T1 - Netmarble - Year 2026
Seven Knights Re:BIRTH
Support [Netmarble] R1 (Mobile)
การ์ตูน

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

การมาถึงของเทคโนโลยี จะสามารถแทนที่ของเล่นได้หรือไม่

เขียนโดย Biliebluu

ในช่วงวัยเด็ก ของเล่นเป็นเหมือนพื้นที่สร้างสรรค์ความสนุก เพลิดเพลิน และเสริมสร้างจินตนาการให้กับเหล่าเด็ก ๆ ได้เติบโต แต่จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อการมาถึงของเทคโนโลยีในปัจจุบัน รวมไปถึงสื่อผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้จำกัดอายุผู้ใช้งาน แต่มันสามารถเข้าถึงเหล่าเด็ก ๆ ได้อีกด้วย

และจะเกิดอะไรขึ้นเหมือนมันก็สามารถมอบความสนุก ความบันเทิง เสริมสร้างความคิดได้ไม่แพ้กับเหล่าของเล่น นี่จึงเป็นเหมือนโจทย์หลักของหนังอนิเมชั่นของเล่นเรื่องใหม่อย่าง Toy Story 5 ที่จะพาผู้ชมไปพบกับปัญหาโลกแตก เมื่อเด็กยุคใหม่ เริ่มที่จะหันไปหาแท็บเล็ตมากกว่าของเล่น

Toy Story 5

Toy Story คือหนึ่งในผลงานอนิเมชั่นระดับตำนาน ที่สร้างชื่อเสียงที่ดีที่สุดของ Pixar เรื่องราวที่บอกเล่ามิตรภาพระหว่างเด็กน้อย และ ของเล่นที่มีหัวใจ ก่อนนำไปสู่เรื่องราวการผจญภัยที่จะมอบการเติบโตระหว่างทาง  พร้อมความอบอุ่นของความรักที่เหล่าของเล่นมีต่อเจ้าของ จนก่อให้เกิดบทเพลง และประโยคก้องโลกอย่าง You’ve Got a Friend in Me (ฉันคือเพื่อนคู่ใจ)

จากความมีสเน่ห์ และลึกซึ้งกินใจของ Toy Story จึงกลายเป็นอนิเมชั่นที่ครองใจผู้ชมมาตั้งแต่ปี 1995 จนมีภาคต่อตามมาอีกหลายภาคถึงปัจจุบัน จนเข้าสู่ปี 2026 Toy Story จะเตรียมกลับมาอีกครั้ง โดยนับเป็นลำดับภาคที่ 5 ของแฟรนไชส์

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

Toy Story 5 จะเป็นเรื่องราวที่ร่วมสมัยมากขึ้น โดยจะบอกเล่าเรื่องราวในช่วงวัย 8 ขวบของบอนนี่ เมื่อเหล่าของเล่นของเธอ กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของเทคโนโลยีอย่างแท็บเล็ตอัจฉริยะ หรือ Lily Pad บอนนี่เริ่มที่จะติดแท็บเล็ต และห่างเหินจากเหล่าของเล่น การปะทะกันระหว่าง ของเล่น และ เทคโนโลยี จึงได้เริ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน วู้ดดี้ ก็ต้องกลับมาช่วยกู้สถานการณ์ของเหล่าผองเพื่อนของเล่นอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เทคโนโลยีเข้ามาแย่งเวลาชีวิตของบอนนี่ไปอีกด้วย

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

นอกจากจะเป็นการสานต่อแฟรนไชส์ Toy Story อีกครั้งแล้ว ทาง Pixar ยังได้ขนทัพนักพากย์หน้าเก่ามาอีกเพียบ เพื่อมอบเสียงที่คุ้นเคยให้กับเหล่าผู้ชมอีกครั้ง ซึ่งให้เสียงพากย์หลักโดย Tom Hanks ในบท Woody  , Tim Allen ในบท Buzz Lightyear, Joan Cusack ในบท Jessie และขอแนะนำ Greta Lee ที่จะมาให้เสียงพากย์ตัวละครประจำภาคที่ 5 อย่าง Lily Pad

