั่งนามบัตรของพอลก็ทำให้แพทริคเสียความมั่นใจและสร้าง บาดแผลทางจิตใจ (Trauma) ไปได้ระดับนึง

เหตุผลอีกประการหนึ่งคือ ไม่มีใครสนใจนามบัตรของแพทริคได้เท่านามบัตรของพอล อัลเลน นามบัตรของพอลจึงเป็นเหมือนสัญญะอำนาจทางเพศชาย (Phallus) ที่กดทับแพทริคไว้ให้อยู่ต่ำกว่า ความปรารถนาของแพทริคที่ต้องการเหนือกว่าทุกคน แต่เขากลับไม่สามารถเอาชนะพอลได้แม้กระทั่งนามบัตร ซ้ำร้ายเรียกได้ว่าแพทริคไม่เคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตของพอลเลยก็ว่าได้ เพราะถึงขนาดที่พอลจำแพทริคสลับกับมาคัส เพื่อนร่วมงานที่มีอยู่ในแผนกเดียวกันกับแพทริค
เมื่อความปราถนาของแพทริคไม่ตอบสนอง จึงนำมาสู่ การย้อนกลับของสิ่งที่ถูกกดทับ (The Return of the repressed) ในรูปแบบของความรุนแรง โดยการล่อลวงพอล อัลเลนมาฆ่า

หลังจากที่แพทริคได้ฆ่าพอลแล้ว เขาได้สร้างตัวตนใหม่ขึ้น โดยการเรียกแทนตัวเองว่าพอล อัลเลนและได้ร่วมหลับนอนกับผู้หญิงสองคนที่อพาร์ทเม้นท์ของพอล การกระทำดังกล่าวจึงเป็นเหมือน การทดเทิด (Sublimation) การรับมือถึงสิ่งที่ย้อนกลับมา
แพทริคมีความกังวลใจหลังจากได้ฆ่าพอล เขาจึงเลือกที่จะสวมบทบาทเพื่อเทิดทูน และกดทับถึงสิ่งที่เขากังวลอยู่ภายในจิตใจ

ผู้เขียนได้วิเคราะห์ว่าสังคมที่แพทริคอยู่ เป็นสังคมรูปแบบ ปิตาธิปไตย (Patriarchy) ระบบที่สร้างอิทธิพลในสังคมเพื่ออำนวยให้ความเป็นชายให้มีอำนาจและมูลค่าต่อการใช้ชีวิต ด้วยเหตุนี้ เพื่อนร่วมงานของแพทริคจึงพูดถึงเพศหญิงราวกับเป็นสินค้ามากกว่าการแสดงออกถึงความเท่าเทียม
พวกเขามีความไม่สบายใจที่จะต้องมารับประทานอาหาร ในร้านที่มีการตกแต่งภายในราวกับเป็นร้านอาหารสำหรับกุลสตรี ดังนั้นการที่แพทริคจะสามารถอยู่ในสังคมรูปแบบนี้ได้ จึงต้องแสดงออกถึงความเป็นชาย (Masculinity) ที่มีอำนาจมากกว่าเพศหญิง ไม่แสดงท่าทีอ่อนแอ ไม่แสดงออกถึงความพ่ายแพ้ ทุกอย่างจึงต้องอยู่ในการควบคุมของแพทริค เบทเเมน
โดยเราจะเห็นได้ว่ามีฉากนึงที่แพทริคได้ชวนจีน เลขาส่วนตัวของเขาไปร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง แพทริคได้ต่อสายถึงร้านอาหารเพื่อที่จะขอจองโต๊ะ แต่ปลายสายกลับปฏิเสธเนื่องจากโต๊ะถูกจองหมดแล้ว อย่างไรก็ตามแพทริคก็เลือกที่จะยืนยันการจองเพื่อที่จะแสดงให้จีนเห็นว่าเขาสามารถจองร้านอาหารหรูแห่งนี้ได้ ก่อนจะวางสายไป
การแสดงออกถึงความเป็นชายต่อสายตาผู้ชายด้วยกันเอง ก็เปรียบได้ถึงพฤติกรรม การแข่งขันถึงความเป็นชาย (Masculinity Contest) ได้อีกด้วย ในอีกมุมนึง พฤติกรรมของสังคมชายเป็นใหญ่นี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นชายเป็นพิษที่จะนำไปสู่พฤติกรรมไซโคพาธ

แต่ในทางกลับกันเมื่อรับชมภาพยนตร์จบ จึงได้กลับมาวิเคราะห์ถึงช่วยท้าย แท้จริงแล้วคำสารภาพของแพทริคคือความจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงสิ่งที่เขาจินตนาการขึ้นมา
ผู้เขียนยังได้พบอีกว่า ภาพยนตร์เรื่อง American Psycho มี การเล่าเรื่องผ่านผู้บรรยายที่ไม่น่าเชื่อถือ (Unreliable Narrator) การหลอกลวง การให้ข้อมูลเท็จ หรือมาจากการจงใจให้ผู้ชมไขว้เขวถึงบทสรุป ความไม่น่าเชื่อถือดังกล่าว อาจมาจากสาเหตุจากความเจ็บป่วยทางจิตของผู้บรรยาย การลำเอียงเข้าข้างตัวเองเมื่อผู้บรรยายรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สิ่งที่ช่วยมาสนับสนุนว่าเรื่องทั้งหมดภายในภาพยนตร์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลย จึงคงเป็นเรื่องความผิดปกติของสุขภาพจิตในตัวแพทริค เบทแมน

หากว่ากันตามจริงแล้วภาพยนตร์เรื่อง American Psycho ที่ว่าด้วยสังคมปิตาธิปไตย และเนื้อหาที่แสดงออกถึงการเหยียดหยามถึงสิทธิสตรี จนถูกตั้งข้อสงสัยว่าภาพยนตร์ดังกล่าวมีการเหยียดเพศเกินไปหรือไม่ ทางตัวผู้กำกับและผู้เขียนบทจึงได้ให้ความเห็นในบทสัมภาษณ์ของ DAZED ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเป็นเฟมมินิสต์มากกว่า
เพราะมันคือการเสียดสี ล้อเลียนสังคมของผู้ชายที่ต้องแข่งขันกันตลอดเวลา การแสดงออกถึงอีโก้และนำมาสู่การฆ่ากันของผู้ชายเพียงแค่นามบัตรใบเดียว ซึ่งทั้งหมดล้วนมาจากการสร้าง Toxic Masculinity ด้วยเหตุผลนี้ จึงช่วยมาสนับสนุนถึงแนวคิดที่ผู้เขียนวิเคราะห์ว่า ปัจจัยทางด้านสภาพจิตและสังคมสภาพแวดล้อมแบบ Toxic Masculinity นำพามาให้ตัวละครแพทริค เบทแมน มีสภาพจิตใจที่ผิดปกติ เรียกได้ว่า เขามีพฤติกรรมไซโคพาธ ก่อนจะนำไปสู่การเป็นฆาตรกรต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์
สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (หนัง)
อ้างอิง
– American Psycho: A Portrait of Toxic Masculinity
– How American Psycho became a feminist statement
–Feminism in the Horror of American Psycho: A Satirical Take on Toxic Masculinity
– ทฤษฎีการเกิดความคิดสร้างสรรค์เชิงจิตวิเคราะห์
– บุคลิกภาพตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์




![[Review] After the Storm ฟ้าหลังฝนในวันที่ชีวิตต้องเดินต่อไป 14 [Review] After the Storm ฟ้าหลังฝนในวันที่ชีวิตต้องเดินต่อไป](/wp-content/uploads/2026/06/After-the-Storm1-419x220.jpg)