อีกทั้ง Toy Story 5 ยังเป็นผลงานการกำกับของ Andrew Stanson ผู้กำกับที่เคยสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ Pixar มาแล้ว เช่น Finding Nemo (2003) และ WALL-E (2008) เป็นต้น

(บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนภายในหนัง)

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

เป็นอีกครั้งที่การกลับมาของ Toy Story 5 คือการต้อนรับผู้ชมกลับสู่โลกของเหล่าของเล่นอีกครั้ง หลายตัวละครในใจของทุกคน ไม่ว่าจะเป็น Woody, Buzz, Jessie และผองเพื่อนของเล่นอื่น ๆ ยังคงกลับมาโลดแล่นสร้างความสนุก เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม

แต่ความใหม่ที่ Toy Story ในภาคที่ 5 เลือกที่จะนำเสนอ จึงเป็นเรื่องการหยิบตัวละครอย่าง Jessie มาเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก ดังนั้นแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในส่วนของตัวละคร Jessie อาจมีความสุขกับหนังกันไม่น้อย เพราะในภาคนี้เธอจะกลายมาเป็นตัวสำคัญเลยทีเดียว

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

ในภาคที่ 5 จะดำเนินเรื่องราวในช่วงที่เหล่าของเล่นยังคงอยู่ร่วมกับเจ้าของเด็กน้อยอย่าง บอนนี่ โดยมี Jessie ที่ในภาคนี้เธอจะเหมือนทำหน้าที่แทน Woody ซึ่งเป็นเหมือนเสาหลักของกลุ่มของเล่นของบอนนี่ ขณะเดียวกันเธอก็มีผู้ช่วยอย่าง Buzz ที่ในภาคนี้

หนังเลือกที่จะมอบบทบาทชวนขัน เมื่อ Buzz ดันมีแผนที่อยากจะขอ Jessie แต่งงาน เชื่อว่าหลายคนที่ชื่นชอบตัวละคร Buzz ก็คงแอบขำไม่น้อย เพราะ Buzz นั้นเป็นเหมือนตัวละครที่มีความซึน และเบียวความเป็นผู้พิทักษ์อวกาศ ดังนั้นการที่เขามีความรักและอยากขอ Jessie แต่งงาน จึงดูเป็นมุมมองใหม่ของตัวละคร Buzz Lightyear ที่ผู้ชมไม่ค่อยได้เห็นเขาในมุมนี้สักเท่าไหร่

แม้จะเป็นพาร์ทที่ชวนยิ้มเล็ก ๆ ในช่วงต้นของหนัง แต่ประเด็นสำคัญหลักของหนังภาคนี้จริง จึงเป็นการมาแทนที่ของเล่นจากเทคโนโลยี เมื่อเหล่าของเล่นต้องพบการมาถึงของ Lily Pad

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

ดังนั้นเมื่อ Toy Story 5 เลือกที่จะหยิบประเด็นของเทคโนโลยีที่ผลต่อเด็ก จนเด็กบางคนก็เลือกที่ละทิ้งของเล่นไป จึงกลายเป็นประเด็นที่ร่วมสมัย เพราะเชื่อว่าทุกวันนี้หลายคนก็คงพบว่าแม้แต่เด็กอายุน้อยก็สามารถเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะแท็บเล็ต ดังนั้นการเลือกที่จะให้ Lily Pad เป็นเหมือนตัวร้ายประจำภาค จึงมีความน่าสนใจ เพราะในช่วงแรกหนังแสดงให้เห็นว่า Lily Pad นั้นมีผลกระทบต่อบอนนี่อย่างไรบ้าง

ขณะเดียวกัน Lily Pad กลับเป็นเหมือนสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างบอนนี่ และเด็กคนอื่น ๆ ที่เธออยากได้รับการยอมรับมาโดยตลอด มันจึงมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้บอนนี่เลือกที่จะนำ Lily Pad มาแทนที่เหล่าของเล่นที่เธอเคยผูกพัน ตรงนี้จึงกลายเป็นความดราม่าของหนัง ที่มาสามารถบีบคั้นอารมณ์ผู้ชมออกมาได้ ซึ่งเป็นเหมือนสูตรสำเร็จของอนิเมชั่น Pixar ที่มักมอบความดราม่าจากช่วงเวลาก้าวผ่านวัยในอนิเมชั่นหลาย ๆ เรื่อง

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

นอกจากเรื่องการถูกแทนที่แล้ว หนังยังพาผู้ชมไปสำรวจความดราม่าชีวิตของ Jessie จากการเปลี่ยนผ่านเจ้าของ เพราะหากยังจำกันได้ ใน Toy Story 2 ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ Jessie ซึ่งก่อนจะเป็นเจ้าของอย่าง แอนดี้ นั้นเธอเคยเป็นของเล่นของ เอมิลี่ ก่อนจะถูกนำไปบริจาค ดังนั้น Toy Story 5 จึงมีความเชื่อมโยงกับภาคเก่าอย่าง Toy Story 2 และเพราะการที่ Jessie เคยถูกทอดทิ้งมาก่อน การเริ่มเข้ามาแทนที่ของเล่นจาก Lily Pad จึงเป็นสิ่งที่เธอยอมไม่ได้ และไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิมกับแผลในใจของเธออีกครั้ง

แต่หนังก็ยังมอบความบังเอิญ เมื่อสถานการณ์สุดวุ่นวายได้นำพาให้ Jessie กลับมาเยือนสถานที่ซึ่งเป็นบ้านเก่าของ เอมิลี่ ก่อนที่หนังจะพาให้ผู้ชมไปรู้จักกับเหล่าตัวละคร และของเล่นหน้าใหม่ในบ้านเก่าที่ Jessie เคยอยู่อีกด้วย

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

แม้ว่าส่วนใหญ่ของหนังจะเป็นการดำเนินเรื่องหลัก ๆ ของ Jessie แต่หนังก็ยังคงไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องราวของ Woody และ Buzz สองคู่หูสุดวายป่วง ที่ดูจะรักกันดี เพราะทุกภาคที่ทั้งสองร่วมจอกัน ก็มักเป็นฉากที่เรียกเสียงหัวเราะจากความไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ของความเป็นผู้นำของทั้งสอง

ในภาคที่ 5 ผู้ชมจะยังคงได้เห็นความชิงดีชิงเด่นกันระหว่าง Woody และ Buzz เป็นเหมือนแฟนเซอร์วิสแก่ผู้ชมที่ชอบเห็นเขาสองคนตีกัน แต่เมื่อถึงพาร์ทจริงจังทั้งสองก็สามารถสามัคคีกันจนน่าอบอุ่น หนังยังเลือกที่จะนำเสนอตัวละคร Woody ที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น สีถลอกบนหัวเขา ซึ่งน่าจะมีความหมายว่าเขานั้นแก่ตัวจนเริ่มผมบาง ซึ่งก็ดูสมจริงสำหรับของเล่นที่อยู่มานาน ในขณะที่ Buzz หนังดูจะใช้ตัวละครนี้เป็นตัวเรียกเสียงหัวเราะ เพราะความซึนและเด๋อของตัวละคร ให้เป็นสีสันกับหนังในการทำเรื่องต่าง ๆ

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

หนังยังมีพาร์ทเสริม เมื่อมีเหล่ากองทัพ Buzz Lightyear ที่ได้ปรากฏตัวขึ้นบนเกาะอันไกลโพ้น โดยที่ช่วงแรกหนังยังไม่ได้อธิบายกับผู้ชมสักเท่าไหร่ว่าพวกเขาเป็นใคร และมีความสำคัญอย่างไรกับเนื้อเรื่อง ก่อนนำไปสู่การผจญภัยของเหล่ากองทัพ Buzz Lightyear ที่ในระหว่างทางพวกเขาก็ได้ค้นพบความหมายของการเป็นของเล่นในที่สุด ซึ่งก็ดูเป็นพาร์ทที่มีความสนุก มอบสีสันแก่ผู้ชมที่ชื่นชอบตัวละคร Buzz Lightyear และทำให้ตัวหนังไม่วนอยู่แต่กับตัวละคร Jessie

จนท้ายที่สุดหนังก็ได้จับกลุ่มเหล่ากองทัพ Buzz Lightyear และ ฝั่ง Buzz ที่อยู่กับ Woody ให้ร่วมมือกัน ซึ่งยิ่งทำให้หนังดูฮึกเฮิมมากขึ้น พร้อมเซอร์ไพรส์ผู้ชม เมื่อกองทัพ Buzz Lightyear ซึ่งเป็นของเล่นรุ่นใหม่ สามารถกางปีกบินได้ราวกลับโดรน จึงสร้างความหวือหวา และเป็นเหมือนการล้มแนวคิดจากทุกภาคของ Toy Story ว่า Buzz ไม่สามารถบินได้ ชวนให้นึกถึงประโยคสุดคลาสิคอย่าง “สู่ความเวิ้งว้าง…อันไกลโพ้น”

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

ในส่วนของงานโปรดักชั่น ต้องบอกเลยว่า Toy Story 5 ดูมีความร่วมสมัยมากขึ้นหากย้อนมองไปถึงหนังภาคเก่า เพราะ Toy Story 5 สำหรับผู้เขียนมองว่ามีการยกระดับในส่วนงานภาพให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น จากแสงเงาที่เริ่มดูสมจริงแบบอนิเมชั่นสามมิติของ Pixar ยุคใหม่ ต่างจาก Toy Story ภาคเก่า ๆ ที่ภาพอาจจะเป็นไปตามเทคโนโลยีในอดีต

โดยจากที่ทราบข้อมูล พบว่ามีการใช้เทคโนโลยีการเรนเดอร์งานภาพแบบใหม่ ดังนั้นผู้ชมที่คาดหวังคุณภาพของงานภาพใน Toy Story 5 สามารถหายห่วงได้ พร้อมเต็มอิ่มจากการเข้าฉายทั้งระบบปกติ, 3D และ ระบบ IMAX อีกด้วย

[Review] Toy Story 5 เมื่อความสนุกจากของเล่น กำลังจะถูกแทนที่ด้วยการมาของแท็บเล็ต

Toy Story 5 ถือเป็นผลงานภาคต่อ ที่ยังคงให้ประสบการณ์การรับชมที่ดี หนังมีความร่วมสมัยกว่าภาคอื่น ๆ เพราะด้วยประเด็นของเทคโนโลยี ขณะเดียวกันก็ยังมอบสูตรสำเร็จอย่าง ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กน้อย และของเล่น ที่ยังคงให้ความเป็น อนิเมชั่น Coming of Age ชวนให้ผู้ชมอบอุ่นหัวใจ เป็นหนังฟีลกู๊ดอีกครั้ง

พร้อมทั้งมอบเซอร์วิสแก่ผู้ชมที่คุ้นเคยกับหนังภาคเก่า ด้วยการหยิบเรื่องราวบางส่วนมาเป็นสีสันให้กับหนังในภาคที่ 5 และมอบบทสรุปอันสวยงามเป็นเครื่องยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างของเล่นและเด็กน้อยจะไม่มีทางถูกแทนที่จากเทคโนโลยีได้ แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้จากการใช้งานที่ถูกต้อง ซึ่งก็ดูเป็นเหมือนการสะท้อนให้ผู้ชมเห็นคุณค่ากับเหล่าของเล่น อีกทั้งช่วยเตือนให้เด็ก ๆ ละเว้นจากการอยู่แต่กับหน้าจอนานเกินไป และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้ถูกทาง

สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ GamerCulture (การ์ตูน)

Back to top button

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save